ฉลาดเล่น ก็ เป็นสุข

Home / ผู้หญิงต้องรู้ / ฉลาดเล่น ก็ เป็นสุข

ฉลาดเล่น ก็ เป็นสุข

 

เสพติดสื่อออนไลน์

…หายใจเข้าเฟซบุ๊ก หายใจออกออนไลน์ หายใจเข้าอินสตาแกรม หายใจออกทวิตเตอร์…

อาการ เสพติดสื่อออนไลน์ จนถอนตัวไม่ขึ้นนับวันยิ่งซึมลึก พาลให้หลายคนเสียศูนย์กันไปเลยทีเดียว จากเคยเป็นคนปกติกลับกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งตัวเอง แยกไม่ออกว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนไม่จริง

“เพราะทุกอย่างบนโลกนี้เป็นดาบสองคมมีคุณก็มีโทษ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้จะรู้จักป้องกันโทษจากมันหรือไม่” พ.ต.ท.หญิง.พ.ญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดโรงพยาบาลตำรวจ หรือ หมอแอร์ เตือนสติผู้ใช้สื่อออนไลน์ ก่อนให้คำแนะนำการใช้สื่อออนไลน์ที่ถูกวิธี เพื่อไม่เป็นการทำร้ายตัวเองในที่สุด

กระแสข่าวมาแรง ต้องใช้วิจารณญาณก่อนปักใจเชื่อ

“ทุกครั้งที่เสพข่าวเราควรมีวิจารณญาณ ไตร่ตรองความถูกต้องของข่าวก่อนที่จะเชื่อ โดยเฉพาะข่าวในโลกออนไลน์ที่ใครก็สามารถเป็นผู้รายงานข่าวได้ ซึ่งอาจจะใส่ชูรสแต่งแต้มเติมสีในข่าวให้น่าสนใจมากขึ้นทำให้ข้อความผิดเพี้ยนไปจากความจริง การฟังหูไว้หูและหาข้อมูลเพิ่มเติมเป็นสิ่งที่ควรทำทุกครั้งก่อนตัดสินความน่าเชื่อถือของข่าวนั้น การขาดวิจารณญาณ คือจุดอ่อนที่จะทำให้ถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ดีได้ง่ายมาก จำไว้เสมอว่า คนในสังคมโลกแห่งความจริง เรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ แต่ร้ายไปกว่านั้นคือ ในสังคมโลกออนไลน์ เราไม่รู้ทั้งหน้าและไม่รู้ทั้งใจ มิจฉาชีพจึงแฝงตัวอยู่ในโลกออนไลน์นับไม่ถ้วนต้องระวังให้ดี”

เสพติดสื่อออนไลน์
คอมเม้นท์ก่นด่า อ่านมากเสียสุขภาพจิต

“กระทู้ที่มีคนแสดงความคิดเห็นเยอะที่สุดมักจะเป็นกระทู้ด้านลบ โดยควรระวังการอ่านข้อความแสดงความคิดเห็นก่นด่าว่าร้ายด้วยถ้อยคำรุนแรงเหล่านั้น เพราะอาจกล่าวได้ว่าเป็น แหล่งศูนย์รวมพลังงานด้านลบของแต่ละคนที่เอามาสาดโคลนใส่กัน เนื่องด้วยความที่เป็นโลกเสมือนจึงทำให้แต่ละคนมีความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นและแสดงตัวตนในด้านมืดของตัวเองออกมา ซึ่งคนเหล่านี้เป็นคนคิดลบ เมื่อเราอ่านและรับรู้เรื่องราวด้านลบมากๆ มีโอกาสที่จะทำให้เรากลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ไม่มีความสุขตามไปด้วย ฉะนั้นทางที่ดีเราควรจะเลือกอ่านและรับรู้เรื่องดีๆ มากกว่าจะไปเสียเวลากับเรื่องที่จะพาลให้เราเครียด”

อย่าเอายอดกดไลค์ มาตัดสินคุณค่าในตัวเอง

“ ‘คุณค่าในตัวเอง’ ควรต้องเริ่มจากการยอมรับตัวเองในแบบที่เราเป็น รู้จักและเข้าใจตัวตนอย่างถี่ถ้วน ไม่รอหรือเรียกร้องให้คนอื่นมายอมรับหรือตัดสินคุณค่าของตัวเรา จากการนับยอดกดถูกใจสิ่งที่เราแชร์หรือนับจำนวนเพื่อนในสังคมออนไลน์ เพราะนั่นเท่ากับว่าเราไม่รู้จักตัวเองเลยด้วยซ้ำ ความสับสนและความอ่อนไหว อาจทำให้กลายเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง คอยหวาดระแวง กลัวการทำผิดแล้วไม่เป็นที่ยอมรับ จนแยกไม่ออกระหว่างโลกความเป็นจริงกับโลกออนไลน์ที่เป็นเพียงแค่โลกเสมือนจริง”

แชร์อย่างมีสติ เพราะอาจมีความผิดทางกฎหมาย

“ก่อนจะกล่าวถึงใครบนโลกสังคมออนไลน์ในทางไม่ดี พึงระวังไว้เสมอว่าเราอาจถูกฟ้องดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทหรือให้ร้ายผู้อื่นได้ แม้กระทั่งการกดถูกใจหรือกดแชร์ ทำให้ข้อความนั้นถูกเผยแพร่ไปได้กว้างขวางขึ้นส่งผลให้ผู้ที่ถูกอ้างถึงได้รับความเสียหายมากขึ้น อย่าลืมว่าเมื่อทุกอย่างขึ้นไปอยู่บนอินเทอร์เน็ตแล้วจะไม่มีคำว่าส่วนตัวอีกต่อไป การแชร์ที่ถูกต้องก็คือ ข้อความหรือรูปภาพนั้นไม่ควรจะไปทำร้ายหรือทำลายจิตใจแก่ผู้พบเห็น ทางที่ดีควรจะแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้แก่กันมากกว่า” หมอแอร์กล่าว

สุดท้าย…ดาบสองคมจะไม่หวนมาทำร้ายก็ต่อเมื่อเราใช้มันด้วยความเหมาะสม ดังนั้นเราควร ฉลาดเล่น รอบคอบ และไม่ไหลไปตามกระแสโลก ที่ตรึงอยู่กับสายสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพราะอาจมีสักวันหนึ่งที่โลกออนไลน์นี้จะดับวูบลงในพริบตา คงเหลือไว้แต่รอยความทรงจำและวาทกรรมที่อาจไม่มีค่าใดๆ เลยในโลกความเป็นจริง

ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  สสส.
เรื่องโดย ฐาปน คำทา Team Content thaihealth

 

facebook

 

 

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา