บริจาคนมแม่ ให้นมลูกคนอื่น โดยไม่ตรวจ เสี่ยงติดเชื้อโรคได้ รู้กันไหม?

Home / คู่มือเลี้ยงลูก / บริจาคนมแม่ ให้นมลูกคนอื่น โดยไม่ตรวจ เสี่ยงติดเชื้อโรคได้ รู้กันไหม?

จากกรณี ที่กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ที่มีภาพของพยาบาลที่ช่วยดูแลและให้นมเด็กทารกจากเต้าของตนเอง ในขณะที่แม่ของเด็กประสบอุบัติเหตุ คุณพ่อเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนแม่บาดเจ็บที่หลังไม่สามารถลุกได้ ทำให้พยาบาลต้องช่วยดูแลเด็กอายุ 4 เดือน และให้นมจากเต้าแทน จนกลายเป็นที่มา ที่เหล่าชาวโซเชียลยกย่องในความมีเมตตา จนถูกพูดถึงอย่างมาก

mom-002

 

แต่ล่าสุด ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พูดถึงประเด็นนี้ผ่านเฟสบุคส่วนตัวว่า การกระทำดังกล่าวหากมองนอกเหนือจากมนุษยธรรม และความมีเมตตานั้น มีความเสี่ยงอย่างยิ่ง กับการที่เด็กทารกดื่มน้ำนมแม่จากคนอื่น โดยไม่ผ่านการตรวจสอบ เพราะเสี่ยงทั้งไวรัสตับอักเสบ HIV ไวรัสบี ไวรัสซี EBV CMV herpes เป็นต้น และได้ชี้แจงว่า การ บริจาคนมแม่ หรือ ดื่มน้ำนมแม่ จากคนอื่น ควรผ่านการตรวจสอบ

yong-01

yong-02

ซึ่งในกรณีนี้ ถือเป็นเรื่องดีที่ บริจาคนมแม่ ให้แก่ลูกคนอื่นนั้น ถูกพูดถึง จนกระทั่งนำไปสู่การให้ความรู้และความเข้าที่ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ดังที่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ ได้กล่าวไว้ เพราะยังมีคุณแม่ที่ขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการรับบริจาคน้ำนมแม่ อีกมากมาย หากกระทำโดยขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง อาจส่งผลให้ลูกน้อย ติดเชื้อโรค และ เกิดอันตรายแก่เด็กได้

ล่าสุดทาง สหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย ก็ได้ชี้แจงเรื่องนี้ว่า

ตามข่าวจากกระแสข่าว social กรณีพยาบาลให้นมตนเอง แก่คนไข้เด็ก เป็นที่ฮือฮา และเกิดการวิพากย์ 2 กระแส
จึงนำเรียนมาชี้แจ้งดังนี้
1. การให้นมแก่คนไข้เด็กใน รพ.
กรณีกระทำการโดยบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ซึ่งมีการพินิจพิเคราะห์ ถึงข้อดีข้อเสียแล้ว เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีเจตนาใดๆแอบแฝง นอกเหนือจากการให้ด้วยจิตเมตตา
2. กระบวนการให้นมกระทำโดยบุคลากรทางด้านสาธารณสุข และกระทำการโดยใช้การตัดสินใจ
ของมารดา ที่ไม่อาจกระทำการให้นมบุตรได้ในขณะนั้น จึงขออนุญาตจากมารดาก่อน และได้รับคำตอบ ตกลงอนุญาต
3. บุคลากรดังกล่าว ซึ่งในขณะนั้นเป็นมารดาอยู่ในระหว่างการให้นมบุตร และมีการตรวจสอบอย่างชัดเจน และประกันคุณภาพว่าไม่ใช่ผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบบี , ซี ,EBV และอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสุขภาพประจำปีทุกคน
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้สะเทือนอารมณ์ และงานด้านวิชาการชาติตะวันตก ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้
และขอเตือนพี่น้องประชาชน หากจะได้รับนมแม่จากบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่มารดาของเด็ก ควรมีการตรวจสอบว่าเป็นนมจากบุคคลติดเชื้อหรือไม่ ?? เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าลูกคุณจะไม่ติดเชื้อแน่นอน

*** ประชาชนควรใช้ความรู้ตามหลักวิชาการ และห้ามลอกเลียนแบบ หากท่านไม่ตรวจสอบความถูกต้องตามหลักวิชาการ **

 

 

ที่มาเรื่องจาก สหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย และ https://www.facebook.com/yong.poovorawan

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา