Catrice Essence คาทริซ ดิถีเพ็ญ มิ้นท์ อาทิตยา มิ้นท์ อาทิตยา เครื่องสำอาง เอสเซนส์

จากนางเอกสู่บทบาทผู้บริหาร เครื่องสำอาง มิ้นท์ อาทิตยา ดิถีเพ็ญ

Home / Scoop คนดัง / จากนางเอกสู่บทบาทผู้บริหาร เครื่องสำอาง มิ้นท์ อาทิตยา ดิถีเพ็ญ

ห่างหายจากงานในวงการบันเทิงไปนาน แต่เชื่อว่าหลายคนยังจำนางเอกหน้าหวานคนนี้ได้ดี มิ้นท์ อาทิตยา ดิถีเพ็ญ โดยหลังจากที่แต่งงานมีครอบครัวไป ก็มุ่งทำงานในบทบาทผู้บริหารอย่างเต็มตัว เมื่อมีโอกาสได้เจอตัวจริง ในงานเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่เครื่องสำอาง คาทริซ (Catrice) เลยต้องขอพูดคุยและอัปเดตกันสักหน่อย

ชีวิตหลังแต่งงานเป็นยังไงบ้าง? 

คุณแนท (สามี) เขาทุ่มเททุกอย่างและพิสูจน์ให้เรารู้ได้ว่ารักเราจริง และเป็นสามีที่ดี เรามีข้อตกลงกันว่า หลังจากแต่งงานแล้ว ต้องหาวันหยุดให้ได้ 2 วันใน 1 สัปดาห์คือ เสาร์-อาทิตย์ หรือถ้าว่างก็จัดตารางไปออกกำลังกายด้วยกัน ดูหนัง ฟังเพลง  หรือไม่แพ็คกระเป๋าเสื้อผ้าไปเที่ยวพักผ่อนที่ต่างจังหวัดใกล้ๆ เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง โดยส่วนตัวแล้วชอบเที่ยวธรรมชาติ ทะเล ชอบการดำน้ำ ชมโลกใต้ท้องทะเลดูปะการัง ถึงขั้นไปเรียนจบคอร์สสอบปฏิบัติจนได้ใบ Certificate Open

ของสะสมและแบรนด์โปรดในดวงใจ 

โดยส่วนตัวชอบสะสมกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา อาจเป็นเพราะผู้หญิงด้วยชอบอยู่ไม่กี่แบรนด์ที่ถูกใจในเรื่องการดีไซน์และวัสดุที่ใช้แบบทนทาน อย่างกระเป๋าชอบสีดำเป็นพิเศษจะใช้ CHANEL รุ่น CHANEL CLASSIC BLACK CAVIAR ส่วน Prada ชอบรุ่น PRADA SAFFIANO LUX TOTE BAG นาฬิกาก็เลือกซื้อที่ใส่แล้วเป็นตัวเราและสวมสบายที่สำคัญต้องสามารถใส่ได้ตลอดทุกเวลาและใส่ออกงาน เรือนที่มีจะเป็น CATIER รุ่น Santos gold สายหนังดำและนาฬิกาPANERAI รุ่น Ferretti Original Strap ส่วนรองเท้าชอบซื้อแบบสวมใสสบาย ตนเองเป็นคนที่สูงเลยชอบซื้อแบบส้นเตี้ยที่ชอบคือ CHANEL รุ่น BALLERINA FLATS ส้นเตี้ยมีอยู่ประมาณ 3-4 คู่ ซื้อแต่รุ่นนี้ชอบทั้งรูปแบบ วัสดุและสีสันของแบนด์นี้เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์โปรดเลย

จุดเริ่มต้นในการก้าวเข้ามาทำธุรกิจด้านความงาม

จากประสบการณ์เคยทำบริษัทที่นำเข้ากระเป๋าแบรนด์เนมจากต่างประเทศมาก่อน ก็มีความสนใจที่จะนำสินค้าเข้ามาขายเอง หลังจากแต่งงานเดินทางไปดูงานต่างประเทศและถือโอกาสไปเที่ยวด้วยกับครอบครัว จึงตัดสินใจเลือกสินค้าประเภทกลุ่มความสวยงาม เครื่องสำอางจากต่างประเทศเหตุผลคิดว่าคนไทยยังมีโอกาสน้อยที่จะจับจ่ายซื้อสินค้าของประเทศอื่นในราคาไม่แพงนั้น จึงเลือกนำเข้าเครื่องสำอางมาจำหน่ายในประเทศไทยด้วยวิธีการติดต่อกับบริษัทแม่ และได้รับการตอบรับความไว้วางใจให้นำเข้าสินค้ามาจำหน่ายนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจนี้

ประกอบกับบริษัทของครอบครัวสามี นั้นซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตของสวยงามประเภทบิวตี้จุกจิกของผู้หญิงจำหน่ายอยู่แล้ว สินค้าประเภท พัฟ ฟองน้ำ แต่งหน้า หมวกคลุมผม ที่ดัดขนตา ถือว่าเป็นบริษัทแม่ซึ่งมีอายุกว่า 30 กว่าปีตั้งแต่ก่อตั้ง

พอหลังแต่งงานก็มาจัดตั้งบริษัทเพื่อนำเข้าเครื่องสำอางของตนเองชื่อบริษัท แฟชั่นควีน จำกัด ก่อตั้งปี พ.ศ. 2550 ตนเองได้นำเข้าสินค้าแบรนด์ essence (เอสเซนส์) จากเยอรมันนี ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดี จนต่อมาได้นำเข้าแบรนด์ล่าสุด Catrice (คาทริซ) จากเยอรมันนี ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ยังเป็นแบรนด์ยุโรปที่ที่มีมาตรฐานการผลิตและคุณภาพดี อีกทั้งยังสามารถวางจำหน่ายในราคามาตรฐานเดียวกับประเทศต่างๆในยุโรป และยังมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างแบรนด์ของตนเอง เพื่อวางจำหน่ายในไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสการเติบโตในกลุ่มสินค้าเพื่อความสวยงามอย่างต่อเนื่อง

ทำไมถึงสนใจธุรกิจความสวยความงาม 

นอกจากงานจะเคยเป็นดารา นักแสดงแล้ว ก็อยากหาประสบการณ์ให้ตัวเองเพิ่มเติม เลยมีโอกาสได้มาทำงานเกี่ยวกับบริษัทนำเข้ากระเป๋าแบรนด์เนม ตำแหน่งผู้จัดการการตลาด ทำให้ประสบการณ์ด้านการขาย การตลาดพอสมควร มองว่าธุรกิจความสวยความงามนั้นมีตลาดธุรกิจที่ใหญ่มาก ถ้าเทียบกับตลาดทั่วโลกด้วยแล้ว ดูได้ตัวเลขการเติบโตทางด้านความสวยงามนั้นโตขึ้นทุกปี ถือว่ายังมีพื้นที่กว้างมากสำหรับลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่หรือกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการซื้อสินค้าและเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อค่อนข้างเยอะ และจากรายได้เฉลี่ยประชากรต่อคนในประเทศไทยยังมีตัวเลขรายได้ที่ไม่สูงเท่าไร

เพราะฉะนั้นสินค้าของบริษัท แฟชั่นควีน จำกัด ที่นำเข้ามานี้ถือได้ว่าตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้มากๆ ทั้งคุณภาพดีแต่ราคาย่อมเยา จะเห็นได้จากการตอบรับของสินค้าในทุกคอลเลคชั่นที่วางจำหน่ายจากยอดขายที่ผ่านมา ในส่วนของการบริหารงานและองค์กรนั้น ตนเองจะมีเทคนิคการรับพนักงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ มาผสมผสานกับคนรุ่นเก่าดั้งเดิมเพื่อให้พวกเค้าได้มีการพัฒนาและศึกษางานกัน ระดมความคิดและแลกเปลี่ยนกัน ทำให้เกิดความคิดใหม่ๆที่กลั่นกรองมาแล้ว และเป็นไปในทิศทางที่พวกเค้าชอบ สามารถดำเนินตามนโยบายและทำตามแผนงานได้ง่ายและมีความสุข และสร้างการทำงานเป็นทีมเวิร์คให้เกิดขึ้นในองค์กร

มีวิธีการจัดการกับปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานยังไงบ้าง? 

คิดว่าปัญหาเป็นที่เกี่ยวกับคนนั้นเราควบคุมได้ยาก การทำงานถ้าเป็นเรื่องการบริหารคนนั้นเป็นจุดที่ยากที่สุดสำหรับองค์กรหรือในบริษัท สำหรับตนเองถ้าเกิดปัญหาเราจะพยายามใจเย็น และตั้งสติกลับมาวิเคราะห์ปัญหานั้นๆ หาจุดเริ่มต้นและแก้ที่ละเรื่อง แล้วจะพบทางออกของปัญหาเอง

รูปภาพจาก : mintartittaya

ขออนุญาตใช้เนื้อหา