พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี ผู้มีความคิดที่ล้ำสมัยสตรีไทย ยุครัชกาลที่6

หลายคนคงได้มีโอกาสดูละครคุณภาพเรื่อง สี่แผ่นดิน ซึ่งมีการเอ่ยถึง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี หรือ ท่านหญิงขาว ในสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงเคยเป็นพระคู่หมั้นของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีการสถาปนา หม่อมเจ้าวัลลภาเทวี ขึ้นเป็น พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี ในขณะที่มีพระชันษา 28 ชันษา

ส่วนพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุ 40 พรรษา และการสถาปนานี้ก็เพื่อจะได้สมพระเกียรติยศสำหรับจะได้กระทำพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสในภายหน้า แต่ในปี พ.ศ. 2464 มีพระบรมราชโองการให้ถอนหมั้น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม และโปรดเกล้าฯ ให้ออกพระนามว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี ทรงเป็นผู้ริเริ่มการสวมเครื่องประดับที่คาดศีรษะจนเป็นที่นิยมของสตรีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และยังทรงมีความคิดที่ล้ำสมัยสตรีไทยในยุคนั้น ทรงเขียนบทความชื่อ “ดำริหญิง” ในหนังสือดุสิตสมิธรายสัปดาห์เมื่อ พ.ศ. 2463 ในทำนองส่งเสริมให้สตรีมีความเท่าเทียมกับบุรุษ เพราะสตรีก็มีความสามารถ และจะอุ้มชูหรือชักบุรุษให้ต่ำลงก็ทำได้ แต่ก็มีพระประสงค์ให้บุรุษเข้าใจและเคารพสถานภาพของสตรี รู้จักหน้าที่ของบุรุษตามแบบสากล และขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้สตรีรู้จักทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง ความว่า…

“…หญิงโดยมากมักบูชาว่าชายเป็นมนุษย์ที่วิเศษกว่าตัวเทือกเทวดา ทั้งนี้ก็เพราะในบ้านโดยมากชายเป็นเจ้าบ้านมีอำนาจบังคับบัญชากดขี่หญิง การที่ชายได้อำนาจไปมากเช่นนั้น ตามความเข้าใจของข้าพเจ้า คิดว่าคงเป็นเพราะหญิงมิได้ถือหน้าที่ที่ตนควรประพฤติ…”

แม้ในเนื้อความจะเป็นความจริงก็ตาม แต่ในขณะนั้นก็ยังไม่มีสตรีคนใดที่สามารถตีแผ่ความจริงได้อย่างห้าวหาญแจ่มชัดอย่างที่พระองค์ได้พระนิพนธ์ไว้ในบทความตอนหนึ่ง ความว่า…

“…ความเข้าใจของข้าพเจ้าคิดว่ามนุษย์ทุกคนมีความบกพร่องอยู่ในตัวอย่างที่ไม่รู้จักกันพอ เช่นหญิงชายแรกคบกันคงจะต้องสรรท่าที่ตัวคิดว่าดีออกอวดกัน ต่างคนก็บูชากันว่าเป็นผู้วิเศษในขณะนั้น ความพอใจย่อมมีต่อกันมาก ก็อาจให้สัญญาต่อกันทุกอย่างในความต้องการของฝ่ายใด ครั้นเมื่อคุ้นกันเข้า ความบกพร่องซึ่งเป็นของธรรมดาตามมากน้อยก็ต้องเกิดความรู้กันขึ้นทั้งสองฝ่าย ความนับถือซึ่งกันก็ย่อมซาไป…”

นอกจากนี้ในบทความของพระองค์ที่ทรงนิพนธ์ขึ้น แสดงให้เห็นถึงความมั่นพระทัยในบทบาทและความสามารถของสตรีในการผลักดันบุรุษให้ทำกิจการต่าง ๆ ความว่า “…ข้าพเจ้าเห็นว่ามือเบา ๆ ของหญิงนี่แหละ อาจลูบหลังชายให้ออกไปต้านศึกได้ง่าย ๆ ยิ่งกว่าจะใช้ปืนจ้องให้ต้องกลับหลังหันไป”

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี

ทรงร่วมแสดงละครเรื่อง โพงพาง

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับบทเป็นนายพลเรือโท พระยาสมุทโยธิน

และพระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี รับบทเป็น คุณหญิงสมุทโยธิน

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี

ขณะเสด็จขึ้นนมัสการพระปฐมเจดีย์

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี

ในช่วงปลายพระชนม์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี ได้เข้าประทับรักษาพระองค์ในโรงพยาบาลศิริราชด้วยโรคพระวักกะพิการ เป็นเวลา 60 วัน โดยพระองค์ได้สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการสงบ ในเวลา 06.07 นาฬิกาของวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2494 สิริพระชนมายุได้ 58 พรรษา 5 เดือน และทรงได้รับพระราชทานเพลิงพระศพ ณ วัดเบญจมบพิตร เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495

ข้อมูลจาก : wikipedia

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Copyright © 2016 MThai.com All rights reserved. หมายเลขทะเบียนการค้าอิเล็กทรอนิกส์ : 0127114707040