อาร์ท นิธิศ ชัยจรูญรัตน์ บุคลิกภาพดี ใช้ความจริงใจ สร้างได้

Home / Scoop คนดัง / อาร์ท นิธิศ ชัยจรูญรัตน์ บุคลิกภาพดี ใช้ความจริงใจ สร้างได้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรามักตัดสินคนแปลกหน้าในชั่วแว่บแรก จากสิ่งที่เราเห็น และบ่อยครั้งเลยล่ะที่เรามักจะสะดุดตากับคนที่มีบุคลิกภาพดี พูดจาดีมีเสน่ห์ ดูน่าค้นหา  ต้องยอมรับว่าคนที่มีบุคลิกดี ย่อมมีทางเลือก มีโอกาสในชีวิตได้มากยิ่งขึ้น แต่เรื่องเหล่านี้ ก็ต้องผ่านการเรียนรู้และฝึกฝน กันทั้งนั้น แต่จะทำอย่างไรให้เป็นคนที่มีบุคลิกภาพดี ในแบบที่ไม่ขัดกับความเป็นตัวของตัวเอง ทีมงาน Women.MThai  ได้พูดคุยในประเด็นนี้กับ  คุณ อาร์ท นิธิศ ชัยจรูญรัตน์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท เอ พลัส อิมเมจ บริษัทให้คำปรึกษา ด้านการพัฒนาบุคลิกภาพ ที่จะมาเผย เคล็ดไม่ลับ How To ดูดี ภายใน 7 วินาทีแรกพบ  พร้อมกับ จับเข่าคุยกันถึงบุคลิกภาพที่มีผลต่อทุกคนในทุกช่วงวัย

 

ทำไมถึงสนใจจะมาเป็นที่ปรึกษา ด้านการพัฒนาบุคลิกภาพคะ
” ผมเป็นคนที่สนใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และสนใจเรื่องการแต่งตัวอยู่แล้วตั้งแต่เด็กนะครับ พอเข้าวัยทำงาน บริษัทแรกที่ผมเข้าไปอยู่ก็ เป็นองค์กรใหญ่ ผมมีโอกาสดีกว่าคนหลายๆ คนที่เข้าไปทำงานบริหารในระดับสูง ผู้บริหารเหล่านั้นเนี่ย มีความเก่ง มีประสบการณ์ที่ดี แต่การสื่อสารของเขา การพูดคุยกับลูกน้อง การสื่อสารกับเรา หรือว่าการแต่งตัวของเขายังไม่ค่อย ทำให้เขาดูสมาร์ทขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาได้ ถ้าเขารู้หลัก รู้ว่าคนอื่นมองเขายังไง และตัวเขาเองอยากจะเป็นอย่างไร สิ่งพวกนี้สามารถพัฒนาได้ ผมก็เลยมีแรงบันดาลใจที่อยากจะศึกษาพัฒนาสิ่งเหล่านี้ต่อ หลังจากนั้นก็ได้ลาออกมาทำงานอีกบริษัทหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องบุคลิกภาพเหมือนกัน ทำให้เราอยากมีแนวทางการทำงานของเราก็เลยไปศึกษาต่อ เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจังที่อังกฤษ พอกลับมาก็โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ก็อยากจะให้โอกาส ให้ผมได้ทำธุรกิจนี้ ”

ผู้ก่อตั้งบริษัทเอ พลัส อิมเมจ

ทราบว่า ไปเรียนที่ Nottingham แต่ได้ Certificate ที่ London ไปไงมาไง ถึงได้จบที่นี่ด้วย
” ผมเรียนปริญญาตรีที่ Nottingham University จากนั้น เรียนจบ กลับมาทำงานที่ไทย ค้นหาจนได้รู้ว่าเราสนใจด้านบุคลิกภาพอย่างจริงจัง ก็เลยมีความ
จำเป็นที่ต้องบินกลับไปอังกฤษ เพื่อไป Certified ไม่ใช่แค่ ผมแต่งตัวเก่ง ผมชอบเรื่องนี้ แล้วผมจะมาทำงานด้านนี้เลย มันไม่ใช่ คนที่จะมาทำงานด้านนี้ต้องผ่านการอบรมหลายอย่าง ไม่ใช่ว่า เราไปเรียนเพื่อ Certified Image อย่างเดียว แล้วจะกลับมาทำงานด้านนี้เลย มันก็ไม่ใช่ อย่างผม ต้องฝึกในเรื่องของ การพูดในที่สาธารณะ ในเรื่องของการใช้ภาษากาย ทุกอย่าง และอย่างเรื่อง Personality Taste เราก็ได้รับการรับรองแล้วว่าเราสามารถที่จะทำงานในส่วนนี้ได้”

ปัจจุบันในประเทศไทย มีสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพกี่แห่งคะ

” มีหลายที่ครับ และผมก็คิดว่าการมีหลายที่ก็ยิ่งดี เพราะว่า เมื่อคนเราไปช้อปปิ้ง เรามักแต่จะเลือกของที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด เหมือนกันครับกับ เอ พลัส อิมเมจ ตรงที่ ลูกค้าควรที่จะเลือก บริษัทที่จะสามารถช่วยเขาได้มากที่สุด สะท้อนความเป็นตัวตนเขาได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นลูกค้ากลุ่มที่มาหา เอ พลัส อิมเมจ ก็จะเป็นลูกค้าคนละกลุ่ม กับที่อื่น เราจะมีแนวทางการทำงานของเราอยู่ ซึ่งผมจะไม่ประนีประนอมเลย คือ เราอาจจะไม่ได้มีงานมากเหมือนบริษัทอื่น เราไม่ได้ Mass แต่ผมมีความภูมิใจที่ เราไม่เสียแนวทางและคุณค่าในการทำงานของเรา หลายคนอาจบอกว่า นี่คือ business มันก็ต้องคิดแบบ business แต่ผมบอกได้เลยว่า ผมมาอยู่ตรงนี้ได้ด้วย ความชอบล้วนๆ หลายงานที่ผมปฏิเสธไปเป็นเงินหลายแสนบาท ผมก็ไม่ได้เสียใจอะไร แต่กลับภูมิใจที่ เรายึดมั่นในคุณค่าการทำงานในตัวเรา เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ผมก็ไม่สามารถไปพูดอะไรกับคนอื่นได้ว่าผมเป็นคนแบบนี้ ”

อาร์ท นิธิศ

ด้วยความที่ยังดูหนุ่ม เรื่องอายุกลายเป็นอุปสรรคในการทำงานของคุณอาร์ทไหมคะ
” หลายอย่างครับ หลายคนก็จะมองว่าทีมเรายังเด็กอยู่เลย ทีมงานของผม อายุจะบวก ลบ 5 ปี ไล่เลี่ยกันไป แต่ก็จะสื่อสารไปว่า จริงๆ แล้วเนี่ย ถ้าเกิดจะมาเทียบประสบการณ์การทำงาน ประสบการณ์การใช้ชีวิต ผมคงจะสู้ลูกค้าที่อายุมากกว่า ผ่านอะไรมาเยอะกว่า ไม่ได้ แต่ที่ผมมาอยู่ตรงนี้ ผมเชื่อว่า ความรู้ ความสามารถในด้านนี้ของผม สามารถช่วยลูกค้าได้เพราะฉะนั้น การเทรนนิ่งบุคลิกภาพ จะไม่ได้เป็นรูปแบบของการสอน แต่จะเป็นรูปแบบของการให้คำแนะนำอย่างเป็นเพื่อนกัน ทุก Section เราจะคุยกันแบบกันเอง จะไม่คุยกันแบบเป็นทางการ เหมือนกันครับ A + IMAGE ก็เหมือนกัน การทำงานเหมือนครอบครัว เราจะไม่มีการบอกลูกค้าว่า คุณต้องนั่งท่านี้ท่าเดียวเท่านั้นเวลาคุยคุณต้องอย่างนี้อย่างนั้น ไม่มีครับ เราจะแนะนำให้ลูกค้าเป็นธรรมชาติ ให้เป็นตัวเองมากที่สุด แต่ออกมาดูดี คนที่เขาสื่อสารด้วย มองเขาว่าเรียล ไม่เฟค นี่คือ จุดที่สำคัญที่สุด มันมีข้อแตกต่างระหว่าง คำว่า “สร้างภาพ” กับ คำว่า “เสริมสร้างภาพลักษณ์” นี่คือข้อแตกต่าง “สร้างภาพ” ก็คือ เราทำ เพื่อที่จะให้คนอื่นมาชอบเรา แต่จริงๆ แล้ว เราไม่ได้รู้สึกดีเลยเพราะเราไม่สามารถทำได้ แต่ที่ A + IMAGE ให้ความสำคัญว่า อย่าไปแคร์คนอื่น เราต้องพัฒนาตัวเราเอง เราต้องรู้สึกมีความสุขในสิ่งที่เรา อยากจะพัฒนาในสิ่งที่เราเป็น ตาม PAM MODEL ซึ่งเป็นสูตรพัฒนาบุคลิกภาพ ในแบบของ เอ พลัส อิมเมจ ”

***PAM MODEL คือ หลักสูตรการเทรนนิ่งที่ คุณอาร์ท ได้ออกแบบโดยเฉพาะ เพื่อการพัฒนาบุคลิกภาพที่สอดคล้อง และรักษาความเป็นตัวเองของผู้เข้ารับบริการ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ

P = Personality คือ นิสัยใจคอ ทัศนคติ ไลฟ์สไตล์

A = Appearance คือ รูปลักษณ์ภายนอก เครื่องแต่งกาย การแต่งหน้า ทำผม

M = Message คือ การสื่อสารทางคำพูด รวมไปถึง ภาษากาย สีหน้า ท่าทาง

 

สาเหตุหลักๆ ของปัญหา ด้านบุคลิกภาพของลูกค้า เอ พลัส อิมเมจ คือ
” ลูกค้าแต่ละคนก็มีโจทย์ ไม่เหมือนกันครับ ถ้าเป็นลูกค้ากลุ่มมหาวิทยาลัย ก็จะเป็นเรื่องบุคลิกภาพสำหรับการสมัครงาน ต้องตอบคำถามยังไง พูดยังไง ”

เดี๋ยวนี้เขาเรียนกันถึงขนาดนี้เลย
” ใช่ครับ เพราะคนทุกคนอยากได้งานที่ตัวเองใฝ่ฝัน แต่แน่นอนว่า งานที่ตัวเองใฝ่ฝัน ก็ยังเป็นที่ใฝ่ฝันของอีกหลายๆ คน เพราะฉะนั้นเราจะทำยังไงให้เราเป็นตัวเลือกแรกๆ ยกตัวอย่าง ประเทศไทยมีคนจบบริหารธุรกิจในแต่ละปี ไม่รู้กี่แสนคน แล้วมีงานที่จะรองรับในสิ่งที่ทุกคนอยากทำไหม ผมก็บอกเลยว่าไม่ แต่จะทำยังไงเราดูโดดเด่น เพราะความรู้จบมาก็เท่าๆ กัน หลักสูตรเดียวกัน แต่สิ่งที่จะทำให้เราดูโดดเด่นนี่เป็น Soft skill ล่ะ การศึกษา ความรู้ดี แน่นอน แต่ทำยังไงจะทำให้คนอื่นเข้าใจในสิ่งที่เราจะสื่อสาร แต่ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูง ก็จะมีโจทย์อีกแบบหนึ่งคือ ทำยังไงให้ลูกน้องรู้สึกว่า เราไม่ได้ดุ ไม่ได้ว่าเขาอยู่ คือ ทุกคนจะมีโจทย์ของตัวเองไม่เหมือนกัน บางคนก็มีปัญหาเรื่องการแต่งตัวเป็นหลัก แต่หลายคนก็ไม่เข้าใจในจุดประสงค์ที่แท้จริงของตัวเอง ลูกค้าของเรา เมื่อเข้ารับคำปรึกษา ก็ต้องเข้ามาวิเคราะห์ หาจุดประสงค์ที่แท้จริง ต้องมีการพูดคุยกันก่อน เพื่อป้องกันความสับสน ”

อาร์ท นิธิศ

เพราะเป็นงานด้านบริการ เอ พลัส อิมเมจ วัดผลการทำงาน ยังไงคะ
” สำหรับธุรกิจ เอ พลัส อิมเมจ ไม่มี KPI ครับ อยู่กับความพึงพอใจของลูกค้าล้วนๆ เลย ว่าลูกค้ามีความสุขกับตัวเองไหม ได้รับคำชมจากคนรอบข้างไหม แต่ก่อนอื่นเลย เราต้องมีความสุข ในสิ่งที่เราเป็นก่อน ในสิ่งที่เราได้พัฒนาไปในทางที่ดีเสียก่อน

การพัฒนาบุคลิกภาพนี่มันยั่งยืนขนาดไหน มีลูกค้าต้องกลับมารับคำปรึกษาต่อไหม
” กลับมาครับ แต่ไม่ได้กลับมาเรียนกับเรา แต่กลับมาพูดคุย ขอคำแนะนำในเรื่องอื่นๆ อย่าง ถ้าลูกค้าจะไปงาน ก็จะมีโทรมา ส่งภาพ ให้ช่วยเลือกชุดให้บ้าง เราก็ยินดีช่วยเลือกให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเราคิดว่าลูกค้าทุกคนของเรา ก็จะเป็นเพื่อนเรา เราก็ยินดีช่วย ไม่มีปัญหาเลย ”

จากประสบการณ์การทำงานด้านบุคลิกภาพที่ผ่านมา จุดด้อยของคนไทยคืออะไรคะ
ความเคยชิน และ คำว่า “ไม่เป็นไร” นี่คือ จุดด้อยของคนไทย เพราะสังคมบ้านเราเป็นแบบนี้ นิดๆ หน่อยๆ ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไรหรอก เราจะได้ยินคำบ่นๆๆ ว่า ทำไมเป็นอย่างนั้น ทำไมเป็นอย่างนี้ แต่ไม่มี Action เข้าไปเปลี่ยน เราก็เลยทำได้แค่บ่น อย่างเช่น เราบ่นเรื่องรถติด คนนั้นขับคร่อมเลน เราก็แค่บ่น แต่ไม่มี Action อะไร สำหรับผมเอง ถ้ารถติด คนขับรถคร่อมเลน คนทำไม่ถูก ผมจะเดินเข้าไปบอกเขาเลย ไม่ใช่ไปด่าเขานะ แต่ไปบอกเขาว่า พี่ทำแบบนี้ หลายคนเดือดร้อน ถ้าเป็นไปได้ อยากให้พี่ช่วยอย่างนี้ๆ ซึ่งปฏิกิริยาตอบกลับ บางคนก็ดี บางคนก็ไม่ดี แต่เราถือว่า เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราไม่ได้แค่บ่นอย่างเดียว เรามี input อยากจะเสริมสร้างให้สังคมไทย อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ”

อาร์ท นิธิศ

มุมมองการใช้ชีวิตของ อาร์ท นิธิศ
” ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับความจริงใจ ในการพบเจอผู้คน ที่เราได้รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ ลูกน้อง แฟน หรือว่าใครก็ตาม ผมจะให้ความสำคัญกับคำว่า จริงใจมาก ผมคิดว่ามันเป็นพื้นฐานของการมีความสัมพันธ์ที่ดี นอกจากความจริงใจแล้ว เราทุกคนยังต้องมีความอดทน เพราะเราทุกคนสามารถมีความผิดพลาดกันได้ ผิดพลาดแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ รู้ไหมว่าผิดพลาด และพัฒนาให้ดีขึ้นไป นี่เป็นสิ่งสำคัญ  ”

บทสัมภาษณ์โดย Women MThai Team
ภาพและคลิป โดย Covinus
facebook

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา