การ์ดวันแม่สวย เก๋ น่ารัก

Home / Wallpaper (Women Mthai) / การ์ดวันแม่สวย เก๋ น่ารัก

การ์ดวันแม่สวย เก๋ น่ารัก

แม่ทัพฟอร์ดโล่ง หลังรัฐบาลประกาศลดภาษีสรรพสามิต 5%ให้รถที่ใช้น้ำมันแก็สโซฮอล์ อี20 แต่ยังแทงกั๊กเรื่องลดราคาเก๋งโฟกัส เผยอีโคคาร์แม้ได้ข้อสรุปชัดเจน แต่ต้องทำการบ้านหนักถ้าจะลงทุน เหตุตลาดส่งออกไม่เอื้อ ทั้งยังหวั่นแนวทางอุตฯยานยนต์ระยะยาวของรัฐบาลโลเล


       
       หลังฟอร์ดบุกตลาดเก๋งคอมแพ็กต์ด้วย โฟกัส ในปี 2548 พร้อมชูจุดเด่นที่สามารถใช้น้ำมันแก็สโซฮอล์ ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 20%หรือ อี20 ได้เป็นเจ้าแรกในเมืองไทย ขณะเดียวกันก็หวังสิทธิพิเศษจากรัฐบาลขณะนั้น ที่เคยประกาศจะลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตของรถประเภทนี้จาก 30% เหลือเพียง 20%

ต้องยอมรับว่าฟอร์ดหวังกับนโยบายนี้มาก เพราะนั้นหมายถึงต้นทุนของโฟกัสที่ต่ำลงและสามารถทำราคาให้สู้กับคู่แข่งอย่าง โตโยต้า อัลติส หรือ ฮอนด้า ซีวิค ได้….แต่จนแล้วจนรอดค่ายรถจากแดนมะกันก็ต้องผิดหวังนั่งเซ็งกับความโลเลของรัฐบาล(ชุดนั้น) เพราะเมื่อมีรถทำตลาดจริง มาตรการนี้กลับถูกเลื่อนให้ไปมีผลบังคับใช้ใน 1 มกราคม พ.ศ. 2552 โน้น! โดยให้เหตุผลว่ายังไม่มีน้ำมันประเภทนี้ขาย


       
       แต่หลังจากบ้านเมืองเปลี่ยนขั้วอำนาจ จนถึงมาถึงรัฐบาลขิงแก่ในปัจจุบัน ก็คงจะทำให้ฟอร์ดใจชื้นขึ้นมาบ้าง เมื่อมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมาได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 โดยให้กระทรวงการคลังจัดเก็บต่ำว่าภาษีรถยนต์ทั่วไป 5% ซึ่งส่งผลให้รถยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบ 2,000 ซีซี กำลังเครื่องยนต์ 220 แรงม้า เดิมเก็บภาษี 30% เปลี่ยนเป็นจัดเก็บที่ 25% และรถยนต์ความจุกระบอกสูบ 2,000-2,500 ซีซี กำลังเครื่องยนต์ 220 แรงม้า เดิมเก็บภาษี 35% เปลี่ยนเป็นจัดเก็บที่ 30%


       
       สำหรับรถยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบ 2,500-3,000 ซีซี กำลังเครื่องยนต์ 220 แรงม้า เดิมเก็บภาษี 40% เปลี่ยนเป็นจัดเก็บที่ 35% ส่วนรถยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบมากกว่า 3,000 ซีซี กำลังเครื่องยนต์ 220 แรงม้า จัดเก็บภาษีที่ระดับ 50% เท่าเดิม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป


       

       ทอม บริวเออร์ ประธานฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ฟอร์ดยินดีต่อการตัดสินใจของรัฐบาลในการลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ อี20 โดยที่ไม่มีเงื่อนไขว่าต้องมีน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 จำหน่ายในท้องตลาด แม้ว่าอัตราภาษีที่รัฐบาลให้จะต่ำกว่ารถยนต์ทั่วไปในอัตราเท่าๆ กัน คือ 5% ในทุกขนาดกระบอกสูบ ซึ่งฟอร์ดเชื่อว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ซึ่งจะช่วยให้เกิดแรงกระตุ้นและกลไกที่เหมาะสมเพื่อผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานทางเลือก รวมทั้งสนับสนุนให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หันมาสนใจนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆสำหรับผู้บริโภคมากขึ้น

ในส่วนของเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นั้น เรามีความพร้อมมากโดยเฉพาะ ฟอร์ด โฟกัส ที่รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งทำตลาดอยู่ในเมืองไทยและประเทศกลุ่มอาเซียน ขณะเดียวกันหลังจากโครงสร้างภาษีใหม่มีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้โฟกัส ทุกรุ่น อยู่ในข่ายรถที่มีเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,000 ซีซี จะเสียภาษีสรรพสามิตในอัตรา 25% ลดลงจากอัตรา 30% ในปัจจุบัน ซึ่งบริษัทฯจำเป็นต้องศึกษาตัวแปรต่างๆให้ละเอียด ก่อนจะกำหนดราคาขายในอนาคตอีกครั้ง


       
       ในวาระเดียวกันนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเกี่ยวกับรถเล็กประหยัดพลังงานหรือ อีโคคาร์ โดยให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ระดับ 17% ซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 1,300 ซีซีสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และความจุ 1,400 ซีซี สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล มีอัตราการบริโภคน้ำมัน 20 กิโลเมตรต่อลิตร มาตรฐานมลพิษอยู่ในระดับ EURO 4 และกำลังการผลิตปีละ 1 แสนคันในปีที่ 5 โดยนายบริวเออร์ ได้ให้ความเห็นว่า


       
       บริษัทฯ ยินดีที่รัฐบาลกำหนดแนวทางรวมทั้งหลักเกณฑ์ชัดเจนเกี่ยวกับอีโคคาร์ เช่นเดียวกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นในประเทศไทย แต่ฟอร์ดต้องศึกษานโยบายในเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน และที่สำคัญต้องประเมินว่า นโยบายนี้รวมทั้งนโยบายภาครัฐอื่นๆ ทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น เป็นนโยบายระยะยาวและให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างจริงจังหรือไม่


       
       
เราเคารพการตัดสินใจของรัฐบาล แต่การกำหนดอัตราการใช้เชื้อเพลิงสำหรับอีโคคาร์ไว้ค่อนข้างตายตัว ขณะเดียวกันรถยนต์นั่งขนาดเล็กในตลาดโลกมีการแข่งขันสูง ซับซ้อน เงื่อนไขมากมาย อาจทำให้โครงการมีข้อจำกัดด้านจำนวนการผลิต และโอกาสในการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยในส่วนของฟอร์ดมีความชัดเจนว่า ต้องการผลิตรถที่เป็นที่ต้องการในประเทศ และรองรับตลาดส่งออกไปพร้อมๆกัน ซึ่งทั้งหมดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กในอนาคตนายบริวเออร์ กล่าวปิดท้าย

ขออนุญาตใช้เนื้อหา