เพราะทุกข์นำทาง เม้าท์ซี่ เบญจวรรณ นางแบบ ฉายา “จิ้งจอกพันหน้า” บนทางสายธรรม

Home / Scoop คนดัง / เพราะทุกข์นำทาง เม้าท์ซี่ เบญจวรรณ นางแบบ ฉายา “จิ้งจอกพันหน้า” บนทางสายธรรม

“ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย” คุณ เม้าท์ซี่ เบญจวรรณ เทิดทูลกุล เกริ่นถึงเส้นทางที่เธอหันมาสนใจธรรมะให้ ซีเคร็ต ฟัง

เม้าท์ซี่ – เบญจวรรณ เทิดทูลกุล

จากนางแบบที่เรียกได้ว่าฮ็อตสุด ๆ บนรันเวย์ ด้วยลุคที่ดูเปรี้ยวและมั่นใจ เจ้าของผมสีทองที่ในยุคก่อนไม่มีใครกล้าทำ  แต่ถึงวันนี้เธอบวชชีมาแล้ว 3 ครั้ง และยังคงปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันเรื่อยมา เพราะเป้าหมายสูงสุดคือ “การหลุดพ้น” การเข้าสู่เส้นทางธรรมของเธอล้วนเกิดจากเหตุปัจจัยที่มาในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งหากไม่พบกับ “ความทุกข์” จากความรัก เธอคงไม่ได้เดินทางสายธรรมเช่นทุกวันนี้

เด็กหญิงลูกครึ่งที่แสนธรรมดา เม้าท์เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว คุณพ่อเป็นชาวเยอรมัน คุณแม่เป็นคนไทยมีพี่ชายต่างพ่อสองคน อายุห่างกันประมาณสิบปี ชีวิตก็เหมือนกับเด็กทั่วไป แต่ค่อนข้างซน มีวีรกรรมเยอะ แต่พ่อกับแม่เลี้ยงไปตามธรรมชาติที่เราเป็น ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองถูกบังคับว่าต้องเรียบร้อยหรือเรียนเก่ง ถึงแม้พ่อแม่ไม่ได้กดดันอะไร แต่เม้าท์ก็เรียนได้ในระดับดี สอบได้เลขตัวเดียวมาตลอด

ตอนเด็ก ๆ เม้าท์ไม่เคยคิดว่าอยากเรียนต่อด้านไหน หรืออยากทำอาชีพอะไร และไม่มีความคิดอะไรพวกนี้ในหัวเลย พอเรียนจบเม้าท์สอบเอนทรานซ์ไม่ติด จึงไปสอบเข้าเรียนที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนที่เดียวกับพี่ชาย แต่เรียนไปได้ไม่ถึงเทอมก็บอกแม่ว่าไม่อยากเรียนแล้ว มันมีแต่ตัวเลขแม่ก็ตามใจ ไม่ได้ว่าอะไร จึงไม่ไปเรียนอีก พอพี่ชายรู้เรื่องก็ไม่ยอม ให้ไปสอบที่มหาวิทยาลัยรังสิต เพราะตอนนั้นยังเปิดสอบอยู่ สุดท้ายก็สอบติดและได้เรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ เอกประชาสัมพันธ์

เม้าท์ซี่

เข้าไปเรียนเทอมแรกก็ได้เกรดดี เม้าท์เลยมีกำลังใจเรียนจนจบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง พร้อมทำงานในวงการบันเทิงไปด้วย เป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดง ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.4 มีวันหนึ่งรองเท้านักเรียนขาด แม่พาไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้าแถวบ้าน ก็มีโมเดลลิ่งเข้ามาบอกแม่ว่าสนใจ อยากพาน้องไปถ่ายรูปเก็บไว้ ตอนนั้นเราไม่รู้เรื่องว่ามันคืออะไร รู้แค่ว่าหลังจากนั้นแม่ก็พาไปหาพี่โมเดลลิ่งคนนี้ วันที่ไปจำได้ว่า ทางโมเดลลิ่งจับเม้าท์แต่งหน้าทาปาก ทำผม ให้ลองยิ้ม หัวเราะทำโน่นทำนี่ แล้วก็กลับบ้าน ในใจคิดว่านี่ไม่ใช่ตัวเราเลย หลังจากนั้นก็มีโทรศัพท์มาที่บ้าน บอกให้ไปแคสติ้งโฆษณาตัวหนึ่ง จึงได้งานชิ้นแรกเป็นโฆษณาครีมทาผิว แม้จะไม่ได้เป็นตัวหลัก คือเป็นตัวร้ายที่เห็นหน้าแค่แวบเดียว แต่เงินที่ได้เป็นเงินก้อนใหญ่มาก ต่อมาทางโมเดลลิ่งก็พาไปถ่ายรูปและฝากประวัติไว้ที่ค่ายละครยูม่า

แต่อีกหลายปีจนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ค่ายยูม่าจึงติดต่อมาให้ไปแคสติ้งบทตัวร้าย ต้องแย่งผู้ชายเป็นตัวอิจฉา ซึ่งก็ผ่าน ได้รับบทตัวร้ายในละครเรื่องแรกคือ เกียรติยศกบฏรัก ก่อนจะเล่นละครเม้าท์ต้องไปเรียนการแสดงก่อน จึงได้รู้ว่า แค่การจำบท ท่องแบบนกแก้วนกขุนทองไม่ได้นะ ทุกคำที่พูดออกไปต้องรู้สึกกับมัน แล้วก็ต้องฟังคนอื่นเพื่อส่งบทกันด้วย ครูสอนการแสดงก็ช่วยดึงศักยภาพของเราออกมา ทำให้เราทำงานได้ดี เรียกว่าได้วิชาจากที่นี่มาเยอะ

เม้าท์ซี่
นอกจากนี้ อายุ – ยุวดี ไทยหิรัญท่านมักคอยเตือนคอยสอนอะไรหลายอย่างทั้งการทำงานและการวางตัว เพราะการทำงานในค่ายยูม่า ทุกคนเท่าเทียมกันหมด การทำงานต้องตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบ เม้าท์ภูมิใจมากที่ได้ทำงานกับอายุ และวินัยเรื่องนี้ก็ติดตัวไปตลอด ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหนหรือกับใครก็ตาม นางแบบฉายา “จิ้งจอกพันหน้า” ช่วงแรกของการทำงานในวงการ ทุกคนรู้จักเม้าท์ในฐานะนักแสดงของยูม่า เพราะได้เล่นละครต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ แต่เม้าท์ไม่เคยคิดว่าตัวเองดังเปรี้ยงจากเรื่องไหนเลย

ต่อมาก็คนชวนไปเดินแบบ สมัยนั้นมีจัดเดินแบบตามโรงแรม ต่อมาจึงเป็นห้างสรรพสินค้า เดินแบบครั้งหนึ่งก็หลายชุด ต้องมีสมุดจดคิวว่า ชุดที่หนึ่งต้องออกมาโพสกับคนไหน ขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนกว่าสมัยนี้เยอะเลย

เม้าท์ซี่

เม้าท์มีงานเดินแบบเรื่อย ๆ แต่ช่วงที่เจริญรุ่งเรืองสุด ๆ ในวงการแฟชั่นคงเป็นตอนที่เม้าท์ย้อมผมเป็นสีทองนี่แหละ ที่มาก็คือพี่อาร์ต – อารยา สไตลิสต์ชื่อดังของเมืองไทยอยากให้ลองเปลี่ยนลุค ปรับโฉม เพราะก่อนหน้านี้เราคงไม่ได้มีคาแร็คเตอร์ที่โดดเด่น เวลานั้นยังไม่ค่อยมีใครทำสีผมกัน แต่เราทำผมทองมาเลย ประจวบเหมาะกับ ช่วงแฟชั่นวีคพอดี จึงทำให้งานเข้ามาเยอะและได้ถ่ายลงแมกกาซีนแทบทุกเล่ม ช่วงนั้นฮ็อตมาก จนได้ฉายาว่า “จิ้งจอกพันหน้า”เพราะแต่งเป็นลุคอะไรก็ได้หมด แต่ในชีวิตจริงกลับแตกต่างกันมาก เพราะเม้าท์เป็นคนไม่แต่งตัวตามแฟชั่น ไม่อะไรทั้งสิ้น การทำงานที่มีทั้งเงินทองและชื่อเสียงทำให้คิดหลงตัวเองบ้างเหมือนกัน ในช่วงที่คนต้องการให้เราไปทำงานเยอะ ๆ ก็รู้สึกลอย ใคร ๆ ก็ชอบเรา แล้วก็เกิดมีตัวตนขึ้นมา แต่พอเริ่มไม่ค่อยมีงานก็รู้สึกโหวง ๆ คิดว่า
เกิดอะไรขึ้น ทำไมงานนี้เขาไม่จ้างเรา ซึ่งจะมีความรู้สึกขึ้น ๆ ลง ๆ แบบนี้มาตลอด แต่ไม่ได้คิดว่าเป็นความทุกข์อะไร ก็ใช้ชีวิตกับความรู้สึกนี้มาเรื่อย ๆ

งานแอลแฟชั่นวีค ในโชว์ของ Seneda
งานแอลแฟชั่นวีค ในโชว์ของ Seneda

ส่วนเงินทองที่เข้ามามากมาย เม้าท์เก็บจริงจังมาก เพราะจริง ๆ เป็นคนค่อนข้างขี้งกมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เวลาจะซื้อของก็จะซื้ออะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน เช่น รถยนต์ แต่ก็มีบางช่วงที่หลงระเริง กิเลสเตลิด อยากได้อะไรก็ซื้อ ๆ ไปหมด เรื่องเที่ยวก็เอาหมด สูบบุหรี่ กินเหล้า เละเทะ เคยมาหมดแล้ว จริง ๆ แล้วในช่วงเวลานั้นเม้าท์ไม่ได้เป็นคนดีอะไรเลย แต่กลับคิดว่าตัวเองเป็นคนดีแล้ว เพราะคิดว่าเราใช้ชีวิตแบบนี้ก็ไม่ได้เบียดเบียนใคร ไม่ได้ฆ่าใครนะ ธรรมะคือเรื่องไกลตัว

เม้าท์ซี่
เมื่อก่อนเม้าท์ไม่ได้มาทางธรรมเลย จะทำบุญก็เฉพาะวันเกิด และไม่ได้รู้สึกว่าอยากทำบุญ หรือต้องช่วยเหลือคนอื่น ต้องเอาเงินไปหยอดตู้ที่วัดนะ คือไม่ได้นึกถึงเรื่องการทำทานเลย ส่วนเรื่องรักษาศีลหรือภาวนานี่ลืมไปได้เลย ไม่รู้ด้วยว่าทำไมต้องสวดมนต์หรือนั่งสมาธิ ทำไปทำไมกัน

ทั้ง ๆ ที่เห็นคุณพ่อนั่งสมาธิมาตั้งแต่เด็กด้วยซ้ำ ต้องขอบอกก่อนว่า คุณพ่อของเม้าท์เป็นฝรั่งก็จริง แต่ท่านเป็นลูกศิษย์ของท่านพุทธทาส เคยแปลหนังสือของท่านพุทธทาสเป็นภาษาเยอรมันด้วย และที่สำคัญคือคุณพ่อชอบนั่งสมาธิมาก เม้าท์เห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนั้นได้แต่คิดว่า ทำไมพ่อชอบนั่งขัดสมาธิ นั่งหลับตา และทั้งที่เห็นมาตลอด กลับไม่ได้สนใจหรือทำตามคุณพ่อเลย คุณพ่อเองก็ไม่ได้มาคุยหรือมาสอนเรื่องการนั่งสมาธิกับเราด้วย ที่ผ่านมาธรรมะจึงเป็นเรื่องไกลตัวมากไม่ใช่แค่มองไม่เห็นธรรมะนะคะ แต่เราไม่ได้ มองเลยมากกว่า ทั้ง ๆ ที่ธรรมะอยู่ใกล้ตัวเราตลอด แต่สิ่งผลักดันให้เริ่มสนใจธรรมะคงหนีไม่พ้น “ความทุกข์” นี่แหละ (โปรดติดตามตอนต่อไปในนิตยสาร Secret ฉบับที่ 191 )

Secret BOX
สิ่งทั้งหลายมันเป็นไปตามเหตุปัจจัย มันไม่ได้เป็นไปตามใจอยากของเรา ป.อ. ปยุตโต

 

ขอขอบคุณ บทสัมภาษณ์จาก นิตยสาร Secret คอลัมน์ THIS IS LIFE
เรื่อง เบญจวรรณ เทิดทูลกุล 
เรียบเรียง เชิญพร คงมา 
ภาพ วรวุฒิ วิชาธร 
ผู้ช่วยช่างภาพ ธนทัช หิรัญวรกุล 
สไตลิสต์ ณัฏฐิตา เกษตระชนม์ 
ผู้ช่วยสไตลิสต์ ศุภกานต์ ขวัญแก้ว 
แต่งหน้า-ทำผม ภูดล คงจันทร์

facebook

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา