ความแตกต่างของท้องแรกกับท้องสอง ตั้งครภรภ์ ท้องสอง ท้องแรก ลูกคนที่สอง ลูกคนแรก แม่ลูกสอง

16 ความแตกต่างระหว่างท้องแรก และท้องสอง จากประสบการณ์มนุษย์แม่

Home / คุณแม่มือใหม่ / 16 ความแตกต่างระหว่างท้องแรก และท้องสอง จากประสบการณ์มนุษย์แม่

คุณแม่ลูกสองย่อมจะรู้ดีว่าการเลี้ยงลูกระหว่างลูกคนแรกกับคนที่สอง นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่ง Weng Chen ศิลปินและนักออกแบบเกมส์ VR ก็ได้ถ่ายทอดประสบการณ์และข้อแตกต่างระหว่างการมีลูกคนแรกกับลูกคนที่สอง ผ่านการ์ตูนคอมมิคน่ารักๆ มาเล่าสู่กันฟังว่าความรู้สึกมันแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน จะมีเรื่องไหนโดนใจคุณแม่บ้างตามมาเลยเช็กกันเลย…

เลี้ยงลูกให้มีความสุข ไม่เคยบังคับ นี่แหละ เคล็ดลับการเลี้ยงลูกฉบับ หนิง ศรัยฉัตร

ในช่วงตั้งครรภ์

แม่ลูกสอง

ท้องแรก : ด้วยความที่ยังเป็นมือใหม่และตื่นเต้นที่จะมีลูกคนแรก คุณแม่ก็จะทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ นึกถึงโภชนาการเป็นหลัก ต้องเน้นโปรตีน ผักผลไม้ จำกัดการบริโภคคาร์โบไฮเดรต เพื่อลูกจะได้ออกมาสมบูรณ์แข็งแรง

ท้องสอง : คุณแม่จะรู้สึกชิลกับการตั้งครรภ์แล้ว และอนุญาตให้ตัวเองได้กินของที่อยากกินได้ ไม่ได้วางกฎเกณฑ์อะไรมากมายแล้ว นั่นเป็นเพราะคุณแม่มีประสบการณ์แล้ว จึงรู้ว่าอะไรทานแล้วดีหรือไม่ดี

พัฒนาการของลูก

แม่ลูกสอง

ลูกคนแรก : เวลาลูกทำอะไรได้ด้วยตัวเอง คุณแม่ก็จะตื่นเต้นมาก ต้องเรียกคนนู้นคนนี้มาดู ประหนึ่งว่าลูกเป็นเด็กอัจฉริยะและมีพรสวรรค์ที่ล้ำเลิศ

ลูกคนที่สอง : เรียกได้ว่าต่างจากลูกคนแรกค่อนข้างมาก สังเกตได้จากความตื่นเต้นที่น้อยลง เมื่อลูกทำสิ่งๆ นั้นได้ด้วยตัวเองและแม้ว่ามันจะน่าทึ่งมากก็ตาม ไม่ใช่รักลูกไม่เท่ากันนะคะ แต่เป็นเพราะคุณแม่เริ่มเข้าใจธรรมชาติของเด็กแล้วมากกว่า

การรักความสะอาด

แม่ลูกสอง

ลูกคนแรก : สำหรับลูกคนแรกนั้น คุณแม่จะรู้สึกว่าเรื่องเชื้อโรคนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างมาก คุณแม่จึงให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดบ้านให้เนียนกริบ เพื่อให้แน่ใจว่าภายในบ้านนั้นปราศจากเชื้อโรค

ลูกคนที่สอง : หลังจากที่คุณมีลูกคนแรกผ่านไป ความกังวลเหล่านั้นก็หมดไป และปล่อยให้ลูกมีภูมิคุ้มกันบ้าง

เมื่อลูกต้องเข้าโรงเรียนวันแรก

แม่ลูกสอง

ลูกคนแรก : คุณแม่จะกังวลไปแทบทุกเรื่อง กลัวลูกจะอยู่โรงเรียนไม่ได้ กลัวลูกเหงา บลาบลา จนต้องคอยแอบซุ่มดูอยู่ห่างๆ

ลูกคนที่สอง : ในทางกลับกัน คุณแม่จะรู้สึกแฮปปี้มากๆ เมื่อโรงเรียนเปิดเทอม ความกังวลต่างๆ ก็จะหายไปเกินครึ่ง

การดูแลเอาใจใส่จากสามี

ลูกคนแรก : สามีเอาใจดีเวอร์ ดูแลปรนนิบัติเยี่ยงเจ้าหญิง

ลูกคนที่สอง : กลับกลายเป็นยายแจ๋วซะงั้น ลูกก็ต้องเลี้ยงเอง บ้านก็ทำความสะอาด กับข้าวก็ต้องทำ !!!

ความถี่ของภาพถ่าย

แม่ลูกสอง

ลูกคนแรก : เมื่อตอนเป็นคุณแม่มือใหม่นั้น ดูเหมือนจะมีความกระตือรือร้นอย่างมากในการจดบันทึกพัฒนาการในทุกๆ ช่วงเวลาของลูก รวมถึงเก็บภาพความน่ารักของลูกน้อยไม่เว้นวัน จนมีอัลบั้มรูป กรอบรูปลูกติดเต็มฝาบ้านไปหมด

ลูกคนที่สอง : ทุกความทรงจำจะถูกเก็บไว้ในไอโฟน ไอคลาวด์ และเฟซบุ๊ค อินสตาแกรมจ้า

ความต่างของเสื้อผ้า

แม่ลูกสอง

ลูกคนแรก : ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ชุดนู้นก็น่ารัก ชุดนี้ก็สวย ซื้อมาแล้วก็เก็บไว้ เผลอๆ ใส่ไม่ทันด้วย ส่วนเสื้อผ้าของคุณแม่จะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ลูกคนที่สอง : รับมรดกตกทอดจากพี่สาวหรือพี่ชายไปเลยจ้า

ความต่างของของเล่น

แม่ลูกสอง

ลูกคนแรก : อะไรที่มาใหม่ อิมพอร์ตจากเมืองนอก อะไรที่เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่น ซื้อหมดค่ะ จนของเล่นเต็มบ้านเล่นได้ยันโต

ลูกคนที่สอง : รับมรดกตกทอดจากพี่สาวหรือพี่ชาย (อีกตามเคย)

ความแตกต่างของการเรียนรู้

แม่ลูกสอง

ลูกคนแรก : สำหรับคนที่เริ่มต้นเป็นแม่นั้นจะดูแลลูกน้อยที่เกิดมาเป็นพิเศษ และมักจะคาดหวังในลูกคนแรกเป็นอย่างมาก จึงวางแผนการเสริมทักษะต่างๆ ให้ลูกแบบจัดเต็ม รวมถึงวางแผนการเรียนกันในระยะยาว

ลูกคนที่สอง : คุณแม่จะมีความรู้สึกที่ผ่อนคลายมากขึ้น และจะไม่บังคับหรือคาดหวังในตัวลูกเท่าเดิม แต่จะคอยสอนและให้เรียนรู้แบบค่อยเป็นค่อยไป

ยามลูกไม่สบาย

ลูกคนแรก : ลูกเป็นไข้ทีนี่วุ่นวายกันหมด เป็นไข้นิดหน่อยต้องพาส่งโรงพยาบาลกันให้วุ่น จะเสียเงินเท่าไหร่ก็ยอม

ลูกคนที่สอง : คุณแม่ได้ผ่านความกลัว และรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง มาถึงคนลูกคนที่สอง ก็ทำให้คุณแม่ชิลๆ รับสถานการณ์ได้ดีมากขึ้น ถ้าไม่ได้ตัวร้อนมาก ก็แค่เช็ดตัวบ่อยๆ และให้ทานยาก็พอ ไม่ต้องถึงมือหมอแล้ว

ความแตกต่างของหน้าที่แม่

ลูกคนแรก : การดูโทรทัศน์ถือเป็นของต้องห้าม แม่จึงเน้นให้ลูกเล่นของเล่นเสริมพัฒนาการ ซึ่งของเล่นลูกคนแรกก็ไม่ต้องไปแย่งกับใคร

ลูกคนที่สอง : พอมีลูกคนที่สองมานั้น ทีวีกับกลายเป็นตัวช่วยที่ดีในการไม่ให้ลูกสร้างความป่วน เมื่อแม่ต้องทำงานบ้าน เเต่ปัญหาคือลูกจะแย่งกันดูทีวีนี่แหละ

ความแตกต่างของการให้นมลูก

ลูกคนแรก : ลูกคนแรกแม่อาจจะมีความกังวลเรื่องการให้นมลูก ว่าน้ำนมจะพอไม่ให้ลูกดื่มหรือไม่ ทำไมน้ำนมไม่ออก

ลูกคนที่สอง : แน่นอนต้องให้ลูกดื่มนมผงบ้าง เพราะมันง่ายกว่าด้วย

อาหาร

ลูกคนแรก : สำหรับลูกคนแรกนั้นทุกมื้ออาหารต้องดี ต้องคลีน ต้องสดใหม่ และมีประโยชน์เสมอ

ลูกคนที่สอง : คนที่สองอาจจะง่ายๆ หน่อย เปิดตู้เย็นเจออะไรก็สามารถเอามาอุ่นกินได้ ก็จัดเลยจ้า

แรงบันดาลใจ

แม่ลูกสอง

 

ลูกคนแรก : ด้วยความมือใหม่ คุณแม่จึงต้องเตรียมความพร้อมมากสักหน่อย หนังสือคู่มือต่างๆ คุณแม่นี่เหมามาอ่านหมดทุกเล่ม จนทฤษฎีแม่นสุดๆ

ลูกคนที่สอง : อาจจะไม่ต้องการหนังสือเเล้ว แต่หันมาเรียนจากสิ่งรอบตัวมากขึ้น

กระเป๋าสตางค์

แม่ลูกสอง

ลูกคนแรก : เห่อลูกมากต้องรีบปริ้นรูปลูกมาใส่ติดกระเป๋าในกระเป๋า

ลูกคนที่สอง : กว่าจะเอารูปลูกมาใส่กระเป๋าตัง ก็ลูก 3 ขวบเข้าไปแล้ว

เพื่อน ๆ

แม่ลูกสอง

ลูกคนแรก : เพื่อนจะปลื้มปริ่มดีใจกับคุณมาก จนจัดงานฉลองกันเลยทีเดียว

ลูกคนที่สอง : เพื่อนเริ่มชิน จนบางทีก็ไม่รู้ว่าคุณอ้วนขึ้นหรือท้องลูกคนที่สองกันแน่ (ฮ่าๆ)

ที่มา www.boredpanda.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา