อาหาร 10 ชนิด ที่ เด็กเล็ก ไม่ควรกิน

Home / คู่มือเลี้ยงลูก / อาหาร 10 ชนิด ที่ เด็กเล็ก ไม่ควรกิน

อาหาร 10 อย่าง ที่ เด็กเล็ก ไม่ควรกิน

อาหาร 10 อย่าง ที่ เด็กเล็ก ไม่ควรกิน

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งมีสรรพคุณเป็นยาและมีรสหวานอร่อยแบบที่เด็กชอบ แต่บางครั้งน้ำผึ้งมีเอนโดสปอร์ในระยะพักตัวของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อเด็กเล็ก เนื่องจากเอนโดสปอร์สามารถแปลงเป็นแปลงเป็นแบคทีเรียก่อให้เกิดภาวะโบทูลิสม (botulism) ซึ่งเป็นโรคทางเดินอาหารชนิดหนึ่ง

ไข่

ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ แต่ก็จัดเป็นอาหารที่เด็กจำนวนมากแพ้ ดังนั้นหากลูกของคุณมีการแพ้อาหารอย่างอื่นร่วมด้วย คุณก็ควรชะลอการลองให้ลูกกินไข่ออกไปจนกว่าระบบภูมิคุ้มกันของลูกจะพัฒนาเต็มที่ จากนั้นจึงค่อยลองให้ลูกกินไข่และอาหารอื่น ๆ

ถั่วลิสง

ถั่วลิสงเป็นอาหารที่มีเม็ดเล็กเสี่ยงจะทำให้ลูกติดหลอดลม นอกจากนี้ยังเป็นอาหารที่มีคนแพ้เป็นจำนวนมากจนบางรายอาจถึงแก่ชีวิต ดังนั้นการลองให้ลูกกินถั่วจึงควรทำด้วยความระมัดระวัง

ผลไม้ขนาดเล็ก

ผลไม้ที่มีขนาดเล็กอย่างองุ่น เชอรี่ บลูเบอร์รี เป็นผลไม้ขนาดเล็กเสี่ยงต่อการติดหลอดลมลูกได้ นอกจากนี้เปลือกหรือผิวของผลไม้เหล่านี้ยังจัดว่าไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กอีกด้วย แต่ถ้าคุณอยากลองให้ลูกกินก็ลองหั่นให้เป็นชิ้นที่เล็กลงจะได้ลดความเสี่ยงต่อการติดหลอดลม รับรองว่ารสชาติหวานตามธรรมชาติ (และคุณค่าทางสารอาหาร) จะทำให้เด็ก ๆ ชื่นชอบ

ลูกอม

นอกจากลูกอม อมยิ้ม ลูกอมแท่งอย่างโลลี่ป๊อปเป็นขนมที่เสี่ยงต่อการติดหลอดลมของลูกได้เช่นกัน นอกจากนี้ลูกอมยังมีส่วนผสมหลักเป็นน้ำตาล เราควรให้เด็กได้รับปริมาณน้ำตาลที่พอเหมาะไม่มากจนเกินไป

ถั่วชนิดอื่น ๆ

ถั่วชนิดอื่น ๆ ก็เหมือนกับถั่วลิสงที่มีคนแพ้เป็นจำนวนมากและสามารถติดหลอดลมเด็กได้

ไส้กรอก

ตราบใดที่คุณหั่นไส้กรอกให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องไส้กรอกติดคอ เด็กเล็ก ได้ แม้ว่าไส้กรอกจะเป็นอาหารที่เด็ก ๆ โปรดปราน แต่ไส้กรอกก็ไม่ใช่อาหารที่มีประโยชน์นัก ควรให้ทานเฉพาะโอกาสพิเศษนะคะ

หมากฝรั่ง

แม้ว่าจะเป็นหมากฝรั่งสูตรไม่มีน้ำตาลก็ยังไม่ควรให้ เด็กเล็ก เคี้ยวจนกว่าลูกจะรู้ว่าหมากฝรั่งนั้นเคี้ยวได้แต่ห้ามกลืน

อาหารรสเผ็ด

อาหารรสเผ็ดอาจก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและท้องไส้ปั่นป่วน

ชาและกาแฟ

คาเฟอีนในชาและกาแฟก่อให้เกิดประสาทตื่นตัว นอนไม่หลับ ทั้งยังขัดขวางการดูซึมธาตุเหล็กในกระแสเลือดเพื่อส่งออกซิเจนไปยังสมองสำหรับพัฒนาการทางสมองของเด็กด้วย

ขอบคุณที่มาจาก…th.theasianparent.com

facebook

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา