คลอดในน้ำ! เจ็บปวดที่สวยงาม จากแม่เพื่อลูก ด้วยวิธีธรรมชาติ

Home / คุณแม่มือใหม่ / คลอดในน้ำ! เจ็บปวดที่สวยงาม จากแม่เพื่อลูก ด้วยวิธีธรรมชาติ

ว่าที่คุณแม่มือใหม่หลายคน คงจะกังวลไม่น้อย เกี่ยวกับการเลือกวิธีคลอดลูก ว่าควรจะใช้วิธีแบบไหนดี ระหว่างผ่าหรือคลอดด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งสองรูปแบบ ก็ล้วนแล้วแต่มีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่ถ้าเด็กกลับหัวและไม่มีปัญหาภาวะเสี่ยงใดๆ คุณหมอจะแนะนำให้คลอดด้วยตัวเองมากกว่า

 คลอดในน้ำ

การคลอดในน้ำ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคุณแม่ที่มีความต้องการอยากจะคลอดด้วยตัวเอง ซึ่งในประเทศไทยนั้น นับว่ายังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เพราะความกลัวต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด หรือแม้แต่การกลัวลูกจมน้ำ แต่ในความเป็นจริง การคลอดในน้ำเป็นวิธีที่ดีมาก จะช่วยให้ความเจ็บปวดบรรเทาลงไปได้ในระดับหนึ่ง รวมไปถึงท่วงท่าที่อยู่ในน้ำในช่วงเวลาเบ่งคลอด คุณแม่จะรู้สึกเบามากขึ้นกว่าเบ่งคลอดบนเตียง เพราะแรงดันน้ำจะช่วยพยุงร่างกายเอาไว้ นอกจากนี้น้ำยังทำหน้าที่ได้ดีกับสารเอนโดรฟิน ที่จะหลั่งออกมาเพื่อช่วยลดอาการเจ็บในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้ และที่สำคัญคุณแม่จะฟื้นตัวได้เร็วมากกว่าการผ่าคลอด

สำหรับความกังวลเรื่องลูกจะจมน้ำไหม ? ตามธรรมชาติทารกจะยังคงได้รับออกซิเจนจากเลือดที่ผ่านจากรกเข้ามาทางสายสะดือ และสามารถปรับตัวได้ก่อนที่จะโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ได้เป็นระยะเวลาประมาณเกือบ 1 นาที โดยน้ำที่ใช้ในการแช่เพื่อทำคลอดนั้น จะต้องมีอุณหภูมิอยู่ที่ 35-37 องศาเซลเซียส เพราะเป็นอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิของน้ำคร่ำในท้องแม่ และนอกจากนี้ยังต้องทำการฆ่าเชื้อโดยรังสีอัลตราไวโอเลต เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อย

คลอดในน้ำ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถคลอดในน้ำได้นะคะ เพราะจริงๆ แล้วก็มีข้อจำกัดอยู่แล้วข้อ เช่น

1. ทารกไม่กลับหัว ไม่อยู่ในท่าที่สามารถคลอดธรรมชาติได้

2. การคลอดก่อนกำหนด 2 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น

3. มีลูกแฝด

4. คุณแม่เป็นโรคงูสวัด หรือโรคความดันโลหิตสูง

5. คุณแม่มีเลือดออกมาก หรือมีอาการติดเชื้อ

 รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Women Mthai Team
facebook

ขออนุญาตใช้เนื้อหา