หยุดโทษ อยู่เมืองนอกแล้วอ้วน! สาวไทยใจเด็ด พิสูจน์ให้ดู อยู่เยอรมัน ลดไป 30 กก.

Home / Scoop คนดัง / หยุดโทษ อยู่เมืองนอกแล้วอ้วน! สาวไทยใจเด็ด พิสูจน์ให้ดู อยู่เยอรมัน ลดไป 30 กก.

สาวไทยใจเด็ดที่ว่านี้ มีชื่อว่าน้องหมวย อายุ 24 ปี ได้ทุน Erasmus ไปแลกเปลี่ยนช่วงเดือน มีนาคม 2016 – สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2017 รวมระยะเวลาประมาณหนึ่งปี เธอบอกว่าเป็นช่วงที่อ้วนที่สุดในชีวิต พุ่งขึ้นอย่างเดียวแบบ It’s gonna hit 100 kg! และด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น กลัวว่าถ้าจะลดช้ากว่านี้จะลดยาก เลยตั้งใจเด็ดเดี่ยวว่าจะลดความอ้วนให้ได้ แล้วเธอก็ทำสำเร็จ มาดูกันดีกว่า ว่าน้ำหนักที่หายไปกว่า 30 กก. นั้น เธอจะต้องฝ่าฝันอะไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องอาหารพื้นเมืองที่เต็มไปด้วยแป้ง แป้ง และแป้ง! มาอ่านเรื่องสนุกๆ จากเธอกันดีกว่า

ย้อนอดีต โยโย่เพราะอดอาหาร

ตอนม.ปลายเคยลดได้จาก 57 เหลือ 44 แบบว่าผอมเลย หน้าหายหมวย ตาโต จมูกพุ่ง จนคนทักว่าไปศัลยกรรมมาหรอ? แต่ตอนนั้นลดผิดวิธีนะคะ อดอาหารจนโยโย่ หุ่นเจ๊งมาจนถึงนี่แหละค่ะ ไม่แนะนำอดอาหารเลย เพราะเมื่อมาลดใหม่อีกครั้งจะลงยากมาก เหมือนระบบพังสะสมมานาน บวกกับนิสัยการกินที่แย่ สรุปคือพัง พัง พัง!!

ขั้นตอนแรก การลดน้ำหนักอยู่ที่ใจ

เพราะถ้าเราไม่ได้อยากจะลดจริงๆ เนี่ย อะไรมาฉุดก็เอาไม่อยู่หรอกค่ะ พูดไปสิบล้านรอบก็เท่านั้นค่ะ ของเราทั้งแม่ทั้งญาติทั้งเพื่อนก็เอาไม่อยู่ค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราอยากบอกว่าสำคัญมากที่สุดเลย คือการหา motivation ในการลดน้ำหนักค่ะ เพราะมนุษย์ถือเป็นสัตว์ชนิดนึงที่มีเหตุผลค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาเราทำอะไรสักพักเราจะเริ่มตั้งคำถามว่า เราทำอะไรอยู่ ทำทำไม และทำไปเพื่ออะไร ถ้า motivation หรือว่าแรงกระตุ้น แรงผลักดันของเรามีไม่มากพอมันก็ค่อนข้างยากที่เราจะ reach the goal ได้ค่ะ ทีนี้ก็หลังจากที่หมวยสามารถหา motivation และ inspiration ที่สตรองได้แล้ว คราวนี้เราก็มากันที่ขั้นตอนต่อไปเลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 อย่าใจร้อน

อย่าเพิ่งแบบ โอ้ย….ชั้นต้องออกกำลังกาย ต้องลดอาหารนั่นนี่ สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้การลดน้ำหนักประสบความสำเร็จและยั่งยืนในระยะยาวคือใจ และนิสัยการกิน

ก่อนจะเริ่มลดลองถามตัวเอง ลองสำรวจตัวเองถึงปัญหาและต้นตอที่เราอ้วนก่อนค่ะ อย่างกรณีหมวยหมวย คือเป็นคนกินไม่เยอะ แต่กินจุกจิก กินขนม กินไอติม กินน้ำอัดลม คุกกี้นี่ของชอบมาก แล้วขี้เกียจออกกำลังกาย พออ้วนก็ยิ่งหนักเพราะเหนื่อยง่าย เลยไม่ค่อยอยากจะออกกำลังกาย

สิ่งที่ทำคือ ต้องปรับนิสัยการกินที่จะทำให้เราอ้วน อย่างที่บอกหมวยชอบกินขนม หมวยก็ปรับเลยค่ะ กินน้อยลงค่อยๆ ลด จนเปลี่ยนเป็นซอยมื้อจนอิ่มตลอด ทำให้ไม่อยากกินขนม หรือเปลี่ยนเป็นกินอย่างอื่น ค่อนข้างยากมากนะคะช่วงนี้ ต้องใช้เวลานานสักนิดนะคะ ค่อยๆ ทำไปค่ะ ไม่ได้ก็ลองใหม่ แต่อย่าอดจนทรมานนะคะ เน้นเป็นการค่อยๆปรับลดดีกว่าค่ะ บอกเลยว่าหมวยใช้เวลาเป็นเดือนในการปรับนิสัยการกิน และทำให้ตัวเองยอมรับการลดน้ำหนักได้อย่างมีความสุข ไม่ใช่เฝ้ารอวันชีทเดย์ที่จะกินๆๆๆๆๆ เพราะสักวันคุณจะตบะแตกแน่นอนค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 ควบคุมอาหาร

ใครขยันก็แนะนำทำอาหารเองเลยค่ะ ด้วยความที่ตอนนั้นหมวยอยู่เยอรมันตอนนั้น ต้องทำอาหารเองอยู่แล้ว อยากประหยัดด้วย แล้วก็ลดน้ำหนักด้วยค่ะ ไม่แนะนำให้อดอาหารเด็ดขาด แป้งห้ามงดเลยนะคะ

แนะนำทำอาหารทานเอง ดีไซน์เมนูตามอาหารที่ชอบเลย หมวยเป็นคนชอบกินพิซซ่ามาก เราอยากผอมแต่ก็อยากมีความสุขด้วย เลยไปซื้อแป้งมากินเอง สูตรก็ง่ายๆ กะปริมาณเอง

  • แป้งตอติย่ามา แผ่นละ 100 kcal
  • ชีทแผ่นไขมันต่ำ 60 kcal
  • ทูน่า 3 ช้อน  40 kcal
  • กุ้งหั่นชิ้นเล็ก  30 kcal (คำนวนจากที่ผลิตภัณฑ์เลยค่ะ)
  • ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อน 10 kcal
  • สับประรด 2 ช้อน หั่นให้เล็ก  40 kcal

เสร็จแล้วเอาแป้งวางบนกระทะ ทาซอสใส่ปลา ใส่สับประรด โรยชีส แล้วฝาปิดกระทะ รอชีสละลาย ก็จะได้พิซซ่า 240 แคล ตอบโจทย์นิสัยการกินของหมวยอีกต่างหาก

ขั้นตอนที่ 4 ออกกำลังกาย 

มีอาหารแล้วก็ต้องมีการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพื่อความยั่งยืน พอดีว่าบ้านอยู่ข้างสวนสาธารณะใหญ่มาก (Olympia Park) เราเลยไม่ได้ไปสมัครฟิตเนส เน้นวิ่งค่ะ วิ่งทุกวัน แต่ช่วงแรกที่น้ำหนักยังเยอะอยู่ ใช้วิธีการดูคลิป work out จนน้ำหนักเหลือราวๆ 75 กก. เลยออกไปวิ่ง แต่คือทรมานมาก แบบคนอ้วนอะค่ะ เหนื่อยมาก วิ่งตอนแรกคือแบบไม่อยากวิ่งแล้วโว้ย เมื่อไหร่จะผอมซะที ถึงบอกว่าข้อแรกสำคัญมาก ถ้า motivation เราสตรองไม่พอ รับรองไม่มีทางไปรอดเลย เพราะอ้วนมากๆ บอกเลยว่าอะไรก็ลำบากค่ะ ช่วงหลังที่เป็นหน้าหนาวหิมะตก หมวยก็ยังออกมาวิ่งนะคะ อาจจะไม่บ่อยแต่ก็พยายามวิ่งสม่ำเสมอ

แต่สิ่งนึงที่โชคดีคือตอนที่หมวยลดน้ำหนักมันอยู่ เป็นหน้าร้อนพอดี ซึ่งอากาศโอเค เลยวิ่งทุกวัน วิ่งวันละ 4-8 กม. แล้วแต่วัน กลับมากระโดดเชือก (ล่องหน) คือกระโดดแบบสมมติว่ามีเชือกค่ะ แล้วก็กระโดดตบ อันนี้แล้วแต่ไหวค่ะ ประมาณ 1,000-5,000 ครั้ง ทีนี้ก็พยายามมีวินัยมีการเวทไปด้วยแต่ไม่เยอะนะคะ หมวยยกขวดน้ำเอา แล้วก็มีเวทตามในยูทูป หาในอินเตอร์เน็ต แต่ไม่ได้แบบว่าเคร่งมาก แค่กลัวว่าผิวจะเหี่ยวเฉยๆ

ขั้นตอนสุดท้าย มี cheat meal ให้ร่างกายได้สดชื่นบ้าง

แบบว่านานๆที 2week ครั้งก็ได้ค่ะ คืออย่างหมวยพอกินจนชิน ก็ไม่ได้อยากกินอะไรพิเศษมากนักหรือบ่อยนัก แต่ว่าถ้าไม่มีเลยมันไม่ดีนะคะ ร่างกายจะจำว่าเราทานน้อยและจะปรับตัวลดการเผาผลาญ ฉะนั้นการมี cheat meal ที่คอยกระตุ้นระบบนั้นดีกว่า แต่คุมนิดนึงไม่ให้เกิน 1,800 ค่ะ

สุดท้ายหมวยก็ใช้เวลาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2016 ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ลดน้ำหนักจาก 80 กก. เหลือ 50 กก. ได้สำเร็จ ข้อสำคัญที่อยากบอกคือ อย่าอดนะคะ ลดเร็วแต่ระบบพังมากค่ะ และส่งผลเสียต่อร่างกายมหาศาลในระยะยาว แนะนำให้ใช้ความอดทนและวินัยดีกว่าค่ะ ยั่งยืนกว่ามากๆ เชื่อหมวยนะคะ ลองมาแล้ว และก็โยโย่หนักมาก เพื่อนๆ คนไหนน้ำหนักเยอะแล้ว รีบลดเถอะนะคะเพื่อสุขภาพของเราเอง พอผอมลงแล้วสุขภาพดีขึ้นจริงๆ เหมือนได้ชีวิตใหม่ ดีใจมากๆค่ะ

ที่มา : สมาชิกหมายเลข 2493893

ขออนุญาตใช้เนื้อหา