Wonder Girls

Home / Wallpaper (Women Mthai) / Wonder Girls

Wonder Girls

ภายหลังจากที่ นายฮิซาโยชิ คุมาอิ ครบวาระการดำรงตำแหน่งบอสใหญ่ดูแลและบริหารมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ครบ 3 ปีเต็ม จึงได้มีการแต่งตั้ง นายมิจิโร่ อิมาอิ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ คนใหม่แทน

 

นายอิมาอิมีประสบการณ์การทำงานกับมิตซูบิชิมากว่า 30 ปี เคยได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติงานในประเทศต่างๆ ทั้งไนจีเรีย เกาหลี รวมถึงไต้หวัน รวมทั้งเคยดูแลตลาดรถยนต์ในภูมิภาคเอเชียมากว่า 20 ปี ก่อนที่จะมาเป็นเอ็มดีมิตซูบิชิเมืองไทย เขาเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเอเชียและอาเซียน กลุ่มปฏิบัติการธุรกิจต่างประเทศ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น



ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2550 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ และถือว่าเป็นไปตามแผนการปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงานพัฒนาองค์กรทั่วโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของมิตซูบิชิ ประเทศไทย และเพื่อสานต่อความสำเร็จของมิตซูบิชิในเมืองไทย รวมทั้งตลาดส่งออกที่มิตซูบิชิเคยรุ่งเรืองประสบความสำเร็จด้วยยอดส่งออกทะลุ 1 ล้านคันไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ต่อไปนี้เป็นคำให้การของกรรมการผู้จัดการคนใหม่



– มองตลาดในประเทศอย่างไร



แม้ผมจะยังไม่เคยมาปฏิบัติงานในประเทศไทย แต่ผมก็คุ้นเคยกับประเทศไทยเป็นอย่างดี เพราะได้กำกับดูแลงานในส่วนของการปฏิบัติการภาคพื้นอาเซียน ดูแลการดำเนินกิจการของประเทศไทยโดยตรง รวมทั้งได้มีโอกาสเดินทางมาร่วมงานกิจกรรมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มาโดยตลอด



ทำให้ผมเห็นถึงเห็นศักยภาพของเมืองไทยในการเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมรถยนต์ในภูมิภาคเอเชีย ดังนั้นผมจึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และพร้อมจะสานต่อนโยบายของบริษัทที่ได้ดำเนินมา รวมทั้งนำเสนอสิ่งใหม่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความสำเร็จให้กับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ต่อไป



จากการที่ผมเคยดูแลธุรกิจในอาเซียน รวมถึงไทยด้วย ทุกประเทศในอาเซียนมีความแตกต่างกัน อินโดฯมีมินิแวนกับคอมเมอร์เชียลคาร์ขนาดเล็ก มาเลเซียมีรถประจำชาติ ไทยมีปิกอัพที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี ดังนั้นยอดขายรถในอาเซียนจึงเพิ่มขึ้นตลอด แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยผลกระทบจากราคาน้ำมันโลก ทำให้ยอดขายทรงตัวหรือทรุดลงเล็กน้อย ที่กระทบหนักก็มีเฉพาะอินโดนีเซีย



ตลาดในไทยความต้องการรถยนต์ไม่รวมรถบรรทุกไทย ในปี 2547-2548 มีการเติบโต 12% แต่ในปี 2548-2549 ตลาดลดลงไป 3% โดยรถปิกอัพในปี 2547-2548 มีอัตราการเติบโต 27% แต่ในปี 2548-2549 ลดลงไปอีก 4% แต่มิตซูฯสามารถสร้างยอดได้โตตามตลาด ซึ่งในปีที่ผ่านมายอดการจำหน่ายของเราได้ลดลงไปเป็นจำนวนมากและส่วนแบ่งหายไปอย่างมาก ดังนั้น หน้าที่สำคัญที่สุดของผมก็คือการเพิ่มยอดขายและสัดส่วนตลาดของมิตซูบิชิให้เพิ่มมากขึ้น



การเปิดตัวไทรทันทำให้ผลประกอบการของบริษัทแม่ฟื้นตัว ต้องยอมรับว่าเรายังไม่สามารถออกรถได้ตรงตามความต้องการในช่วงเวลาที่เหมาะสม เรามุ่งหวังดำเนินธุรกิจให้มิตซูบิชิได้รับความช่วยเหลือและเป็นที่รักของลูกค้าต่อไป



– แผนรุกตลาดปีนี้



เราจะให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้าในทุกส่วนของการดำเนินงานของเรา เพื่อให้ได้มาซึ่งความไว้วางใจและการยอมรับจากตลาดในเมืองไทย



ส่วนหนึ่งของการดำเนินการก็คือการตั้งรองกรรมการผู้จัดการคนใหม่มาดูแลชิ้นส่วนและบริการหลังการขายโดยเฉพาะ เพิ่มฝึกอบรมและให้รางวัลเพิ่มขึ้น จะได้รูความต้องการของลูกค้า



นอกจากนี้ผมและผู้ที่เกี่ยวข้องจะดูแลดีลเลอร์ทั่วประเทศ ไปร่วมทำกิจกรรมต่างจังหวัดมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย เราต้องการพัฒนาให้เกิดระบบการขายที่ลูกค้ายินดีที่จะซื้อสินค้าเรา



ปัจจุบันเรามีรถขายอยู่สามรุ่น ไทรทันขายไม่ดีในไทย แต่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ในยุโรปนิยมมากสุด สัดส่วนตลาดปิกอัพในไทยนั้นยังต่ำ แต่ถ้าลูกค้าคนไทยทราบถึงการยอมรับในต่างประเทศแล้วน่าจะสนใจรถเรามากขึ้น และคิดว่าเร็วๆ นี้มิตซูบิชิจะเพิ่มรถให้มากขึ้น ปลายปีหน้าจะมีรถนั่งกึ่งบรรทุก (พีพีวี) เข้ามาเสริม แล้วก็กำลังศึกษารถเล็กอยู่ด้วย



– มองตลาดส่งออกปีนี้ไว้อย่างไร



ตลาดส่งออกปีนี้นั้นเราตั้งเป้าไว้ที่ 1.5 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มียอดส่งออก 1.45 แสนคัน ซึ่งจากเป้าส่งออกที่เราคาดไว้นั้น ปีนี้เราเชื่อว่า ยอดจะเพิ่มขึ้นตามที่วางไว้ เนื่องจากตลาดในยุโรป อังกฤษ และตะวันออกกลางรถมิตซูบิชิได้รับความนิยมค่อนข้างมาก



ในส่วนผลกระทบค่าเงินบาทเราพยายามเพิ่มการส่งออกไป ควบคู่กับการลดต้นทุนซึ่งน่าจะไปได้ด้วยดี เพราะการที่ไทยเป็นฐานส่งออกที่สำคัญของเรานั้น แม้ว่าค่าเงินบาทจะมีผลแต่เราก็พร้อมที่จะพยายามผ่านปัญหาตรงนี้ไปให้ได้



– ความชัดเจนในเรื่องอีโคคาร์



ตามที่บริษัทแม่ได้มอบหมายนโยบายนั้น เรามองว่าอีโคคาร์เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ที่วันนี้มีความรุนแรงมากขึ้น เราในฐานะของผู้ผลิตรถยนต์ก็พยายามผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมออกสู่ตลาด ซึ่งเรามีศักยภาพพอ



ผมรู้สึกยินดีที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองหลวงเช่น กทม.ที่มีการจราจรหนาแน่น การที่ภาครัฐอยากแก้ไขด้วยการนำอีโคคาร์มาใช้ เป็นนโยบายที่เหมาะสมและเราก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตรถยนต์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ทางบริษัทอยากแก้ปัญหานี้ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากมาย



– รถยนต์รุ่นใหม่ๆ



สำหรับ “โมเดลไลน์อัพ” เราจะมีการออกรถเอสยูวีปิกอัพเบสขึ้นมา เพื่อเพิ่มไลน์อัพให้ครบ เนื่องจากฐานในไทยถือเป็นเป็นฐานส่งออกสำคัญ ส่วนของอีโคคาร์มองว่าเป็นนโยบายเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เราเข้าสู่ยุคที่ผู้ผลิตรถยนต์ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถ้านโยบายอีโคคาร์ของภาครัฐสอด คล้องกับบริษัทก็พร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการนี้


ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา