ลูกมีเหตุ ไม่อยากไปเรียน ถึงเวลาแม่ต้องออกโรง

Home / คู่มือเลี้ยงลูก / ลูกมีเหตุ ไม่อยากไปเรียน ถึงเวลาแม่ต้องออกโรง

ถาม : ลูกอายุ 4 ขวบงอแงทุกวัน ไม่อยากไปโรงเรียน  เขาบอกว่าครูที่โรงเรียนดุ  ครูไม่รักเขา ชมแต่เพื่อน ดิฉันอยากจะไปคุยกับครูเรื่องนี้ แต่ก็กลัวว่าอาจจะทำให้ครูไม่พอใจ และจะส่งผลถึงลูกไปด้วยค่ะ

school

ตอนแรกๆ คุณอาจจะคิดว่าลูกร้องไห้ตามประสาเด็ก หากเวลาผ่านไปหลายอาทิตย์แล้วลูกยังงอแงต่อไป ได้เวลาหาสาเหตุ และก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย คุณจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง ขั้นตอนเหล่านี้อาจช่วยคุณได้ค่ะ


1. อันดับแรก สร้างความมั่นใจว่าคุณอยู่เคียงข้างลูกเสมอค่ะ จงฟังทั้งสิ่งที่ลูกพูดและฟังความรู้สึกของลูกค่ะ เด็ก 4 ขวบรู้สึกไม่อยากไปโรงเรียนนั้น ย่อมต้องมีเหตุผล แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร คุณควรเริ่มด้วยการทำให้ลูกรู้ว่า ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร ครูจะเป็นอย่างไร คุณก็รักลูกและเชื่อมั่นในตัวลูกและในความสามารถของลูก บอกลูกว่าคุณจะคุยกับคุณครูให้ แต่ไม่ควรทำให้ลูกรู้สึกว่าคุณครูกำลังทำไม่ถูก หรือเข้าข้างลูกเสียจนทำให้ลูกกลับไปไม่เชื่อฟังคุณครู หรือทำอะไรที่ไม่น่ารักกับคุณครู ในขั้นแรกเพียงแค่ให้ลูกรู้ว่าคุณจะหาสาเหตุให้พบและอยู่เคียงข้างลูกเสมอไป

2. จากนั้นคุณก็หาโอกาสเข้าพบคุณครูโดยเร็ว ถ้าทำได้หลังเลิกเรียนในวันถัดไปได้ยิ่งดี แต่ถ้าไม่สามารถนัดพบครูได้หลังจากพยายามนัดสองครั้งขึ้นไป ควรคุยกับครูใหญ่ไปเลย และพบทั้งคุณครูและครูใหญ่พร้อมกันถ้าจำเป็น หากกลัวว่าครูจะไม่พอใจ ไม่มีใครได้ประโยชน์ใดๆ เรื่องเช่นนี้ควรปรึกษากัน ถ้าเป็นคุณครูที่ดีและโรงเรียนที่ดี ควรจะเข้าใจหัวอกเด็ก และไม่ควรเอาเรื่องเอาราวกับเด็ก หรือทำให้เด็กลำบากภายหลังค่ะ

3.ควรคุยอย่างละมุนละม่อม เป็นมิตร แต่ชัดเจนและมั่นคง อาจเริ่มทำนองว่า“ลูกของดิฉันอาจจะเล่าไม่ถูกต้องนัก จึงคิดว่าเราควรคุยกันเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจตรงกันค่ะ” ให้คุณครูเล่าเรื่องจากทางด้านของคุณครู จากนั้นคุณจึงเสริม “ลูกของดิฉันคิดไปว่าคุณครูไม่ชอบเขาค่ะ เลยพาลไม่อยากมาโรงเรียน” ถามคำถามเท่าที่คุณคิดว่าจะทำให้คุณเข้าใจชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างครูและลูก อะไรทำให้ลูกของคุณรู้สึกว่าคุณครูดุ มีเหตุการณ์อะไรที่คุณครูนึกออก ส่วนคุณเองแบ่งปันข้อมูลของลูกคุณกับคุณครูเท่าที่จะทำได้ เมื่อทราบว่าปัญหาคืออะไร คุณและครูควรร่วมมือกันวางแผนร่วมกันให้ได้ค่ะ การลงมือช่วยปรับเปลี่ยนความรู้สึกของลูกอาจจะต้องมาทั้งจากฝ่ายคุณเอง และฝ่ายคุณครู ร่วมมือสร้างสรรค์ไปในทิศทางเดียวกัน

4, ควรขอบคุณที่คุณครูสละเวลาให้และใส่ใจกับเรื่องของลูกคุณ ที่สำคัญควรติดตามเรื่องสม่ำเสมอจนกว่าจะดีขึ้นและเป็นไปตามแผน

5. อย่าวางเฉย หากการณ์กลับกลายเป็นว่า คุณครูไม่ร่วมมือเอาเสียเลย และดูท่าจะไม่ชอบลูกคุณจริงๆ และดุอย่างไม่มีเหตุผลดังที่ลูกบอก รวมทั้งไม่มีอะไรดีขึ้นเลยหลังจากที่คุยกันไปแล้ว ควรไปคุยกับครูใหญ่ให้ช่วยจัดการให้แน่ใจได้ว่าลูกคุณจะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นเป็นมิตรและปลอดภัยจริงๆ ถ้ายังไงก็ลองดูว่าจะเปลี่ยนห้องได้หรือไม่ เป็นทางเลือกสุดท้าย

บทความโดยนิตยสาร Real Parenting

facebook