5 ข้อ ควรระวัง ในการ ช้อปปิ้ง ออนไลน์

Home / Shopping Recommend, ช้อปปิ้ง / 5 ข้อ ควรระวัง ในการ ช้อปปิ้ง ออนไลน์

ในยุคนี้ คนไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ กับ อินเทอร์เน็ต มากขึ้นและสามารถอำนวยความสะดวกสบายให้กับท่านได้ คนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น แต่เมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียด้วยเช่นกัน

ช้อปปิ้ง

เชื่อหรือไม่ว่า คนไทย ได้ชื่อว่ามีพฤติกรรมซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์มากที่สุดในโลก ซึ่งจากข้อมูลของเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง อีเบย์ ระบุว่าคนไทย มีดีเอ็นเอการช้อปปิ้งอยู่ในตัว โดยจะเห็นได้จากอัตราการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านอีเบย์สูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากคนฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา

ทว่า การซื้อสินค้าออนไลน์ ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัว นักช้อปเองก็จำเป็นต้องใส่ใจและระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยไว้ให้มาก เพราะแม้ว่าการ ช้อปปิ้ง ออนไลน์ จะดีในแง่สะดวกรวดเร็ว และประหยัดเวลา

แต่ผู้ใช้หลายคนก็ยังไม่ตระหนักถึงภัยร้ายที่จะตามมากับการซื้อสินค้าออนไลน์ ดังนั้นจึงขอเสนอข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ให้นักช้อปออนไลน์ไว้ 5 ประการเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการช้อปปิ้งออนไลน์ ดังต่อไปนี้

1. ตรวจสอบระบบผ่าน เพราะถึงแม้จะมีรูปกุญแจปรากฏที่ด้านล่างของบราวเซอร์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย สำหรับการเข้าหน้าเว็บไซต์ที่ต้องใส่ชื่อ ข้อมูลส่วนตัว รวมทั้งข้อมูลบัตรเครดิตของคุณ ขอให้แน่ใจว่า URL Address ในหน้านั้นต้องทำผ่านหรือเป็น Address ที่ขึ้นต้นด้วย https เท่านั้น

ในกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์นั้นๆ ท่านสามารถดับเบิลคลิ๊กที่ไอคอนรูปกุญแจที่ด้านล่างของเบราเซอร์เพื่อเพื่อดูว่าเว็บนั้นๆ มีรายละเอียดเกี่ยวกับประกาศนียบัตรทางด้านความปลอดภัย (Security Certificate) หรือไม่และประกาศนียบัตรนั้นเป็นของเว็บไซต์นั้นจริงหรือเปล่า

2. ไม่ใช้บัตรเดบิต ในการซื้อของผ่านทางออนไลน์ การใช้บัตรเครดิตจะมีข้อได้เปรียบกว่าการใช้บัตรแดบิตโดยที่เจ้าของบัตร สามารถร้องเรียนกับทางธนาคารเจ้าของบัตรได้ในกรณีที่พบรายการผิดปกติในใบ แจ้งยอดประจำเดือนนั้น และสามารถจัดการกับรายการผิดปกตินั้น ก่อนการการำธุรกรรมใดๆ ก็ตาม จะเป็นการหักเงินจากบัญชีทันทีซึ่งการร้องเรียนกับธนาคารเจ้าของบัตรในกรณี ที่มีการพบรายการผิดปกติจะทำได้ยากกว่า

3. อย่าคลิก Link ที่มากับอีเมล เพราะอีกเมลที่ดูเหมือนว่าจะส่งมาจากร้านค้าออนไลน์ ในช่วงใกล้เทศกาลสำคัญ หรือจากการทำโปรโมชั่นต่างๆ ท่านอาจได้รับอีเมลมากมายที่ชักชวนให้จับจ่ายซื้อของผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ท่านอาจได้รับอีเมลมากมายที่ชวนให้จับจ่ายซื้อของผ่านเว็บไซต์ต่างๆ แต่สิ่งที่สำคัญคือท่านจะทราบได้อย่างไรว่า อีเมลนั้นส่งมาจากร้านค้าที่มีตัวตนจริง หรือเป็นอีเมลปลอมกันแน่

ดังนั้น หากท่านต้องการเข้าเว็บไซต์จาก link ที่แนบมากับอีเมลขอแนะนำให้เปิดบราวเซอร์ขึ้นมาใหม่ และเอา URL Address นั้นมพิมพ์ที่ชิ่งใส่ URL ด้วยตนเอง แต่ในกรณีที่ URL Address ยาวมาก และท่านไม่มีเวลา อาจใช้วิธีพิมพ์โดเมนเนมของเว็บไซต์นั้น และคลิกที่ link ที่ท่านต้องการจะเข้าจากหน้า Home ของเว็บไซต์นั้นๆ แทน

4. อย่าไว้ใจอะไรง่ายๆ ถ้าท่านเริ่มไม่ไว้ใจเว็บไซต์นั้นๆ ที่เข้าไปเยี่ยมชมหรือเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลกับข้อเสนอที่ให้มา ให้เปลี่ยนไปเข้าเว็บอื่นแทนจะดีกว่า เพราะท่านอาจจะถูกหลอกกับข้อเสนอที่ดีเกินความเป็นจริงหรือโดนเว็บนั้นแอบทำมิดีมิร้าย เช่น แอบเอามัลแวร์ (Malware) มาลงกับเครื่องของท่านผ่านทางบราวเซอร์ โดยทีทท่านไม่รู้ตัวก็เป็นได้

5. ระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลที่ว่า โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับการจ่ายเงิน โดยปกติข้อมูลที่เกี่ยวกับการจ่ายเงิน โดยปกติข้อมูลที่เว็บไซต์ช้อปปิ้งทั่วไปต้องการจากท่าน ก็จะเป็นแค่ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ที่จะจัดส่งใบแจ้งหนี้ หมายเลขบัตรเครดิต วันหมดอายุของบัตร และโค้ด CCV2 ด้านหลังบัตร นอกจากนี้ บางเว็บไซต์อาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เช่น อีเมลแอดเดรส หรือเบอร์โทรศัพท์ของท่าน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการการจัดส่งของ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ท่านจะให้ข้อมูลดังกล่าวควรตรวจสอบในเงื่อนไขว่าเว็บไซต์นั้นจะเก็บข้อมูลส่วนตัวของท่านเป็นความลับหรือไม่

นอกจากข้อมูลต่างๆ เหล่านี้แล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องให้ข้อมูลอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นรหัสส่วนตัวของบัตร (PIN) หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพราะเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจอย่างถุกต้อง จะไม่ถามข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ หากท่านพบเว็บไซต์ต่างๆ ที่ถามข้อมูลเกินพอดีเหล่านี้ ให้หยุดการทำธุรกรรมกับเว็บไซต์นั้นทันที และแจ้งธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ

 

ที่มา : จุลสารก๊าซไลน์

 ภาพประกอบโดย Women MThai Team

facebook