งานแต่งงาน ชุดแต่งงาน ดีไซเนอร์ ร้านชุดเจ้าสาว ร้านชุดแต่งงาน ร้านเวดดิ้ง อมตะเวดดิ้ง เจ้าสาว เทรนด์ชุดแต่งงาน แต่งงาน

คุยกับดีไซเนอร์ ชุดแต่งงาน อมตะเวดดิ้ง แบรนด์ไทยในคุณภาพระดับโลก

Home / Scoop คนดัง / คุยกับดีไซเนอร์ ชุดแต่งงาน อมตะเวดดิ้ง แบรนด์ไทยในคุณภาพระดับโลก

ในยุคสมัยที่ร้านเวดดิ้งผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด แต่ร้าน อมตะเวดดิ้ง กลับยืนหยัดอยู่ได้มานานกว่า 7 ปี พร้อมกับคำชมบอกผ่านกันปากต่อปาก ถึงผลงานชุดแต่งงานที่สวยโดดเด่นไม่เหมือนใคร จนดารา นักแสดง และเหล่าเซเลบคนดังแวะเวียนมาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย Women MThai เลยไม่อยากรอช้า เมื่อมีโอกาสเลยรีบนัดสัมภาษณ์กับ พี่แมน บัณฑิต แก้วเกตุ เจ้าของร้านและดีไซเนอร์ บอกเลยว่าเรื่องราวที่ได้พูดคุยกันนั้น จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนได้ดีเลยล่ะ

วัยเด็กในความทรงจำ 

ตอนเด็กพี่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร พูดกันตรงๆ แบบไม่ปิดเลยก็คือโตมาจากสลัม พ่อขับรถเมล์ แม่ขายส้มตำ รอบตัวพี่มีแต่ผู้หญิงล้วน คลุกคลีแล้วก็เล่นกับผู้หญิงมาโดยตลอด พ่อแม่ก็เข้าใจนะ ตัวพี่เองก็ไม่ได้แสดงออกเยอะ แต่ก็พอรู้กัน

ตอนเด็กมีแววว่าจะโตมาเป็นมาดีไซเนอร์หรือเปล่า? 

แววมันออกตั้งแต่เด็กแล้ว พี่จะชอบแอบเอาผ้าถุง ผ้าเช็ดตัวของแม่มาลองแต่งตัวหน้ากระจก ประดิษฐ์นู่นนี่นั่นให้เป็นชุดในจินตนาการของเรา พอขึ้นประถมก็หันมาเป็นเด็กกิจกรรม กิจกรรมเยอะมาก ทำแทบทุกอย่างที่โรงเรียนจัด คัดลายมือ อ่านทำนองเสนาะ โตมาหน่อยก็เริ่มหัดแต่งตัวแล้ว พีคสุดคือเป็นเชียร์หลีดเดอร์ ได้แชมป์ซีคอนสแควร์

วงการแต่งหน้า เป็นจุดเริ่มต้นในการทำร้านชุดเวดดิ้ง

ต้องบอกก่อนว่าพอพี่ได้รู้จักกับช่างแต่งหน้าตอนเป็นเชียร์หลีดเดอร์ ก็เริ่มสนใจ ถึงขั้นนั่งคุยกับแม่ ขอไปเรียนแต่งหน้า ทำผม เพราะรู้สึกว่าชอบมาก แม่ก็เข้าใจให้โอกาสเรา พาช่างมาสอนถึงบ้าน จนเรียนจบหลักสูตรก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาวิชาความรู้นี้ไปต่อยอดยังไง

ตอนนั้นอายุ 17-18 เพื่อนก็ชวนเราไปช่วยแต่งหน้า เริ่มจากแต่งหน้างานรับปริญญาก่อนเลย สมัยนั้นคนละ 150 บาทเอง พี่นั่งแต่งตั้งแต่ตี 1 เคยแต่งได้มากสุดก็  12-13 คน ภายในวันเดียว พอเห็นเงินมาก็ดีใจมาก

หลังจากนั้นได้มีโอกาสไปทำร้านเวดดิ้ง ก็เป็นฟรีแลนซ์ไปก่อน ไปแต่งหน้า คอยดูแลลูกค้า จนได้มาทำประจำ เงินเดือนแรกคือ 7,000 บาท ก็ทำอยู่หลายปีนะ จนมานั่งคิดว่าถ้าแก่ตัวไปจะทำอะไร จะมีแรงตื่นมาแต่งหน้าเช้าๆ ได้หรือเปล่า? แล้วจะทำยังไง ชีวิตถึงจะดีขึ้น ก็มาทบทวนตัวเอง ว่าจริงๆ แล้วเราก็ไม่ได้แต่งหน้าเป็นอย่างเดียวนี่นา พอเราได้ทำร้านเวดดิ้งก็เรียนรู้งานอื่นๆ ตามไปด้วย งานปักชุด งานจิปาถะในร้าน เราทำเป็นเกือบทุกอย่าง เลยมีความคิดที่จะเปิดร้านเวดดิ้งของตัวเอง

ลงทุนทำร้านเวดดิ้งด้วยเงินก้อนสุดท้าย 

พี่มีเงินอยู่ 600,000 เป็นเงินที่เก็บสะสมไว้ตอนทำงาน ก็เอามาลงทุนหมดเลย แต่ความที่เราเคยเป็นแต่ลูกจ้าง เราทำงานอย่างอื่นเป็นก็จริง แต่งานบริหารเรายังไม่มีประสบการณ์ สุดท้ายก็ไปไม่รอด โดนโกงจนเครียด และป่วยหนักถึงขั้นนอน ICU แม่ก็มาดูแลอยู่ข้างๆ สัญญากับแม่ว่าจะไม่ดิ้นรนอะไรแล้ว เลยคิดที่จะกลับมาตายรัง เป็นช่างแต่งหน้าเหมือนเดิมก็ได้

กลับมาแต่งหน้า แต่ขยันจนเข้าตาเจ้าของร้าน ได้ขึ้นเป็นผู้จัดการ 

ออกจากโรงพยาบาลพี่ก็ไปสมัครงานเป็นช่างแต่งหน้าที่ร้านเวดดิ้งเหมือนคย แต่คราวนี้เป็นร้านดังและใหญ่สุดในทองหล่อ วันนึงลูกค้าเข้าร้านเยอะมาก ว่างจากแต่งหน้าก็ไปช่วยเค้าขาย ลูกไม้กี่ชนิดพี่รู้หมด ลูกค้าเดินเข้ามาในร้านเราจิ้มได้เลยว่าต้องใส่ชุดไหนถึงจะปัง ขยันมาก คนอื่นกลับแต่พี่ยังไม่กลับ จนเจ้าของร้านเรียกเข้าไปคุย ถามว่าทำไมเป็นแค่ช่างแต่งหน้าแต่มีความรู้เรื่องชุดแต่งงาน พี่ก็บอกไปว่าอยู่ที่เก่าพี่ก็ช่วยแบบนี้ ร้านเวดดิ้งพี่ก็เคยทำมาก่อน เค้าเลยยื่นข้อเสนอให้พี่ว่ามาเป็นผู้จัดการที่นี่ไหมล่ะ? บริหารงานเองเลย พี่ก็ตอบตกลง

ร้านปิดตัวลง แต่ทีมงานคุณภาพยังอยู่ 

พี่บริหารงานไปได้สักพัก เจ้าของร้านก็เกิดมีปัญหาการเงิน ขอปิดกิจการ ตอนนั้นพี่มองว่าร้านปิดตัวก็จริง แต่คนที่มีคุณภาพ ยังคงทำงานได้อยู่ เลยตัดสินใจรวมทีม และเปิดร้านเองอีกครั้ง ครั้งนี้พี่รอบคอบ และใช้ประสบการณ์จากครั้งแรกมาเป็นบทเรียน ชื่อร้าน อมตะเวดดิ้ง ก็มาจากชีวิตของพี่เอง กว่าจะมายืนตรงจุดนี้ได้ พี่ล้มไม่รู้กี่รอบ แต่พี่ไม่ตาย พี่ยังสู้ เพราะฉะนั้นชื่อนี้มันคือชีวิตพี่จริงๆ และที่สำคัญ “พี่อยากให้คนไทยได้ใส่แบรน์ไทย ในความงามระดับโลก”

ในฐานะดีไซเนอร์ เรามีไอเดียการออกแบบยังไง ให้ถูกใจลูกค้ามากที่สุด 

พี่จะมีทีมงานคอยทำหน้าที่แตกต่างกันไป ตัวพี่เองก็จะดูในส่วนของการบริหารภาพรวม ออกแบบดีไซน์ และตรวจเช็กรายละเอียดต่างๆ ของชุดในร้าน เวลาที่ลูกค้ามาที่ร้าน พี่จะไม่ไปยัดเยียดให้รู้สึกอึดอัด แบบของชุดลูกค้าเค้ามีในใจมาอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าพี่จะมองแว้บเดียวรู้ว่าควรใส่ชุดไหน แต่เราก็ต้องให้ลูกค้าได้ลอง และค่อยๆ อธิบายถึงเหตุผลว่าทำไม เราถึงแนะนำให้ใส่ชุดแบบนี้ พอลูกค้าได้ลองชุด และเห็นว่าแบบชุดที่เราเลือก มันเข้าและใส่สวยกว่าจริงๆ เค้าก็จะเชื่อใจเรา และมีความมั่นใจมากขึ้นว่าเราสามารถทำให้เค้าสวยที่สุดในงานได้จริงๆ

เจ้าสาวที่หุ่นไม่ดี ไม่มั่นใจ เรามีเทคนิคเลือกชุดแต่งงานยังไง? 

พี่จะไม่พูดเรื่องลดความอ้วนกับเจ้าสาว เพราะพี่เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนถ้าจะถึงวันสำคัญแบบนี้ เค้าจะสามารถลดความอ้วนได้เองโดยอัตโนมัติ คำพูดก็จะประมาณว่าถ้าลดอีกนิด จะเป๊ะมากเลย เจ้าสาวเค้าก็จะรู้แล้วว่าต้องลดอีก 1-2 กก. ส่วนปัญหาที่เจอบ่อยก็เรื่องแขนใหญ่ สาวๆ หลายคนจะกังวลตรงนี้ พี่ก็ดูก่อนเลยว่าแขนใหญ่ที่ว่านี้ ใหญ่ตรงส่วนไหน เพราะรูปร่างของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรามีวิธีแก้ไข ไม่เป็นจำเป็นว่าพอแขนใหญ่แล้วต้องใส่ชุดปิดแขนตลอด แต่ก็จะไม่ได้เน้นลูกไม้เยอะมาก เพราะเดี๋ยวจะทำให้ดูตันกว่าเดิม ส่วนคนผอมก็ตรงกันข้าม ลูกไม้จะช่วยให้คุณดูมีน้ำมีนวลขึ้น ไม่โทรมเกินไป และที่สำคัญอย่าเอาชุดพี่ไปนาน เพราะถ้าเกิดว่าหุ่นเปลี่ยนจะแก้ไขไม่ทัน ล่วงหน้าสัก 2 วันกำลังดี

อยากให้คุณแมนฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ ที่มีความสนใจ และอยากเข้ามาในวงการเวดดิ้ง ควรเรียนรู้อะไรบ้าง

อย่าคิดน้อยใจว่าชีวิตถูกกำหนดมาแล้ว ถ้าเราทำอะไรด้วยใจรัก ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร คุณจะหาทางผ่านมันไปให้ได้ หาตัวเองให้เจอ แล้วลุย ระหว่างทางก็ต้องอดทน รักในสายอาชีพ เคารพในอาชีพที่ทำ ที่สำคัญต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา อย่าหยุดอยู่กับที่

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย : Women MThai Team

รูปภาพจาก : amata_wedding

ขออนุญาตใช้เนื้อหา