The Star 5

Home / Wallpaper (Women Mthai) / The Star 5

จากจุดยุทธศาสตร์ของกระทรวงพลังงานในเรื่องของการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ที่เดิมตั้งเป้าว่าประเทศไทยจะใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ทดแทนน้ำมันเบนซิน 95 ภายในวันที่ 1 มกราคม 2550 รวมทั้งจะมีการรณรงค์ส่งเสริมให้มีการใช้แก๊สโซฮอล์แทนที่นำมันเบนซิน 91 ภายในสิ้นปี 2550 นั้น ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันมานานถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากความ (ไม่) มั่นใจในการใช้แก๊สโซฮอล์ โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ใช้รถเก่า



โดยล่าสุดสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และจักรยานยนต์ไทย ได้มีการจัดเสวนาในเรื่อง “ความมั่นใจใช้แก๊สโซฮอล์กับการจัดการเบนซิน 95” เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ตรงกับกันในการใช้แก๊สโซฮอล์ให้กับประชาชนรับข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณามากขึ้น



“สิริวุทธิ์ เสียมภักดี” นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย มองจากปัจจุบันที่ประเทศไทยมีโรงงานผลิตเอทานอน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลังในการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์อยู่ 7 โรงงาน และมีกำลังการผลิตประมาณ 950,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งมีการนำไปใช้เป็นส่วนผสมกับน้ำมันเบนซิน เพื่อผลิตเป็นแก๊สโซฮอล์ อี20 มีเพียง 450,000 ลิตรต่อวันเท่านั้น ซึ่งวันนี้ส่งผลให้ตอนนี้เกิดปัญหาปริมาณเอทานอลล้นตลาด



ปัจจัยหลักที่นำให้ปริมาณการผลิตล้นตลาดนั้นส่วนหนึ่ง “สิริวุทธิ์” มองว่าสาเหตุมาจากการรัฐบาลกระทรวงพลังงานภายใต้การกุมบังเหียนของ “ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์” เจ้ากระทรวงที่มีแนวนโยบายชัดเจนว่าจะยังคงเลื่อนการบังคับใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์แทนที่น้ำมันเบนซิน 95 ออกไปจากเดิมมีผลบังคับใช้เมื่อ 1 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้แผนการผลิตที่วางไว้เพื่อรองรับการใช้แก๊สโซฮอล์เปลี่ยนไป



ส่งผลให้ขณะนี้โรงงานบางแห่งจำเป็นต้องผลิตไม่เต็มกำลัง เพราะความต้องการของตลาดที่มีจำกัด ดังนั้นในระยะสั้นจึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือ โดยผลักดันให้มีการส่งออกมากขึ้น



จากปัจจุบันที่บ้านเรามีโรงงานผลิตเอทานอนอยู่แล้ว 7 แห่ง และกำลังจะมีโรงงานที่ลงทุน และดำเนินงานก่อสร้างไปแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ อีก 9 แห่ง ส่งผลให้มีเอทานอลในตลาดรวมกันถึง 2.1 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งนี้การทำน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี10 จะใช้เอทานอลบริสุทธิ์ 99.97% ผสมในน้ำมันเบนซิน 10% แต่การส่งออกจะเป็นเอทานอลบริสุทธิ์ 95% ที่นำไปเป็นส่วนผสมทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์



ขณะที่ “คุณจิต นาครทรรพ” รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงปริมาณการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์จนถึงวันที่ 26 มิถุนายน มีปริมาณเฉลี่ย 4.51 ล้านลิตรต่อวัน แบ่งเป็นแก๊สโซฮอล์ 95 ประมาณ 4 ล้านลิตรต่อวัน และแก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 5.1 แสนลิตรต่อวัน



ซึ่งปริมาณการใช้น้ำมันรวมทุกประเภทมีประมาณ 20 ล้านลิตรต่อวัน แบ่งเป็นเบนซิน 95 จำนวน 8 ล้านลิตรต่อวัน ดังนั้นจะเห็นว่าการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มีจำนวนครึ่งหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ทั้ง จากหน่วยงานภาครัฐ และผู้จำหน่ายน้ำมัน ทั้งนี้กระทรวงพลังงานวางเป้าหมายว่าภายในสิ้นปีนี้จะต้องมีปริมาณการใช้แก๊สโซฮอล์เพิ่มเป็น 8 ล้านลิตรต่อวันด้วย



ส่วนเรื่องของคุณภาพซึ่งจะได้มีการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในข้อกังวลในส่วนของสถานีบริการน้ำมันที่อยู่ห่างไกลนั้น ทางกรมธุรกิจพลังงานเองก็ได้มีการซุ่มตัวอย่างในการตรวจสอบ และหากมีการพบจุดจำหน่ายน้ำมันใดที่ไม่มีคุณภาพ ก็จะมีบทลงโทษ นอกจากนี้แล้วยังได้มีการเตรียมงบประมาณมากกว่า 40 ล้านบาท สำหรับการล้างเก็บถังน้ำมันเพื่อให้สถานีบริการน้ำมันที่ไม่มีงบประมาณสามารถมีโอกาสจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ได้



และในส่วนของข้อกังวลในด้านคุณสมบัติของแก๊สโซฮอล์นั้น หากมีการเปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองระหว่างแก๊สโซฮอล์ กับน้ำมันเบนซินแล้วจะมีอัตราอยู่ที่ 1.05 ต่อ 1 และราคาของแก๊สโซฮอล์มีปริมาณที่ต่ำกว่าแต่ก็มีความคุ้มค่ายิ่งกว่าด้วย



ในด้านของผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่าง กฤษณะพล โกมลบุณย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่วางแผน กลุ่มธุรกิจน้ำมันจาก ปตท. ก็ได้ออกมาให้ความมั่นใจว่าขณะ ปตท.เองก็อยู่ในขั้นตอนการศึกษาแผนการจำหน่ายน้ำมันออกเทนสูงกว่า 95 ในสถานีบริการระดับพรีเมี่ยม เพื่อรองรับกับกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ราคาสูง ที่ไม่สามารถเติมแก๊สโซฮอล์ ในส่วนของคุณภาพแก๊สโซฮอล์เองนั้นบริษัทก็มีการตรวจสอบและดูแลอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตไปจนกระทั่งถึงมือผู้ใช้



เช่นเดียวกันขณะนี้ค่ายรถยนต์ต่างๆได้มีการส่งจำนวนตัวเลขของจำนวนรถเก่าที่ใช้เครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์ มายังกรมธุรกิจพลังงานพบว่ามีทั้งหมด 57,000 คัน เป็นรถยนต์ตั้งแต่ ปี 1980 และในจำนวนนี้มีรถยนต์ที่สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้ 40,000 คัน ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานเองได้ส่งให้กรมขนส่งทางบกมีการตรวจสอบว่าได้มีการต่อทะเบียนมากน้อยแค่ไหน เพื่อประสานงานและเสนอให้ผู้ใช้รถยนต์กลุ่มนี้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ต่อไป “ประเสริฐ อังควินิจวงค์” อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกล่าว



นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มองว่าปัญหาในขณะนี้ คือผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงมีความไม่มั่นใจว่าการดูแลคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์จะมีการทำได้อย่างทั่วถึงเท่าที่ควรหรือไม่



ส่วนการรณรงค์นั้นควรมุ่งเน้นให้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งกระทรวงพลังงานเองจะต้องมีการกำกับดูแลในเรื่องของคุณภาพน้ำมัน และให้การรับประกันสถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่งว่า หากใช้แก๊สโซฮอล์แล้วมีปัญหาก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ 100% นอกจากนี้ก็ควรประกาศรายชื่อรถยนต์และรุ่นที่สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้ รวมถึงรถยนต์รุ่นที่ไม่สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้ด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ขัดเจนมากขึ้น


ขออนุญาตใช้เนื้อหา