เอมิเลีย จาคอบส์

Home / Wallpaper (Women Mthai) / เอมิเลีย จาคอบส์

เอมิเลีย จาคอบส์

4M40 เซ็ตเทอร์โบ

      MITSUBISHI STRADA เป็นกระบะตัวแรงของค่าย MITSUBISHI ที่ผลิตออกมาขายด้วยเครื่องยนต์ 2 พิกัด คือ 2,500 ซี.ซี. และ 2,800 ซี.ซี. นอกจากนั้นยังมีให้เลือกระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบกับเครื่องยนต์ N/A ไม่มีเทอร์โบ สำหรับรถคันที่เราเอามานำเสนอนี้ ตอนซื้อออกมาจากโรงงานเป็นเครื่องยนต์ 4M40 2,800 ซี.ซี. ไม่มีเทอร์โบ

 

สำหรับในปัจจุบันเครื่องยนต์ 4M40 ตัวนี้ได้ถูกเพิ่มเขี้ยวเล็บด้วยการเซ็ตเทอร์โบ สำหรับการเซ็ตเทอร์โบนั้น เจ้าของรถถ่อไปไกลถึงสามพราน จ.นครปฐม หาอู่คู่ใจ “อู่ช่างฟอร์ด ดีเซล&เทอร์โบ” เพื่อให้ทางอู่จัดการเซ็ตเทอร์โบให้ และในขั้นตอนของการปรับเซ็ตเทอร์โบนั้นเพื่อเป็นการกันพลาด กันไส้ทะลัก ทางอู่และคุณเล็กเจ้าของรถก็ลงมติกันว่าต้องทำการเปลี่ยนลูกสูบให้แข็งแรงขึ้น

ลูกสูบที่ทางคุณเล็กและทางอู่เลือกใช้ยังเป็นลูกสูบขนาดเดิมของเครื่องยนต์ 4M40 แต่เป็นลูกสูบของเครื่องยนต์ 4M40 เทอร์โบ ที่สามารถรับแรงได้สูงกว่าลูกสูบของ 4M40 ไม่มีเทอร์โบ เมื่อเปลี่ยนลูกสูบเสร็จ ไหน ๆ เปิดฝามาแล้วจะให้เสียเที่ยวก็กระไรอยู่ ระเบิดฝาสูบไปพร้อม ๆ กัน ทางอู่จัดการขยายช่องพอร์ตทั้งฝั่งไอดีและไอเสียให้โตขึ้น ทำให้ไอดีและไอเสียมีการไหลโฟล์วที่ดีขึ้น ส่งผ่านไอดีและไอเสียได้ในปริมาณมากขึ้น เมื่อทำการขยายพอร์ตเสร็จก่อนปิดฝาก็ทำการเจียร์แคมชาฟท์เดิมของ 4M40 ให้สอดรับกับปริมาณอากาศที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับทำการปรับค่ากำลังอัดใหม่ด้วยการเปลี่ยนปะเก็นฝาสูบไปใช้ปะเก็นเหล็กหนา 1.8 มิลลิเมตร เพื่อรองรับแรงบูสต์ระดับ 40 ปอนด์ (2.7 บาร์)

      เมื่อท่อนล่างอึดพร้อมลุย ขั้นตอนการเซ็ตเทอร์โบก็เริ่มขึ้น ทางอู่นำเทอร์โบ CAT รหัส 046OS โข่งหลังเบอร์ 70 ที่มีการตอบสนองดีตั้งแต่รอบต้น ๆ มาติดตั้งกับท่อเฮดเดอร์ที่ขึ้นมาใหม่โดยเก่ง เฮดเดอร์ จากนั้นก็แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยอินเตอร์คูลเลอร์ OTOP ที่ใส่เข้ามาช่วยระบายความร้อนให้กับอากาศที่บูสต์มาจากเทอร์โบ สำหรับการคุมบูสต์ไว้ที่ 40 ปอนด์ (2.7 บาร์) นั้น ทางอู่ใช้เวสต์เกตของ หลง เฮดเดอร์ ส่วนปรับบูสต์นั้นใช้เป็นของ OTOP แบบก๊อกน้ำ ปรับได้ตามใจชอบ

เมื่อโมฯ ระบบอากาศเสร็จสมบูรณ์ ต่อไปก็เป็นคิวของระบบเชื้อเพลิง คราวนี้เจ้าของรถยกหน้าที่ให้กับทางเพชรเจริญ ดีเซล (มหาชัย) ถอดปั๊มดีเซลไปโมฯตามสูตร เปลี่ยนลูกปั๊มเป็นขนาด 12.0 มิลลิเมตร เปลี่ยนจานโรเตอร์ให้ดันลูกปั๊มขนาด 12.0 มิลลิเมตร ได้ในระยะที่พอดีกับปริมาณอากาศ ส่วนสปริงปั๊มก็ทำการเปลี่ยนปรับค่าความแข็งใหม่ให้ดีดตัวกลับได้ดีและตอบสนองได้ไว เหมาะสมกับความโหนกของจานโรเตอร์ดันลูกปั๊มที่เปลี่ยนใหม่เข้าไป ผลโดยรวม ปั๊มจะทำการจ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น แต่จะเหมาะสมกับปริมาณอากาศหรือไม่นั้น มันก็อยู่ที่ประสบการณ์และความชำนาญของอู่ที่ทำการโมฯ ปั๊มดีเซล ว่าจะทำได้ดีขนาดไหน…แต่ในรถคันนี้ก็ถือว่าลงตัว ดันบูสต์ถึง 40 ปอนด์ น้ำมันเชื้อเพลิงก็ยังจ่ายได้ในปริมาณที่เหมาะสม สามารถเรียกแรงม้าและแรงบิดของเครื่องยนต์ออกมาได้ดี คอนเฟิร์มด้วยเวลา 13.6 วินาที ในระยะควอเตอร์ไมล์

ระบบส่งกำลัง เกียร์ 3S ขับหลัง 6 Speed

ในระบบส่งกำลัง เพื่อให้มีความเหมาะสมกับความแรงของเครื่องยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น ทางเจ้าของรถและทางอู่ช่างฟอร์ดได้ยกเกียร์เดิมทิ้ง หล่อหัวหมูเกียร์ใหม่มารับกับเกียร์จากเครื่อง 3S ขับหลัง 6 สปีดจาก TOYOTA ARISTO ที่มีอัตราทดจัดจ้านกว่าเกียร์เดิมของ 4M40 นอกจากนั้นก็ทำการเปลี่ยนชุดคลัตช์ไปใช้แบบ Twin Plate ของ ORC OGURA RACING CLUTCH จากนั้นก็เปลี่ยนเฟืองท้ายเป็นอัตราทด 3.7 แบบมีลิมิเต็ดสลิปของ MITSUBISHI ช่วยแก้ปัญหาเรื่องล้อฟรีในสภาวะต่าง ๆ ของการขับขี่

ช่วงล่างหน้าตัดสปริง หลังดัดแหนบ โช้ค RANCHO

     สำหรับช่วงล่างในรถคันนี้เมื่อเครื่องโมฯมาเต็ม ระบบส่งกำลังมีประสิทธิภาพสูง ในระบบช่วงล่างก็ต้องปรับปรุงให้มีความเหมาะสม เพื่อที่จะได้ส่งถ่ายกำลังงานที่ได้ออกมาลงพื้นได้แบบเต็มที่ สำหรับสูตรการโมฯช่วงล่างของรถคันนี้ยังคงพื้นฐานเดิมของรถกระบะเอาไว้ ล้อขับเคลื่อนเป็นแบบคานแข็ง สร้างแรงกดและรับแรงกระแทกด้วยแหนบ Absorb แรงกระแทกด้วยโช้คอัพ

สำหรับแหนบของรถคันนี้ ทางอู่ได้ทำการดัดแหนบให้มีแรงกดให้ล้อติดกับพื้นถนนเพิ่มมากขึ้น จากนั้นก็ทำการเปลี่ยนโช้คให้มีความหนืดเพิ่มขึ้นโดยใช้โช้คของ RANCHO ส่วนทางด้านหน้าซึ่งเป็นล้อที่ใช้ในการบังคับเลี้ยวนั้น ทางอู่ก็ต้องทำการปรับให้มีการยึดเกาะดีขึ้นเหมือนกับด้านหลัง เวลาวิ่งเร็ว ๆ จะได้ควบคุมทิศทางได้แบบไม่มีข้อผิดพลาด วิธีการก็คือ ทำการตัดสปริงหน้าให้เตี้ยลง 2 นิ้ว ทำให้สปริงมีความเตี้ยลง Stroke ในการให้ตัวของสปริงมีน้อยลง ความแข็งเพิ่มขึ้น ส่วนการ Absorb แรงกระแทกทางด้านหน้านั้นก็ใช้โช้คของ RANCHO เหมือนกับทางด้านหลังที่เป็นล้อขับเคลื่อน

สำหรับล้อที่ใช้ในรถคันนี้เพื่อให้สวยงามในสไตล์ Racing และสามารถส่งถ่ายกำลังงานลงพื้นได้เต็มที่ เจ้าของรถได้เปลี่ยนล้อให้มีหน้ากว้างมากขึ้น ล้อหน้าที่ใช้เป็นล้อ VOLK TE37 ขนาด 16 นิ้ว กว้าง 8 นิ้ว ส่วนล้อหลังเป็นล้อ NISMO ขนาด 17 นิ้ว กว้าง 9 นิ้ว เพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางกับพื้นถนนให้มีมากขึ้น ยางที่ใช้ในล้อหน้าเป็น TRAMPIO ขนาด 205/50 R16 ส่วนล้อหลังเป็น BRIDGESTONE POTENZA 225/45 R17

ภายนอก+ภายใน

ในเรื่องความสวยงามของรถคันนี้มาในแนว Street Used Racing ไม่มีแอโรพาร์ทอะไรเลย โหลดนิดหน่อย “หล่อ” ด้วยล้อและฝากระโปรงที่ทำสีใหม่เป็นสีขาวตัดกับสีเดิมของตัวรถพร้อมกับกระจกมองข้างแนว Racing ภายในก็มาในแนว Racing เปลี่ยนเบาะฝั่งคนขับเป็นแบบ Full Bucket Seat ของ BRIDE สร้างความกระชับในเวลาขับขี่ จากนั้นก็ยัดโรลบาร์ เปลี่ยนพวงมาลัยเป็นของ MOMO เกจ์วัดก็มี Auto Meter เพียง 2 ตัว (ใช้เท่าที่จำเป็น) เท่านั้น

ที่มา grandprixgroup.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา