ปกติ แม่ท้อง ก็ร้อนกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ยิ่งเข้าหน้าร้อนยิ่งไม่ต้องพูดถึง ปีสองปีนี้เมืองไทยร้อนจัดจนขนาดคนทั่วไปยังแทบทนไม่ไหว แล้ว แม่ท้อง อย่างเราละ…โอย แทบไม่อยากออกจากบ้าน
ช่วงตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะเผาผลาญอาหารได้ดีกว่าคนทั่วไปถึง 20% (แหงละ ก็มีเจ้าเบบี๋มาช่วยใช้พลังงานเพิ่มอีกคนนี่นา) ทำเอาเหงื่อไหลไคลย้อย แต่สิ่งที่มากับอากาศร้อนไม่ได้มีแค่อาการไม่พึงประสงค์หรืออารมณ์หงุดหงิดเท่านั้น ฤดูนี้ยังมีโรคที่ แม่ท้อง อาจต้องพบเจออีก จะประมาทไม่ได้หรอกนะ
โรคลมแดด (Heat Stroke)
ช่วงหลังๆ ประเทศต้องเผชิญกับผลจากภาวะโลกร้อน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงขึ้น อาการที่เริ่มพบเห็นกันได้บ่อยก็คือ โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก ซึ่งจะเกิดเมื่อร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป จนอุณหภูมิในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ
อาการ เมื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ความดันต่ำ ฯลฯ หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาการจะหนักขึ้น จนกลายเป็นเพ้อ, ชัก, ไตล้มเหลว, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, ช็อค และเกิดลิ่มเลือดอุดตันจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ป้องกัน + รักษา อย่างไร?
1. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจ้าในวันที่อากาศร้อนจัด
2. ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน หากต้องอยู่ในที่ที่อากาศร้อนเป็นเวลานานควรจิบน้ำบ่อยๆ แม้จะไม่รู้สึกกระหาย
3. ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เช่น เสื้อผ้ารูปทรงโปร่งๆ ที่ทำจากผ้าฝ้าย
4. หากมีอาการผิดปกที่เป็นสัญญาณของโรคลมแดด…ควรรีบเข้าที่ร่ม นอนราบ และยกเท้าสูง คลายเสื้อผ้าให้หลวม แล้วใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามศีรษะ,ซอกคอ, รักแร้ หากมีอาการรุนแรง ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล
ภาวะร่างกายขาดน้ำ (Dehydration)
ภาวะร่างกายขาดน้ำเกิดพร้อมๆ กับโรคลมแดด เนื่องจากเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ร่างกายจะขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ปริมาณของเหลวในร่างกายลดลง ทำให้เลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น ภาวะนี้อาจกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนอ็อกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้
อาการ เวียนศีรษะ, คลื่นไส้อาเจียน, เป็นลม, มีภาวะระบายลมหายใจเกิน (Hyperventilation) หรือหายใจติดขัด, กล้ามเนื้อหดตัวหรือเป็นตะคริว, ปริมาณของเหลวที่ออกจากร่างกาย เช่น เหงื่อ และปัสสาวะลดลง อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นโดยไม่มีสัญญาณของอาการเจ็บป่วยอื่นๆ
ป้องกัน + รักษา อย่างไร?
1. หลีกเลี่ยงการออกแดดจ้าหรืออยู่ในที่ที่อากาศร้อน
2. ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ
3. ลดปริมาณคาเฟอีน งดดื่มชา, กาแฟ หรือน้ำอัดลม
4. หากมีอาการผิดปกติ…รับมือเช่นเดียวกับโรคลมแดด แต่ควรดื่มน้ำหรืออมน้ำแข็งเพื่อเพิ่มของเหลวในร่างกายด้วย
5. หากเข้าที่ร่มและพักผ่อนแล้วอาการยังคงอยู่…หรือมีอาการต่อไปนี้ ได้แก่ กล้ามเนื้อช่องท้องหดรัดตัวหรือเป็นตะคริวมากกว่า 5-6 ครั้งใน 1 ชั่วโมง, มีเลือดออกทางช่องคลอด, มีอาการบวมตามใบหน้าและมือ หรืออาการผิดปกติอื่นๆ ควรรีบไปพบแพทย์
ไข้หวัด
ไข้หวัดเป็นโรคที่ใครๆ ก็เป็นได้ แต่ถ้าเป็นหวัดในช่วงอุ้มท้อง คุณอาจหายช้ากว่าคนทั่วไปนิดหน่อย เพราะระบบภูมิต้านทานในร่างกายของว่าที่คุณแม่จะลดต่ำลง ส่วนใหญ่เชื้อหวัดจะไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปทำให้เกิดการติดเชื้อถึงทารก แต่คุณแม่ก็ควรระมัดระวัง เพราะหากติดเชื้อหวัดชนิดรุนแรง อาจกระตุ้นให้เกิดการแท้งได้ในช่วง 3 เดือนแรก หรือภาวะคลอดก่อนกำหนดในช่วงไตรมาสท้ายได้
อาการ อาการไอ จาม มีน้ำมูก ไม่มีอันตรายหรือส่งผลกระทบใดๆ ต่อทารก เพียงแต่เวลาที่คุณแม่ไอแรงๆ ความดันในท้องจะเพิ่มขึ้น อาจไปกดเบียดมดลูกที่ขยายใหญ่เต็มพื้นที่ ทำให้มดลูกบีบตัว จนเหมือนท้องตึงขึ้นมานิดๆ ถ้ามีอาการไข้สูงเกินกว่า 38 องศา ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะหากไข้สูงเกินกว่า 40 องศาอาจทำให้เกิดความพิการในทารก
ป้องกัน + รักษา อย่างไร?
1. นอกจากที่ที่อากาศร้อนจัดแล้ว คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีคนมากๆ หรือที่แออัดซึ่งระบายอากาศไม่ดี เพราะหากในบริเวณนั้นมีคนเป็นหวัด เชื้อจะกระจายอยู่ในอากาศ หากจำเป็นต้องเข้าไปในที่ทีมีคนมาก ควรใส่หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก
2. พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลร่างกายไม่อยู่ในอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป เปิดเครื่องปรับอากาศพอประมาณ
3. กินผักและผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อเพิ่มวิตามินซี
4. ถ้ามีอาการไอ….คุณแม่สามารถกินยาแก้ไอที่มีส่วนผสมเป็นยาละลายเสมหะได้ แต่ควรระวังยาแก้ไอซึ่งมีฤทธิ์เป็นยากดไอ เพราะอาจมีสารโคเดอีนซึ่งเป็นอันตราย
5. ถ้ามีอาการไข้….ควรเช็ดตัวและดื่มน้ำสะอาดมากๆ คุณแม่อาจกินยาแก้ไขพาราเซตามอลได้ แต่ไม่ควรกินยาในกลุ่มยาแก้แพ้และยาแก้อักเสบประเภทแอสไพริน ทางที่ดีไม่ควรซื้อยากินเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
นอกจากโรคภัยต่างๆ แล้ว ช่วงหน้าร้อนคุณแม่อาจหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ อย่าลืมทำจิตใจให้แจ่มใส ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว ขับไล่ทั้งความร้อนและความเครียด และหากิจกรรมคลายร้อนอื่นๆ เช่น ปลูกต้นไม้, ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ฯลฯ เพื่อให้จิตใจเพลิดเพลิน ถ้าจะให้ดีจัดตารางเวลาให้ว่าง แล้วออกไปเที่ยวพักร้อนกับคุณสามีสัก 2-3 วัน ก็จะช่วยให้หน้าร้อน (จี๊ด) ก่อนเจ้าเบบี๋มาเยือน สดใสขึ้นได้ค่ะ
ขอขอบคุณเนื้อหาดีดีจากนิตยสาร Real Parenting