บุญหรือกรรมช่วยคนมีลูกยาก

Home / ผู้หญิงต้องรู้ / บุญหรือกรรมช่วยคนมีลูกยาก


สาวๆขายไข่..ใบละหมื่น บุญหรือกรรมช่วยคนมีลูกยาก

 

 


ผู้หญิงบางคนไม่มีไข่ตก จึงมีลูกไม่ได้ ในเมื่อดิฉันยังไม่อยากมีลูก ก็น่าจะช่วยบริจาคไข่ให้ผู้หญิงที่เขามีปัญหาได้ ถือว่าได้บุญมากๆ แล้วเขาก็ยังบอกว่า ทำบุญครั้งนี้ไม่ใช่แค่ได้บุญแต่จะได้เงินค่าตอบแทนด้วย…

 


ปัญหายอดนิยมปัญหาหนึ่งของคู่สามีภรรยาที่ต้องการมีบุตร แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ยังไม่มีเสียที จนสุดท้ายเข้าข่ายการมีบุตรยากกลายเป็นปัญหาหนักอกของคนที่อยากมีบุตร ภาวะการมีบุตรยากเกิดจากหลายสาเหตุ แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือปัญหาเรื่องไข่ตก ผู้หญิงบางคนมีไข่ตกน้อย ผู้บางคนอาจไม่มีไข่ตกเลยในบางเดือนหรือแทบทุกเดือน


 

แต่ใช่ว่าผู้หญิงที่ไข่ตกน้อยจะหมดหวังกับการมีบุตร เพราะปัจจุบันนี้เริ่มมีการซื้อ-ขายไข่กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็วกว่าแต่ก่อน จากเดิมปกติแพทย์ต้องให้ยากระตุ้นให้ไข่ตกในปริมาณที่พอเหมาะ หรือใช้วิธีรับบริจาคไข่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นญาติสนิทของฝ่ายหญิง เมื่อได้ไข่มาแล้วก็จะนำมาผสมกับสเปิร์มของฝ่ายชาย แต่กระบวนการทั้งหมดทำในรูปแบบการรักษาทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลรัฐ จะไม่นิยมทำกันในเชิงพาณิชย์ เพราะผิดจริยธรรมทางการแพทย์ อีกทั้งกฎหมายยังไม่อนุญาตให้ซื้อ-ขายไข่กัน


 

หญิงสาวคนหนึ่ง วัย 20 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ ผู้มีประสบการณ์ตรงกับการขายไข่ บอกว่า ตัดสินใจขายไข่ให้กับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โดยมีนายหน้าเป็นผู้หญิงมาทำทีขอสัมภาษณ์เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย จากนั้นนายหน้าได้อธิบายถึงการบริจาคไข่ให้กับโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือคู่สามี-ภรรยาที่อยู่ในภาวะมีบุตรยาก


 

‘ตอนแรกพี่เขาถามก่อนว่าเรามีสุขภาพเป็นอย่างไร ฐานะทางบ้านเป็นยังไง ดิฉันเพิ่งจบ ปวช.มา ทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไร เขาถามว่าชอบทำบุญไหม พอคุยกันได้สักพักเขาบอกว่าวิธีทำบุญอย่างหนึ่งคือการบริจาคไข่ เขาบอกว่าไม่ต่างอะไรจากการบริจาคเลือด ตอนแรกก็ยังงงๆ ว่ามันคืออะไร และไข่ที่ว่านี่คือไข่อะไร พี่เขาบอกว่า ในร่างกายของผู้หญิงจะผลิตไข่ทุกเดือน ไข่ที่ไม่ได้รับการผสมก็จะกลายมาเป็นประจำเดือน แต่ผู้หญิงบางคนไม่มีไข่ตก เขาจึงมีลูกไม่ได้ แต่ในเมื่อดิฉันยังไม่อยากมีลูก ยังเป็นโสดก็น่าจะช่วยบริจาคไข่ให้ผู้หญิงที่เขามีปัญหาได้ ถือว่าได้บุญมากๆ ดิฉันก็เริ่มลังเล แล้วเขาก็ยังบอกว่า การทำบุญครั้งนี้ไม่ใช่แค่ได้บุญแต่จะได้เงินค่าตอบแทนด้วย’


 

ส่วนวิธีการบริจาคไข่นั้น พนักงานสาวเล่าว่า นายหน้าให้ข้อมูลถึงขั้นตอนการบริจาคไข่ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เพียงแค่ต้องไปตรวจร่างกายเช็คว่าสุขภาพแข็งแรงไหม ไม่เป็นโรคติดต่อ ที่สำคัญแพทย์ที่โรงพยาบาลจะดูว่าไข่สมบูรณ์ไหม เมื่อทุกอย่างผ่าน ทางนายหน้าจะให้ดิฉันนำรูปถ่ายเต็มตัวขนาดโปสการ์ดจำนวน 1 รูปมาให้ เพื่อที่เขาจะนำไปให้กับคู่สามี-ภรรยาได้พิจารณาเลือกว่าเรามีลักษณะใกล้เคียงกับคู่สามี-ภรรยามากน้อยแค่ไหน ถ้าถูกเลือกตนก็จะไปพบแพทย์เพื่อดูว่าไข่ตกวันไหน ด้วยการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ จากนั้นก็นัดวันที่ไข่ตกแล้วจะคัดเลือกไข่ออกมาเพื่อมาผสมกับสเปิร์ม


 

‘ก่อนตัดสินใจบริจาคไข่ก็คิดไตร่ตรองอยู่ประมาณ 3-4 วัน เพราะไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต ตอนแรกก็รู้สึกกลัวเหมือนกันว่าจะมีผลกระทบต่อร่างกายตนเอง แต่นายหน้าบอกว่าไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด เพราะผู้หญิงที่สมบูรณ์จะมีไข่ตกทุกเดือนอยู่แล้ว พอรู้ข้อมูลก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้น จึงไปปรึกษาพ่อกับแม่ ท่านก็ไม่ได้คัดค้านอะไร อีกอย่างดิฉันยังโสดจึงไม่รู้สึกกังวลมากเท่าใด และขณะนี้ก็ผ่านการตรวจร่างกายมาแล้ว รอแค่ให้คู่สามี-ภรรยาคู่ใดคู่หนึ่งเลือก เพราะการเลือกแต่ละครั้งคู่สามีภรรยาจะดูด้วยว่า หน้าตาดิฉันเป็นอย่างไร รูปร่าง ลักษณะ สีผิวใกล้เคียงกับพวกเขาหรือเปล่า ผ่านไปเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว กำลังลุ้นอยู่ว่าจะถูกเรียกให้ไปขายไข่เมื่อไร แต่คงเร็วๆ นี้ ส่วนค่าตอบแทนในการขายไข่ครั้งนี้ก็อยู่ราวๆ 10,000 บาท‘ พนักงานสาวอธิบาย


 

สำหรับขั้นตอนการขายไข่นั้น พนักงานสาวบอกว่า เมื่อถึงวันนัด แพทย์จะวางยาสลบ แล้วนำอุปกรณ์สอดไปในช่องคลอด จากนั้นใช้เวลา 2-3 ชม.เพื่อนำไข่ที่สมบูรณ์ออกมา พอเรียบร้อยแล้วก็กลับบ้านได้ โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ นายหน้าคนดังกล่าวยังให้ไปหาเพื่อนสาวที่ต้องการจะขายไข่ให้มาติดต่อกับตน โดยตั้งเกณฑ์ต้องเป็นผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ อายุไม่เกิน 30 ปี มีสุขภาพแข็งแรง ผ่านการตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลมาแล้ว ถ้ามีการศึกษาดี หน้าตาดีก็จะได้เงินหลายหมื่นทีเดียว อีกทั้งถ้าผ่านขั้นตอนการคัดเลือกต่างๆ แล้ว เมื่อตกลงขายไข่ ผู้หญิงคนนั้นต้องไม่มีเพศสัมพันธ์ในช่วง 10 วันก่อนไข่ตก ซึ่งผู้หญิงที่ขายไข่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษา พนักงานบริษัทเอกชนที่เพิ่งเริ่มทำงานและมีรายได้ไม่มากนัก


 

ทำบุญในเชิงพาณิชย์ด้วยวิธีการขายไข่ ช่วยคนมีบุตรยาก แม้จะไม่มีกฎหมายออกมาควบคุมอย่างชัดเจน ระหว่างเส้นบางๆ ของศีลธรรมกับความอยู่รอด

 

 

มุมมองหมอ ต่อผู้หญิงบริจาคไข่

ศ.นพ.อภิชาติ จิตต์เจริญ ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวช แพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี บอกถึงการบริจาคไข่ของผู้หญิงเพื่อช่วยเหลือคู่สามี-ภรรยาที่มีบุตรยากว่า การบริจาคไข่ของผู้หญิงเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีบุตรยากมีมานานหลายปีแล้ว ซึ่งจะทำในการรักษาทางการแพทย์ ไม่ทำในรูปแบบเชิงพาณิชย์ แต่ปัจจุบันก็มีการทำในรูปแบบเชิงพาณิชย์กันมากขึ้น แต่ยังไม่มีการเปิดเผยกันมาก เพราะกฎหมายอย่างร่างพระราชบัญญัติการรับตั้งครรภ์แทน พ.ศ…. ยังไม่มีการประกาศใช้ ที่บริจาคไข่กันก็จะเป็นกลุ่มของญาติสนิท เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการพูดคุยทำความเข้าใจ แต่ปัจจุบันก็มีการบริจาคไข่กับบุคคลภายนอกมากขึ้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่จะตกลงกัน

 

‘การบริจาคไข่ของหญิงสาวนั้น เหมาะสมที่สุดคือผู้หญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์อายุระหว่าง 20-35 ปี หากอายุมากกว่านี้จะมีผลกระทบต่อเด็กที่จะเกิดมา ซึ่งการบริจาคไข่จะไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย แต่ก่อนที่จะบริจาคไข่ ผู้บริจาคต้องไปตรวจร่างกาย ตรวจเลือดอย่างละเอียด เพื่อตรวจหาว่าไม่มีโรคติดต่อที่อันตราย เช่น เชื้อเอดส์ เชื้อไวรัสตับอักเสบ รวมทั้งโรคทางกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติ’ ศ.นพ.อภิชาติอธิบาย

 

 

ขอขอบคุณ :