32 ธันวา

Home / Wallpaper (Women Mthai) / 32 ธันวา

“โตโยต้า” โอดบาทแข็งกระทบส่งออก หลังไทยเป็นฐานส่งออกปิกอัพของโลก ชี้ต้องแบกภาระขาดทุนเพิ่ม เผยทำการันตีอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ 38 บาทเท่านั้น ระบุควรอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาด่วน ก่อนผู้ส่งออกจะทยอยล้ม ส่วนตลาดในประเทศยังไม่มีปัจจัยบวก เผยต้องประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน



นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ค่าเงินบาทที่กำลังแข็งค่าอยู่ในขณะนี้ ส่งผลโดยตรงต่อการส่งออกรถยนต์ของบริษัท ทำให้บริษัทมีผลการขาดทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องรับภาระในเรื่องส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน ซึ่งบริษัทได้ทำการันตีเงินบาทไว้ที่ 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนในขณะนี้ปรับขึ้นไปอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแล้ว



“ผลพวงจากค่าเงินบาทที่กำลังแข็งค่าอยู่ในขณะนี้ ส่งผลโดยตรงต่อการส่งออกรถยนต์โตโยต้าจากเมืองไทย เนื่องจากทางบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพมาไว้ที่นี่ โดยมีการผลิตเพื่อส่งออกปีละกว่าแสนคัน และได้ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 100 ประเทศ ซึ่งเราได้ทำการันตีค่าเงินบาทไว้ที่ 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่ามาอยู่ที่ 33 บาทในตอนนี้ ทำให้บริษัทต้องแบกภาระขาดทุนที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง”



สำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ บริษัทคงต้องฝากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง โดยขณะนี้บริษัทได้แก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ เพื่อให้การส่งออกดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยต้องแบกรับปัญหาขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ อย่างไรก็ตาม คิดว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่จะทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นน่าจะอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ



“ในส่วนของโตโยต้าเองนั้น คิดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นเราสามารถดูแลได้เพราะเราเป็นบริษัทใหญ่ ซึ่งมีบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นคอยให้ความช่วยเหลือ แต่ก็จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อลดผลการขาดทุนกำไรที่เกิดขึ้นด้วย ส่วนถ้าเป็นบริษัทเล็กๆ หรือบริษัทที่เป็นคนไทยแท้ที่ทำธุรกิจส่งออก น่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้โดยตรง ดังนั้นรัฐบาลน่าเข้าดูแลเรื่องนี้ เพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนกลับเข้าสู่สถานการณ์ที่แท้จริงอย่างเร่งด่วน เพื่อปรับลดผลกระทบของภาคเอกชนที่เกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาวด้วย”



ส่วนสถานการณ์ของตลาดรถยนต์ในประเทศนั้น นายวิเชียรกล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์โดยรวมตกลงไปถึง 13% ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยลบทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์น่าจะดีขึ้นถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เพราะจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจหันมาจับจ่ายใช้สอยอีกครั้ง นอกจากนั้นการเลือกตั้งยังเป็นการกระตุ้นตลาดรถยนต์ได้อีกทางหนึ่ง เพราะการหาเสียงเลือกตั้งต้องใช้รถยนต์เป็นปัจจัยหลักด้วย



สำหรับยอดขายของโตโยต้านั้น จนถึงขณะนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะรักษายอดขายให้เทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา ด้วยตัวเลขประมาณ 289,000 คัน โดยบริษัทหันมาใช้กลยุทธ์ที่จะเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทได้



“สถานการณ์ในตลาดรถยนต์ขณะนี้ ถือว่ายากที่จะคาดเดาได้ล่วงหน้า ตอนนี้เราประเมินสถานการณ์กันแบบเดือนต่อเดือน หรือบางทีอาจจะเป็นแบบวันต่อวันแล้วด้วยซ้ำ เพราะเราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ส่วนการแข่งขันนั้นเราจะเน้นการเข้าถึงตัวลูกค้าให้มากที่สุด โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา เพราะยิ่งแข่งขันรุนแรงก็จะยิ่งเจ็บตัวมากขึ้น”



ด้านนายศิตชัย จีระธัญญาสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำธุรกิจของตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้า ให้ครบวงจร บริษัทจึงได้เปิดโครงการ “โตโยต้าชัวร์” ขึ้น ซึ่งเป็นธุรกิจรถใช้แล้วคุณภาพดี ที่ได้รับการรับรองจากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ทั้งในเรื่องของคุณภาพ การให้บริการ และการรับประกัน ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาถือว่าได้รับการตอบรับจากตัวแทนจำหน่ายและลูกค้าเป็นอย่างดี โดยปัจจุบันมีโชว์รูมที่เปิดให้บริการแล้ว 17 แห่ง คาดว่าในปีนี้จะเปิดเพิ่มเป็น 43 แห่ง และคาดว่าภายใน 3 ปี จะเปิดเพิ่มได้ครบ 90 แห่งทั่วประเทศ



“ปัจจุบันรถใช้แล้วในเมืองไทยมีอัตราประมาณ 3 เท่าของยอดขายรถใหม่ สำหรับโตโยต้านั้นคาดว่าจะมีรถมือสองหมุนเวียนปีละประมาณ 6-7 แสนคัน ซึ่งมีรถที่เข้ามาเทรดอินในโตโยต้าชัวร์ยังไม่ถึง 10% เนื่องจากขณะนี้เรายังมีโชว์รูมไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีรถเข้ามาเทรดถึง 37% ถ้าสามารถขยายเครือข่ายได้ครบแล้ว สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์จากโตโยต้าชัวร์ถือว่าเป็นรถมือสองที่เทียบเท่ารถใหม่ แต่มีราคาที่ถูกกว่า ซึ่งขณะนี้ถือว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี”


ที่มา ประชาชาติธุรกิจ