Sologamy เทรนด์ใหม่ แต่งงานกับตัวเอง สาวโสด..รักตัวเอง โซโลไปเลยคนเดียว!!

Home / Wedding Photo / Sologamy เทรนด์ใหม่ แต่งงานกับตัวเอง สาวโสด..รักตัวเอง โซโลไปเลยคนเดียว!!

“หาแฟนดีๆ ไม่ได้ก็แต่งกับตัวเองนี่แหละ” หลายคนอาจจะคุ้นๆ หรือเคยได้ยินประโยคนี้กันมาบ้าง เพราะว่าการจะหาคนที่ “ใช่” หรือคู่ชีวิตดีๆ สักคนมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมบางครั้งอาจทำให้เราเฮิร์ทและเสียน้ำตาเป็นแกลลอนๆซะด้วยซ้ำ สาวๆ บางคนจึงเข็ดกับความรักแล้วเลือกที่จะอยู่เป็นโสด และแต่งงานกับตัวเองเสียเลย!

ซึ่งนั่นก็กลายเป็นที่มาของเทรนด์ใหม่มาแรง ที่เรียกว่า Sologamy (โซโลกามี) หรือ แต่งงานกับตัวเอง คือจัดพิธีวิวาห์ปกติขึ้นมานี่แหละค่ะ แต่ไม่ต้องมีคู่มาทำพิธีนะ โซโลไปเลย…คนเดียว โดยสัญญาว่าจะรัก ให้เกียรติและเห็นค่าและสนับสนุนการรักตัวเองอย่างจริงจัง จนกระทั่งสามารถเดินไปหาชีวิตที่มีความสุขได้

แต่งงานกับตัวเอง

ในส่วนของการจัดงานก็ไม่จำเป็นมีพิธีเสมอไปนะคะ เพียงแค่แต่งตัวสวยๆในชุดสีขาว สร้างบรรยากาศในห้องให้ดูโรแมนติคสักหน่อยด้วยการจุดเทียน และให้คำมั่นสัญญากับตัวเองหน้ากระจก แต่ถ้าใครไม่รู้จะเริ่มแต่งงานกับตัวเองยังไง? ไม่ใช่ปัญหา…เพราะเดี๋ยวนี้เขามีบริการรับจัดงานวิวาห์แบบโซโลให้แล้วด้วย…

แต่งงานกับตัวเอง

โดย IMarriedMe จะให้บริการรับจัดงานแต่งให้ มีทั้งชุดแต่งงาน แหวน ผู้ทำพิธี คำกล่าวคำสาบาน และใบสมรส ส่วนภายในงานก็จะมีวงดนตรีมาบรรเลงและพิธีการเดินเข้าสู่งาน เพื่อทำให้พิธีการแต่งงานกับตัวเองสมบูรณ์แบบที่สุดด้วย สนนราคาอยู่ที่ ประมาณ 6,000 บาท

ขณะเดียวกัน ก็มีผู้แสดงค่อนขอดและรู้สึกตลกกับเรื่องนี้ โดยเห็นว่า การแต่งงานกับตัวเอง มันออกจะหลงตัวเองและเรียกร้องความสนใจไปสักหน่อย ในการจัดพิธีแต่งงานเฉลิมฉลองว่าพวกเขารักตัวเองกันมากแค่ไหน แต่ส่วนหนึ่งก็มีผู้เห็นด้วยว่า มันเป็นสิทธิที่จะแต่งงานกับชีวิตโสดและมีความสุขในแบบนี้

แต่งงานกับตัวเอง

“การแต่งงานกับตัวเองยังมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงโสด ซึ่ให้เหตุผลว่า ‘มันเป็นการแสดงออกถึงการรักตัวเอง”

แต่งงานกับตัวเอง

แต่งงานกับตัวเอง

เห้อ…โลกนี้ก็มีเรื่องแปลกๆ ที่เราคาดไม่ถึงอยู่มากมายค่ะ อย่างการแต่งงานกับตัวเองเนี่ย ก็ออกจะจริงจังไปสักนิด ซึ่งไม่ว่าเราจะแต่งงานกับตัวเองหรือไม่ คนทุกคนก็รักและดูแลตัวเองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ขอแค่ไม่รักตัวเองจนทำร้ายจิตใจคนอื่นก็เพียงพอแล้วเนอะ ว่ามั้ย?

ที่มา www.distractify.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา