7 เรื่องควรรู้ เมื่อเกิดเหตุ ฉุกเฉิน สำหรับเด็ก

Home / คู่มือเลี้ยงลูก / 7 เรื่องควรรู้ เมื่อเกิดเหตุ ฉุกเฉิน สำหรับเด็ก

เหตุ ฉุกเฉิน

1. ไม่มีคำว่า เร็วเกินไป
อย่าประเมินความสามารถในการเรียนรู้ของลูกคุณต่ำเกินไปนัก ลูกของคุณสามารถเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยและจัดการกับเหตุ ฉุกเฉิน ได้นับตั้งแต่นาทีแรกที่ลูกเดินได้เลยล่ะ เราเคยเห็นเด็กทารกอายุเพียง 17 เดือนที่เรียนรู้เรื่องการอ่านได้มาแล้ว

2. ร้องขอความช่วยเหลือ
หมายเลขโทรฉุกเฉิน เช่น 191 สร้างขึ้นมาเพื่อให้โทรได้ง่าย ดังนั้นเด็กจึงเข้าใจได้ง่ายมาก เพื่อให้แน่ใจว่าลูกจะไม่เอาหมายเลขฉุกเฉินเหล่านี้ไปโทรเล่น คุณต้องสอนให้ลูกรู้ถึงเรื่องนี้ด้วยความจริงจังเพื่อให้ลูกเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องวินัยไม่ใช่เรื่องเล่นสนุก

นอกจากนี้ โทรศัพท์ไม่ได้เป็นเพียงหนทางเดียวสำหรับการเรียกร้องความช่วยเหลือ ลูกของคุณสามารถร้องตะโกนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนบ้านหรือคนที่ผ่านไปมาได้อีกด้วย

3. เรียนรู้วิธีการกู้ชีพแบบต่าง ๆ
หากคุณอยากสอนให้ลูกรู้จักเรื่องเทคนิคการช่วยชีวิตแบบต่าง ๆ ขั้นตอนแรกของคุณคือการสอนให้ลูกรู้ว่าการหมุนเวียนโลหิตและการหายใจสำคัญต่อการทำงานของร่างกายอย่างไร การรู้ว่าหัวใจทำงานอย่างไรจะช่วยให้ลูกเข้าใจว่าจะจัดการปฏิบัติการกู้ชีพ (ปั๊มหัวใจ) และการสำลักได้อย่างไร

4. สังเกตเหตุฉุกเฉิน
พูดคุยเรื่องสถานการณ์ฉุกเฉินที่เป็นไปได้กับลูกของคุณ แล้วซักซ้อมว่าต้องทำอะไรบ้างในกรณีที่เกิดขึ้นจริง ๆ การสอนให้ลูกรู้จักสังเกตสิ่งผิดปกตินับเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากหากคุณมีสมาชิกในครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังและเป็นโรคระยะยาวต่าง ๆ เช่น ภูมิแพ้ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง

5. วางสิ่งจำเป็นไว้ในจุดที่เด็กเอื้อมถึง
ขวดยาของคุณจะมีคำเตือนให้ทำในสิ่งตรงกันข้าม (คือให้เอาไว้ไกลมือเด็ก) แต่เราจะไม่เถียงในเรื่องคำเตือนนั้น เมื่อคุณรู้ว่าคุณต้องใช้ยาอะไรเมื่อลูกคุณป่วย คุณก็จำเป็นต้องให้ลูกได้รู้ด้วยว่ามียาอะไรที่สำคัญสำหรับคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณหรือคู่ของคุณกินหรือใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ (เช่น ยาความดันโลหิต ยาพ่น Ventolin inhalers และอื่น ๆ )

บอกให้ลูกรับรู้เวลาที่คุณกินหรือใช้ยา ค่อย ๆ อธิบายว่ายาเหล่านั้นทำหน้าที่อะไร คอยย้ำให้ลูกเข้าใจว่ายาไม่ใช่ของเล่นหรือขนม ในเหตุฉุกเฉิน ลูกจะได้สามารถช่วยหยิบยาที่คุณต้องการได้

6. หลีกเลี่ยงเลือด
แผลที่เปิดออกสามารถนำไปสู่การติดเชื้อได้ และสิ่งสุดท้ายที่คุณต้องการคือการที่ลูกของเราเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยอีกชีวิตหนึ่งโดยที่ไม่รู้ทัน คุณต้องแน่ใจว่าลูกรู้ว่าไม่ควรสัมผัสแผลที่เปิดหรือเลือดของใครในขณะที่รอรับความช่วยเหลือ แต่อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์เช่นนั้น เสียงของลูกอาจเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ผู้ประสบเหตุฉุกเฉินวางใจได้ดีที่สุด ดังนั้นให้ลูกอยู่ใกล้กับคนผู้นั้นและคอยพูดคุยด้วยจนกว่าความช่วยเหลือจะไปถึง

7. อย่าเคลื่อนไหวผู้ป่วย
เมื่อต้องจัดการกับคนที่หมดสติ นับเป็นเรื่องสำคัญที่ลูกของคุณต้องรู้ว่าไม่ควรขยับคนผู้นั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมจากอาการบาดเจ็บเดิมที่ผู้ประสบเหตุฉุกเฉินผู้นั้นอาจมีอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม คุณก็ควรให้ตัวอย่างสถานการณ์ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตที่ลูกควรพยายามเคลื่อนไหวใครสักคนเพื่อช่วยชีวิตคนผู้นั้น

ที่มาจาก th.theasianparent
าพประกอบโดย Women MThai Team

facebook