คนหล่อขอทำดี ปี3

Home / Wallpaper (Women Mthai) / คนหล่อขอทำดี ปี3

“ฟอร์ด” เผยกำลังตัดสินใจขั้นสุดท้ายสำหรับอีโคคาร์ หลังมีโครงการย้ายฐานผลิตรถเก๋งมาเมืองไทย คาดสรุปทุกอย่างได้ภายในปีนี้ ด้าน “เอเอที” ประกาศฉลองยอดผลิตครบล้านคัน คุยทำได้ก่อนกำหนดถึง 2 ปี ส่วนบาทแข็งมีผลกระทบส่งออกบ้าง ชี้ต้องเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนเพื่อให้แข่งขันได้ นายจอห์น ปาร์คเกอร์ รองประธานธุรกิจภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกและแอฟริกา ฟอร์ด มอเตอร์ คอมปะนี เปิดเผยว่า ขณะนี้ฟอร์ดกำลังพิจารณาในเรื่องของโครงการรถยนต์นั่งขนาดเล็กประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ที่รัฐบาลไทยได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมโครงการนี้ให้เกิดขึ้น ซึ่งทางฟอร์ดมีความสนใจที่จะนำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว และยังมี นโยบายที่จะเพิ่มกำลังผลิตในภูมิภาคนี้ด้วย



“ขณะนี้เรากำลังคุยกันอย่างจริงจังในเรื่องผลิตภัณฑ์ การขาย และกำลังการผลิต ซึ่งจะต้องเจรจากับรัฐบาลไทยให้ชัดเจน เพื่อไปให้ถึงจุดหมายดังกล่าว นอกจากนั้นเรายังพิจารณาในเรื่องการย้ายไลน์การผลิตรถยนต์นั่งมายังเมืองไทยด้วย ซึ่งมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก และคาดว่าจะสรุปเรื่องนี้ได้ภายในปีนี้”



ทั้งนี้ การวางแผนงานของฟอร์ดในประเทศไทยนั้น มีการวางรากฐานกันอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยมองไปข้างหน้าในระยะเวลา 10 ปีขึ้นไป ซึ่งฟอร์ดมีความเชื่อมั่นในความมั่นคงของพื้นฐานเศรษฐกิจเมืองไทย สำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงนั้น ฟอร์ดมองว่าถ้าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจดีขึ้น ตัวเลขยอดขายรถยนต์น่าจะกลับไปอยู่ในภาวะปกติได้



“ในส่วนของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้น ฟอร์ดในฐานะของผู้ส่งออกรถปิกอัพจากเมืองไทย ย่อมได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้บ้าง แต่เราพยายามแก้ไขด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และควบคุมต้นทุนการผลิตให้ดีที่สุด นั่นคือหัวใจสำคัญของการแข่งขัน”



สำหรับสถานการณ์ยอดขายของฟอร์ดในเอเชียนั้น ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ประมาณ 3.5% ซึ่งฟอร์ดต้องการจะเพิ่มส่วนแบ่งและยอดขายให้มากขึ้น สิ่งสำคัญที่จะทำให้ฟอร์ดเพิ่มการขยายตัวในภูมิภาคนี้ได้ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ราคาสมเหตุผล ตัวแทนจำหน่ายมีประสิทธิภาพ และผู้ใช้รถมีความสุข ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ยอดขายในภูมิภาคขยายตัวได้



นอกจากนั้น บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือเอเอที ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถปิกอัพฟอร์ดและมาสด้าในเมืองไทย และเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างฟอร์ดมอเตอร์ คอมปะนี และมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศฉลองความสำเร็จกับการผลิตรถกระบะ 1 ตันครบ 1 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นการผลิตได้บรรลุเป้าหมายก่อนกำหนดถึง 2 ปี หลังจากได้เริ่มดำเนินการผลิตในปี 2541



ออโต้อัลลายแอนซ์เป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่และทันสมัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลิตและส่งออกรถกระบะฟอร์ดและมาสด้าทั้งรถยนต์สำเร็จรูป (CBU) และชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ (CKD) ออกไปยังกว่า 130 ประเทศทั่วโลก โดยสร้างงานคนแก่คนไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 13,500 ตำแหน่ง



นายมาซามิชิ โคไก ประธาน บริษัท ออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ออโต้อัลลายแอนซ์วางแผนผลิตรถกระบะฟอร์ดและมาสด้ากว่า 175,000 คัน รวมทั้งการผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพื่อป้อนตลาดในประเทศและส่งออก ในแต่ละปีออโต้อัลลายแอนซ์ซื้อชิ้นส่วนมูลค่าประมาณ 6.02 หมื่นล้านบาท (1.72 พันล้านเหรียญสหรัฐ) จากผู้ผลิตชิ้นส่วน 177 ราย ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของไทย 166 ราย ทำให้ออโต้อัลลายแอนซ์มีเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของประเทศ



“ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกฝ่ายที่สร้างสรรค์องค์กรระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นฟอร์ด มาสด้า รัฐบาลไทย ซัพพลายเออร์ รวมถึงผู้บริหารและพนักงานของออโต้ อัลลายแอนซ์ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนบริษัท เราภาคภูมิใจยิ่งที่ออโต้อัลลายแอนซ์เป็นกลจักรสำคัญที่ผลักดันให้รถกระบะ 1 ตันประสบความสำเร็จในฐานะผลิตภัณฑ์หลัก หรือโปรดักต์แชมเปี้ยนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”



สำหรับบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 หลังจากที่ฟอร์ดและมาสด้าได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการให้ประเทศไทยเป็นฐานการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จึงได้ร่วมทุนก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้น โดยถือหุ้นเท่ากัน และมีส่วนในการบริหารเท่าๆ กัน เพื่อให้เป็นศูนย์การผลิตรถกระบะ 1 ตันสำหรับตลาดภายในประเทศและส่งออกทั่วโลก



และหลังจากที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในปีเดียวกันนั้น ออโต้อัลลายแอนซ์ได้ลงทุนมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ที่ทันสมัย ปัจจุบันออโต้ อัลลายแอนซ์ได้ลงทุนรวมกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐในการพัฒนาโรงงานแห่งนี้ให้มีกระบวนการผลิตครบวงจร นับตั้งแต่การขึ้นรูปตัวถัง การประกอบตัวถัง การพ่นสี การประกอบเครื่องยนต์ การประกอบขั้นสุดท้าย และการบรรจุชิ้นส่วนรถยนต์ โดยโรงงานตั้งอยู่บนพื้นที่ 529 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา