ดูแลสายตา สายตา

ฉลาดเลี้ยงลูกยุคใหม่ ต้องเริ่มที่ “สายตา”

Home / คู่มือเลี้ยงลูก / ฉลาดเลี้ยงลูกยุคใหม่ ต้องเริ่มที่ “สายตา”

“การมองเห็น” เป็นประสาทสัมผัสสำคัญที่จะนำข้อมูลมากมายเข้าสู่สมองเพื่อประมวลผล และสอนให้เราได้เรียนรู้สิ่งรอบตัว ซึ่งโดยทั่วไป สิ่งที่คนเราเรียนรู้ส่วนใหญ่ เกิดจากการเรียนรู้ผ่านดวงตามากที่สุด เพราะการมองเห็นภาพแต่ละภาพนั้น ไม่ใช่แค่การมองเปล่าๆ แต่ภาพที่เห็นนั้นจะกระตุ้นสมองให้ทำงาน เพื่อวิเคราะห์ จดจำ สร้างฐานความรู้ และต่อยอดไปสู่การประสานการทำงานของสายตากับร่างกายส่วนอื่นๆ ต่อไป  หรือเรียกว่า Eyes-Brain Sync (สายตาเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่สมอง)

เกร็ดน่ารู้ ที่ทำให้สายตาคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้

1. การมองเห็นคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้มากถึง 80% และยังส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะต่อการพัฒนาสมอง การคิด วิเคราะห์ จดจำ รวมไปถึงพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหวของเด็กๆ

2. 30% ของสมองส่วน Cortex ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการรับรู้ของมนุษย์ ประกอบด้วยเส้นประสาทที่เชื่อมโยงกับดวงตา ในขณะที่ประสาทการรับรู้ส่วนอื่นอย่าง การสัมผัสมีเพียง 8% และการได้ยินมีเพียง 2% เท่านั้น

3. เด็กจะมีพัฒนาการด้านสายตาที่สมบูรณ์เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 6-7 ปี ซึ่งหากเด็กมีโรค หรืออาการผิดปกติทางสายตาที่ไม่ได้รับการรักษาในช่วงวัยนี้ อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสายตาที่ไม่สมบูรณ์ตลอดชีวิต

4. ดวงตาของเด็กมีความบอบบางกว่าผู้ใหญ่มาก ทำให้รังสียูวีจากแสงแดด รวมถึงแสงสีฟ้าจากจอภาพต่างๆ สามารถส่งผลต่อจอประสาทตา การกินอาหารที่ช่วยป้องกันผลกระทบจากรังสีเหล่านี้อย่าง ลูทีน วิตามิน ที่มีมากในกีวี่ และผักใบเขียว จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับเด็กยุคดิจิทัล

5. สมองอาจเกิดความเครียดได้มากกว่าปกติหากเด็กมีปัญหากับการมองเห็น ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการจดจำ และกระบวนการคิดในสมอง

ลูกฉลาด ถ้าฉลาดดูแลสายตา

 1. เทคนิค 20-20-20

สูตรลับจัดการเด็กยุคดิจิทัล ให้สนุกกับการเรียนรู้จากจอแท็บเล็ตต่างๆ โดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพดวงตา  โดยการพักสายตาจากหน้าจอทุกๆ 20 นาที และเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอย่างอื่น มองสิ่งที่ห่างออกไป 20 ฟุต เป็นเวลาอย่างน้อย 20 นาที  เพื่อเป็นการผ่อนคลายสายตาจากการจ้องจอภาพระยะใกล้นานๆ และไม่ควรใช้เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน

 2. ต้นไม้ และธรรมชาติ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการมองเห็นที่ดี

นอกจากการเรียนรู้ผ่านโลกดิจิทัลแล้ว การให้ลูกได้ออกไปเรียนรู้ในสถานที่ธรรมชาติที่มีพื้นที่สีเขียว เป็นกิจกรรมที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสายตา และยังช่วยเสริมสร้างสมาธิให้กับเด็กๆ ได้อีกด้วย

 3. ลูทีนจากกีวี่ และวิตามินเอ สารอาหารสำคัญเพื่อสุขภาพดวงตา คู่กับ โอเมก้า 3,6,9 และวิตามิน บี 12 เพื่อพลังสมอง

ลูทีนเปรียบเสมือนอัศวินผู้พิทักษ์ดวงตาให้กับเด็กๆ ทำหน้าที่เสมือนแว่นตากันแดดตามธรรมชาติ ที่ช่วยปกป้องจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำร้ายจากแสงสีฟ้าที่มาจากแสงแดด และจอภาพต่างๆ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม และต้อกระจก นอกจากนี้ยังช่วยในการส่งสัญญาณระหว่างดวงตากับสมอง ทำให้กระบวนการการมองเห็นรวดเร็วและชัดเจน ลูทีน และวิตามิน เอ มีมากในกีวี่ รวมถึงผักใบเขียวอย่างๆ อย่าง ปวยเล้ง คะน้า ผักบุ้ง

โอเมก้า 3, 6, 9 และวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในพัฒนาการทางสมอง และการสร้างสารสื่อประสาทเพื่อการทำงานของสมองที่มีประสิทธิภาพ มีมากในปลา ถั่ว ซึ่งสารอาหารสำคัญทั้งหมดนี้ จะช่วยให้เด็กๆ มีสุขภาพดวงตาที่พร้อมสำหรับการเรียนรู้ จากสายตาสู่สมอง หรือ Eyes-Brain Sync นั้นเอง

นอกจากการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเพื่อสายตาและสมองผ่านเมนูต่างๆ แล้ว นมสำหรับเด็กที่มีผงกีวี่สกัด ให้ลูทีนธรรมชาติ และวิตามินเอสูง ช่วยในการมองเห็น และโอเมก้า 3,6,9 และวิตามินบี 12 ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองอย่างนม ดัชมิลล์ เจ็นไอ เป็นอีกทางเลือกเพื่อความสะดวกในการเสริมสารอาหารให้กับเด็กๆ ได้เรียนรู้จากสายตาสู่สมองอย่างมีประสิทธิภาพ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา