ความวิตกกังวล ความวิตกกังวลของผู้หญิง ความเครียด วิตกกังวล

14 อาการความวิตกกังวล ที่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะเข้าใจ คุณเป็นกันกี่ข้อ เช็กด่วน!!!

Home / ผู้หญิงต้องรู้ / 14 อาการความวิตกกังวล ที่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะเข้าใจ คุณเป็นกันกี่ข้อ เช็กด่วน!!!

ความวิตกกังวลของผู้หญิง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่วคราวที่เกิด ขึ้นเมื่อคุณกำลังทำงานกับช่วงเวลาที่เคร่งครัด หรือพยายามทำอะไรใหม่ๆ เป็นครั้งแรก และนี่คือบางสิ่งบางอย่างที่เฉพาะผู้หญิงที่ต่อสู้กับความวิตกกังวลเท่านั้นที่จะรู้ทั้งหมดเป็นอย่างดี

1.คุณจะรู้สึกรำคาญมากหากมีคนบอกให้คุณ “หยุดกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้”

เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้คุณกังวลกับมันมากยิ่งขึ้น และรู้สึกเครียดก็จะตามมาติดๆ

2. “Maybe” (อาจจะ) เป็นคำที่แย่ที่สุดในภาษาอังกฤษ

ความไม่แน่นอนก่อให้เกิดความวิตกกังวลที่เลวร้ายที่สุด ดังนั้นจึงควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และเรียนรู้ที่จะอยู่และอดทนกับความไม่แน่นอน เพราะการยอมรับในสิ่งไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในชีวิต จะช่วยให้ไม่ทุกข์จนเกินไป และความวิตกกังวลก็น้อยลง ส่งผลให้มีความสุขมากขึ้น

3. อาการแพนิคกําเริบ

อารมณ์ด้านลบที่เกิดขึ้น อาจส่งผลทำให้คุณเกิดอาการแพนิค เป็นอาการเหมือนคนกำลังจะคุมตัวเองไม่ได้ เหมือนกับว่าคุณร้องไห้ หายใจไม่ออกและรู้สึกว่าคุณกำลังจะตาย

4. ตื่นขึ้นมาตอนกลางดึกและนอนไม่หลับ

บ่อยครั้งที่ความวิตกกังวลอาจทำให้นอนไม่หลับ เพราะสมองมัวแต่ครุ่นคิดถึงปัญหาและหนทางแก้ไข จนกระทั่งร่างกายอยู่ในสภาพอิดโรย เพราะนอนหลับไม่เพียงพอ

5. คุณรู้สึกวิตกกังวลกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ

คุณมักจะกังวลในทุกเรื่อง แม้มันจะไม่ได้สำคัญกับชีวิตเลย เช่น กังวลว่าแบตโทรศัพท์มือถือจะหมด ทั้งที่มีแบตเหลืออยู่ถึง 53% ทำไมคุณถึงไม่ได้รับเชิญไปร่วมงาน และมักจะเสียเวลาในการคาดเดาล่วงหน้ากับเรื่องไร้สาระ จนกลายเป็นความไม่มั่นใจ

6. คุณสงสัยตัวเองตลอดเวลา

คำถามของคนประเภทนี้มักจะเกี่ยวกับชีวิตที่เป็นอยู่และอัตลักษณ์ของตัวเอง เช่น “ทำไมฉันถึงทำแบบนี้?” และเป็นคำถามที่ไร้สาระอีกด้วย

7. ถ้าคุณต้องยกเลิกแผน คุณก็กลัวว่าทุกคนจะเกลียดคุณ

เมื่อต้องไปเที่ยวกับเพื่อน แต่คุณมีเหตุจำเป็นที่ต้องเทเพื่อน คุณจะรู้สึกอึดอัดใจอย่างมากที่ต้องปฎิเสธ แม้ว่าคุณจะมีเหตุผลก็ตาม นั่นเป็นเพราะคุณแคร์คนอื่นมากๆ

ความวิตกกังวลของผู้หญิง

8. เมื่อความวิตกกังวลของคุณถึงจุดสุดขีดแล้ว คุณก็อยากจะ Shut down ตัวเองไปเลย

ความกระวนกระวาย ความเศร้าโศก ความโกรธ ความรู้สึกผิด ความละอายใจ หรือแม้แต่อาการที่เกิดขึ้นทางร่างกาย เช่น ความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด เหล่านี้ล้วนเป็นตัวเร่งให้ความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น จนทำให้คุณมองไม่เห็นทางออกของปัญหา ดังนั้นอย่าพยายามต่อสู้หรือฝืนที่จะเก็บมันมาคิด เพราะเมื่อคุณพยายามกดมันไว้ ที่สุดแล้วมันก็จะกระเด้งกลับมาแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม

9. คุณมีอาการวิตกกังวลที่คุณไม่เคยสังเกต

บ่อยครั้งคุณอาจจะเคยตั้งคำถาม “ถ้าหาก…” ซึ่งมันอาจเป็นคำถามที่ดีและดูเหมือนเป็นการไม่ประมาท แต่ในขณะเดียวกันนั่นก็เป็นสิ่งแสดงถึงว่าคุณกังวลกับเหตุการณ์เหล่านั้นมากจนไม่รู้ตัว

10. เมื่อมีคนจำนวนมากกำลังพยายามสื่อสารกับคุณในคราวเดียวกัน คุณรู้สึกว่าเหมือนสมองกำลังจะระเบิด

คุณจะรู้สึกกังวลและรู้สึกเครียดที่จะต้องคอยแยกประสาทฟัง หรือหาคำตอบให้กับพวกคนเหล่านั้นพร้อมๆ กัน

11. เมื่อไหร่ที่ไม่มีใครส่งข้อความกลับมา คุณจะคิดว่าพวกเขาเกลียดคุณ

คุณจะรู้สึกอึดอัด กังวลไม่สบายใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเมื่อส่งไลน์ไปหา ทักแชทเฟซบุ๊กไปหา แล้วเขาอ่านแต่ไม่ตอบ จนรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น ซึ่งความจริงแล้วเพื่อนก็อาจจะแค่ไม่ว่าง หรือไม่ชอบตอบแชทแต่ชอบโทรคุยมากกว่า ดังนั้นอย่าเสียเวลาไปคิดด้านลบเลยค่ะ

12. คุณรู้สึกกระวนกระวายใจ รู้สึกกลัวจนอยากจะร้องไห้

เมื่อมีเรื่องยุ่งยากที่เป็นปัญหาเกิดขึ้น คนทั่วไปมักวิตกกังวล ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาไร้ประสิทธิภาพ ฉะนั้นอย่าเอาแต่กังวล นั่งจมกองทุกข์ แต่ต้องระลึกเสมอว่า ทุกปัญหามีทางแก้ และควรคิดหาหนทางแก้ไขปัญหาจะดีกว่า

13. คุณรู้สึกกระวนกระวายใจจนรู้สึกปั่นป่วนในท้อง

การใช้เวลาหมกมุ่น เฝ้ากังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคต ทำให้เหลือเวลาน้อยลงกับความสุขที่เกิดขึ้น ทั้งยังส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตอีกด้วย ดังนั้นคุณจึงควรเดินหน้าและรับมือกับสิ่งต่างๆ เหล่านั้น และเชื่อมั่นใจตัวเองว่าสามารถทำสิ่งเหล่านั้นให้ประสบผลสำเร็จได้

14. คุณจะไม่สบายใจ ถ้าไม่มีการวางแผนไว้ก่อนในชีวิตของคุณ

พยายามทำใจร่มๆ อย่าคิดล่วงหน้าไปก่อน อย่าจดจ่ออยู่กับเรื่องที่เป็นกังวล ขอให้โฟกัสในสิ่งที่กำลังทำอยู่ในเวลานั้น ซึ่งจะทำให้ลืมความวิตกกังวลไปได้บ้าง และจงท่องไว้ให้ขึ้นใจว่า “อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ทุกอย่างก็มีทางให้แกไขเสมอ”

ถ้าสาวๆ กำลังสงสัยว่าตัวเองตกอยู่ในสภาะที่เครียด หรือวิตกกังวลเกินเหตุรึเปล่า ก็ลองเช็กจากอาการเหล่านี้ดูนะคะ แล้วค่อยๆ หาวิธีแก้ปัญหา เช่น แบ่งเวลาจัดการกับเรื่องที่กังวล และพาตัวเองออกจากสถานการณ์นั้น แล้วโฟกัสในสิ่งที่กำลังทำอยู่ในเวลานั้น เช่น ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ ทำสวน ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ลืมความวิตกกังวลไปได้บ้าง และมีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้นนะคะ

ที่มา  www.goodhousekeeping.com