พอลล่า-ซันนี่

Home / Wallpaper (Women Mthai) / พอลล่า-ซันนี่

พอลล่า-ซันนี่

เชฟโรเลต เร่งเครื่อง แคปติวา สั่งคลอดก่อนกำหนด เชฟโรเลต เร่งเครื่อง แคปติวา สั่งคลอดก่อนกำหนด เชิญสื่อมวลชนกว่าร้อยร่วมฉลองคันแรกที่ออกจากสายการผลิต พร้อมนิยามใหม่ อีกก้าวของรถเอนกประสงค์ The Progressive SUV ชูจุดขายรถเอสยูวีที่มีเทคโนโลยีปรับสมดุลอัตโนมัติคันแรกของไทย หวังกลบรัศมีคู่แข่งในตลาด ด้วยความสมบูรณ์แบบ ลูกค้าเตรียมเฮพร้อมส่งมอบแล้ววันนี้ ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล สิงหาคมพร้อมขาย

หลังจากเชฟโรเลตได้สร้างกระแสให้กับ แคปติวา จนเป็นที่กล่าวขวัญว่า เป็นรถเอสยูวีขนาด 7 ที่นั่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด ล่าสุดเชิญสื่อมวลชนกว่าร้อยชีวิตร่วมเดินทางสู่ศูนย์การผลิตรถยนต์เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่จังหวัดระยอง เพื่อร่วมงานฉลองการเคลื่อนรถยนต์เชฟโรเลต แคปติวา คันแรก ออกจากสายการผลิต พร้อมพิสูจน์สมรรถนะและความสมดุลที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบส่งกำลังอย่างลงตัว

นายชาติชาย สุวรรณเสวก ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ประจำภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังการเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ทำให้เชฟโรเลต แคปติวา ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก โดยมียอดจองกว่า 400 คัน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีลูกค้าสอบถามมายังบริษัทอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเชฟโรเลตเองก็มิได้นิ่งนอนใจ และได้พยายามปรับไลน์การผลิตเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม

และจากการทำงานอย่างหนักทำให้ เชฟโรเลต แคปติวา คันแรกสามารถออกจากสายพานการผลิต และสามารถส่งมอบให้กับลูกค้าภายในเดือนนี้ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่า เชฟโรเลต แคปติวา จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค

สำหรับเชฟโรเลต แคปติวา เป็นรถอเนกประสงค์ (SUV) ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ AWD (All Wheel Drive) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีปรับสมดุลย์แบบอัตโนมัติ (Self-Balancing Intergration) หรูหรากว้างขวางจากเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังให้สมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต สมบุกสมบัน ให้ความปลอดภัยและความสนุกสนานในการขับขี่

แคปติวา มีบุคลิกที่โดดเด่นจากการออกแบบสัดส่วนของตัวรถให้ดูทันสมัยอย่างแท้จริง ด้วยความโค้งมนทุกเส้นสายตลอดตัวถัง เสริมจุดเด่นด้านหน้าด้วยไฟหน้าขนาดใหญ่ดูดุดัน รวมไปถึงขอบคิ้วด้านข้างตัวรถที่ทำให้รถดูคล่องแคล่วพริ้วไหวไปตลอดจนถึงด้านท้ายรถ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้แคปติวาดูสปอร์ต แข็งแกร่ง มั่นคงและทรงพลัง เค้าโครง ขอบ สัน ต่าง ๆ ที่รวมกันขึ้นเป็นรูปทรงของแคปติวานั้น ทำให้ดูมั่นคง สง่างาม ยามเมื่อวิ่งอยู่บนถนน

ในส่วนของเครื่องยนต์นั่น มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร DOHC 16 วาล์ว ปริมาตรกระบอกสูบ 2,405 ซี.ซี. ทำให้แคปติวาเป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ จากจังหวะการเดินเครื่องยนต์ที่นุ่มนวลและทรงพลัง ให้กำลังสูงสุดที่ 142 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล VCDi 2.0 ลิตร 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที

ระบบช่วงล่างที่เหนือชั้น เป็นแบบอิสระ MacPherson Struts ที่ด้านหน้า และใช้ระบบช่วงล่างอิสระ 4-link ที่ด้านหลัง ให้การยึดเกาะถนนอย่างปลอดภัย และความนุ่มนวลเพื่อการขับขี่ที่รื่นรมย์ พร้อมเสริมความโดดเด่นที่เหนือชั้นกว่ารถอเนกประสงค์รุ่นใด ๆ ด้วยช่วงล่างแบบ Self-Levelizer ที่จะช่วยปรับระดับของช่วงล่างให้อยู่ในระนาบเดียวกัน ด้วยกลไกอัตโนมัติของ Self-Levelizer จะปรับระดับของช่วงล่างด้านหลังให้ยกสูงขึ้น เพื่อให้ระดับของด้านหน้ารถกับด้านหลังอยู่ในแนวขนานกับพื้นถนนเท่ากัน ซึ่งทำให้ไม่เกิดอาการหน้าเชิด ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย มากยิ่งขึ้น

เสริมสมดุลแรงบิดด้วย Active Torque On Demand ที่ช่วยเสริมพละกำลังให้กับระบบขับเคลื่อนแบบ AWD จากการทำงานของ คลัตช์แม่เหล็กไฟฟ้ากับคลัตช์แบบเปียก ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งกำลังสู่ระบบเฟืองท้ายเพื่อกระจายแรงบิดที่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับเพลาล้อคู่หน้าและคู่หลัง ทั้งนี้เพื่อสร้างสมดุลและเสริมกำลังให้กับสภาพการขับขี่ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดในรถยนต์ที่หรูหราราคาสูงเท่านั้น

เพิ่มทางเลือกสำหรับการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบส่งกำลังจากเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด Tiptronic ที่ให้คุณเลือกใช้ได้ทั้งในแบบ อัตโนมัติ หรือควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวคุณเองแบบ manual shift พร้อมระบบ Fuzzy Logic ที่ช่วยปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ให้เหมาะสมกับรอบความเร็วของเครื่องยนต์ และระบบ Winter program ช่วยป้องกันการลื่นไถลขณะออกตัวบนถนนลื่น

นอกจากนี้ยังคำนึงถึงความปลอดภัยด้วยการติดตั้งระบบเบรก ABS (Anti-Lock Braking System) ที่ทำงานควบคู่กับระบบ EBD (Electronic Brake-Fore Distribution) ที่จะกระจายแรงเบรกไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างเหมาะสม พร้อมระบบเสริมแรงเบรก HBA (Hydraulic Brake Assist) ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงเบรกเพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการหยุดรถ

เชฟโรเลต แคปติวา มีค่ามาตรฐานด้านความปลอดภัย ถึงระดับ 4 ดาว จากการทดสอบความแข็งแรงจากการทดสอบการชนของ Euro NCAP ทำให้สามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยในขณะใช้งาน นอกจากนี้ ยังเสริมความมั่นใจในการขับขี่ได้สูงสุด จากการรับประกันคุณภาพนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรพร้อมบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง จากบริการ Roadside Assistance และศูนย์บริการเชฟโรเลตกว่า 100 แห่ง ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในวงการยานยนต์เปิดเผยว่า เชฟโรเลต แคปติวา เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น LS ราคา 1,189,000 บาท และรุ่น LT 1,460,000 บาท สามารถส่งมอบได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ราคา 1,279,000 บาทในรุ่น LS และ 1,560,000 บาท ในรุ่น LT ซึ่งจะสามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้ประมาณเดือนสิงหาคมนี้

ที่มา granprixgroup.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา