เบเบ้ ธันย์ชนก

Home / Wallpaper (Women Mthai) / เบเบ้ ธันย์ชนก

เบเบ้ ธันย์ชนก

“เอ็น เอส เค” ควักกระเป๋ากว่าพันล้าน เดินหน้าขยายการลงทุนเฟส 2 บุกตลาดส่งออกเพิ่ม ลั่นปีหน้าเทอีกรัฐมือคู่แข่ง เร่งปรับกลยุทธ์เข้าหา ดีลเลอร์มากขึ้น เชื่อตลาดฟื้นหลังเลือกตั้ง  นายพรเทพ พรประภา ประธานบริษัท เอ็น เอส เค แบริ่งส์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่บริษัทแม่มี นโยบายต้องการให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกลูกปืนอุตสาหกรรมรายใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน โอเชียเนีย ด้วยการจัดตั้งศูนย์เอ็น เอส เค เอเซียแปซิฟิค เทคโนโลยี เซ็นเตอร์ เพื่อวิจัยและทดสอบคุณภาพของสินค้าเมื่อปี 2548 ที่ผ่านมา



บริษัทจึงมีแผนการขยายไลน์การผลิตเพิ่มเติม ด้วยการขยายโรงงานเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง ในเฟสที่ 2 โดยมีการเปิดไลน์การผลิตอย่างเป็นทางการด้วยเงินลงทุนมูลค่า 506 ล้านบาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างและติดตั้งเทคโนโลยี ซึ่งได้เริ่มดำเนินการผลิตมาตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา โดยเพื่มการ ผลิตลูกปืนสำหรับล้อรถ และลูกปืนปั๊มน้ำรถยนต์ตามออร์เดอร์ของบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ จากเดิมที่มีฐานการผลิตอยู่ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น



สำหรับโรงงานเฟสที่ 2 จะมีขนาดใหญ่ และมีอุปกรณ์เครื่องจักรที่ทันสมัยกว่าโรงงานในเฟสที่ 1 ที่ได้มีการลงทุนไปก่อนหน้านี้มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะส่งให้ทั้ง 2 โรงงาน มีไลน์ผลิต รวมกันมากถึง 30 ไลน์ และส่งผลให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 50% หรือประมาณ 18 ล้านชิ้น ต่อปี โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขาย 3,100 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 82% ตลาด ส่งออก 13%



ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ หรือตลาดโออีเอ็ม ส่วนตลาดอาร์อีเอ็ม (อะไหล่) นั้นคาดว่าในปีหน้าบริษัทจะให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ส่วนตลาดส่งออกนั้นปัจจุบันบริษัทได้ส่งออกตลับลูกปืนไปยัง สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศแถบแอฟริกาใต้ อเมริกา รวมทั้งญี่ปุ่น นอกจากนี้บรัษัทยังมีแผนขยายตลาดเพื่อการส่งออกไปยังอเมริกาใต้, อินเดีย และบราซิลในเร็วๆ นี้



“ปัญหาทางเศรษฐกิจวันนี้ถือว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับเรา เมื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์ต้มยำกุ้งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพราะเมื่อครั้งนั้นสถานการณ์ทุกอย่างถือว่ารุนแรง มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสถาน การณ์ในวันนี้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน วิกฤตการเมืองไม่ได้ทำให้สยามกลการเสียหายแต่อย่างใด และเชื่อว่าภายหลังจากมีการเลือกตั้งทุกอย่างก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม”



นายพรเทพกล่าวถึงสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการชะลอตัวเนื่องมาจากปัญหาความไม่มั่นใจทางการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจโดยรวม และอุตสาหกรรมยานยนต์เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่สำหรับบริษัทเองนั้นถือว่ายังไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าวเท่าที่ควร เนื่องจากบริษัทมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจแบบพอเพียงไม่หวือหวา ซึ่งเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างกลับมาดีขึ้นโดยเฉพาะมีการเลือกตั้งสถานการณ์ทุกอย่างจะกลับมาดีเหมือนเดิม



ปัจจุบัน บริษัท เอ็น เอส เค แบริ่งส์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนการถือหุ้นเป็นของเครือสยามกลการ 25.1% และถือหุ้นโดยบริษัทแม่อีก 74.9%



นายประพัทธ์ พิทักษ์นิตินันท์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เอ็น เอส เค แบริ่งส์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการลงทุนส่วนของบริษัทในปีหน้าว่า มีแผนที่จะขยายโรงงานการผลิตในส่วนของบริษัท สยาม เอ็น เอส เค สเตียริ่ง ซิสเต็มส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตระบบขับเคลื่อน เฟสที่ 2 ในปี 2551 ซึ่งคาดว่ามูลค่าการลงทุนจะพอๆ กับการลงทุนในครั้งนี้



สาเหตุที่บริษัทตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติมในปีหน้านั้น เนื่องจากพบว่าแนวโน้มของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ในภูมิภาคนี้จะมีอัตราการเติบโตขึ้นอีกอย่างน้อย 30% ในอีก 3 ปีโดยอินเดียถือเป็นประเทศที่น่าจับตาอนาคตจะกลายมาเป็นคู่แข่งที่สำคัญ



ขณะที่ นายภิญโญ พัวพงศธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น เอส เค แบริ่งส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจด้านการนำเข้าและจำหน่ายตลับลูกปืนในทุกอุตสาหกรรมภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เอ็น เอส เค แบริ่งส์ ไทยแลนด์ นั้นคาดว่านับจากนี้ไปบริษัทจะมุ่งเน้นการทำตลาดเพิ่มมากขึ้น ภายหลังจากตลาดตลับลูกปืนราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในบ้านเรามากขึ้น ชูจุดขายด้านราคาที่ต่ำกว่าถึง 50% มาทำตลาด โดยในปีที่ผ่านมาบริษัท เอ็น เอส เค แบริ่งส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีรายได้จากยอดจำหน่ายประมาณ 1,200 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 10% ของยอดการจำหน่ายทั้งหมด



บริษัทได้มีแผนเพื่อปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการเข้าถึงดีลเลอร์มากขึ้น รวมทั้งการจัดระบบของโรงงานใหม่ ซึ่งบริษัทมีสัดส่วนการนำเข้าตลับลูกปืนจากญี่ปุ่น 75% เพื่อนำมาจำหน่ายในส่วนของตลาดอาร์อีเอ็มโดยเฉพาะ และอีก 25% เป็นการนำเข้าจากจีน อินโดนีเซีย และโปแลนด์ เพื่อป้อนให้กับโรงงานการผลิตชิ้นส่วนให้กับโรงงานประกอบรถยนต์



ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา