หยุดแจงสี่เบี้ยบ้าง สัญชาตญาณการเรียนรู้ของลูกจะได้ทำงาน

Home / คู่มือเลี้ยงลูก / หยุดแจงสี่เบี้ยบ้าง สัญชาตญาณการเรียนรู้ของลูกจะได้ทำงาน

หยุดแจงสี่เบี้ยบ้าง สัญชาตญาณการเรียนรู้ของลูกจะได้ทำงาน

การเล่นเพื่อเรียนรู้

เมื่อถึงวัยอนุบาล พ่อแม่ต่างก็ต้องสรรหาสิ่งของหรือแหล่ง ( ที่เขาว่า ) สุดยอดเรียนรู้ให้ลูกกันยกใหญ่ แต่รู้หรือไม่ เด็กๆ ก็สามารถเรียนรู้ได้โดยปราศจากคำพูดหรือสิ่งเร้าต่างๆ จากภายนอก มีงานวิจัย 2 ชิ้น (ซึ่งดำเนินการที่สถาบัน MIT) พบข้อสรุปซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้จะไม่มีใครพูดอะไรสักคำ เด็กๆ ก็อาจเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างได้ตามธรรมชาติหรือตามสัญชาตญาณ

จากการทดลองเปรียบเทียบให้เด็กเล่นของเล่นคนเดียว กับผู้ทดลองบอกว่า “เอ้า… พี่จะเล่นให้ดูนะว่าของเล่นชนิดนี้เล่นยังไง” แล้วค่อยให้เด็กๆ เล่น ปรากฎว่าการได้รับฟังคำบอกเล่าวิธีการเล่นก่อน ทำให้เด็กๆ หาฟังก์ชั่นหรือวิธีการเล่นของเล่นได้ เช่น กระดิ่ง หรือปุ่มกดเสียงได้น้อยกว่าเวลาที่ปล่อยให้เด็กได้ค้นหาและสังเกตวิธีการเล่นด้วยตัวเอง

ดร.แพททริค ชาฟท์โต หนึ่งในทีมวิจัยทั้งสองงาน พูดถึงความสำคัญของการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ด้วสัญชาตญาณ ว่า “เหตุที่เราควรปล่อยให้ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเองบ้าง ก็ไม่มีอะไรมาก คุณพ่อคุณแม่ลองนึกภาพตามได้เลยครับ ถ้าพ่อแม่บอกทุกอย่างลูกเบ็ดเสร็จ ลูกก็อาจเข้าใจได้ว่านั่นคือทั้งหมดที่เขาควรรู้แล้ว เราจะได้เห็นเด็กๆ พยายามหาคำตอบด้วยตัวเองอีกหรือครับ ดังนั้น ผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้แบบใช้สัญชาตญาณกันบ้าง

“ในทางกลับกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องรูปซิปปิดปากกลัวดอกพิกุลจะร่วงอย่างหน้ามืดตามัว เพราะเด็กก็คือเด็ก เขายังต้องการปิยวาจาและความช่วยเหลือเกื้อกูลอยู่ดี”

  • บางเรื่องที่เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดี โดยมีคำแนะนำอย่างใกล้ชิด เช่น พาทำไข่เจียว พาผูกเชือกรองเท้า พาหัดเขียนตัวเลขหรือตัวหนังสือ
  • บางเรื่องเด็กๆ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เช่น เมื่อวาดรูประบายสี เมื่อเล่นของเล่นใหม่แกะกล่อง เมื่อร้องเพลงหรือเต้น

ขอขอบคุณนิตยสาร Real Parenting

มาดามรัก