วิจัยเผย 2 สิ่ง นี้แหละ คือข้อแตกต่างระหว่าง เพื่อน VS เพื่อนที่ดีที่สุด

Home / ผู้หญิงต้องรู้ / วิจัยเผย 2 สิ่ง นี้แหละ คือข้อแตกต่างระหว่าง เพื่อน VS เพื่อนที่ดีที่สุด
ข้อแตกต่างของเพื่อน ความสัมพันธ์ เพื่อน เพื่อนที่ดีที่สุด

เราทุกคนล้วนมีเพื่อนกันอยู่แล้ว ส่วนจะมีเพื่อนมากหรือน้อยนั้นก็แล้วแต่คน แต่เรื่องปริมาณนั้นอาจจะไม่สำคัญเท่าคุณภาพ แต่ยิ่งไปกว่านั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนคือเพื่อนแท้ หรือว่าเป็นแค่เพื่อนกิน ลองมาอ่าน ข้อแตกต่างของเพื่อน แล้วเช็กกันหน่อยไหมว่า คนข้างตัวคุณเป็นเพื่อนแบบไหนกันแน่?

เพื่อนแบบไหน ไม่น่าคบ.. ไม่น่าทำกันแบบนี้!

ซึ่งงานวิจัยใหม่ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารความสัมพันธ์ทางสังคมและส่วนบุคคล(Journal of Social and Personal Relationships) นำโดย เจฟฟรีย์ เอ ฮอลล์ ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารแห่งมหาวิทยาลัยแคนซัส ฮอลล์ ได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนในโรงเรียน และการสร้างความสัมพันธ์เพื่อน พบว่า คุณต้องใช้เวลาประมาณ 50 ชั่วโมงในการพัฒนาความสัมพันธ์กับคนรู้จักให้กลายเป็นเพื่อน 90 ชั่วโมงสำหรับมิตร และมากกว่า 200 ชั่วโมงสำหรับเพื่อนที่ดีที่สุดหรือเพื่อนยาก

ซึ่งการวิจัยของ ฮอลล์ ได้ทำการศึกษา 2 ครั้ง : หนึ่งครั้งกับผู้ใหญ่ 355 คนที่เพิ่งย้ายไปอยู่ที่ใหม่ และสองนักเรียนที่เข้าไปเรียนในวิทยาลัยในปีแรก

ในการศึกษาครั้งแรก ฮอลล์ได้ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมคิดถึงเพื่อนใหม่ที่พวกเขาพบใหม่ตั้งแต่ย้ายเข้ามา โดยผู้เข้าร่วมประชุม อธิบายว่า เมื่อพวกเขาใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากแค่ไหน พวกเขาก็สนิทกับคนเหล่านั้นมากขึ้น และจากคนรู้จักก็เป็นเพื่อนสนิทมากขึ้น

ข้อแตกต่างของเพื่อน

ในการศึกษาครั้งที่สอง ฮอลล์ให้ผู้เข้าร่วมประชุมอธิบายถึงเพื่อนใหม่สองคน และตามด้วยเหล่าเพื่อนนักเรียนที่ได้ทำความรู้จักใน 9 สัปดาห์แรกของปีการศึกษา โดยในแต่ละจุดเขาจะเผยถึงว่าพวกเขาใช้เวลากับคนรู้จักมากแค่ไหนและสามารถบอกได้ว่าเพื่อนของพวกเขาเป็นอย่างไร

ซึ่งผลการวิจัยนี้ แสดงให้เห็นว่าเมื่อผู้คนใช้เวลาอยู่ใกล้กันมากขึ้น ความสนิทสนมที่พวกเขามีให้กัน มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีพื้นที่ทางกายภาพเดียวกันแต่เป็นเรื่องของการเข้ากันได้มากกว่า

ในความเป็นจริงฮอลล์ พบว่า การใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อนในที่ทำงานหรือที่โรงเรียนนานๆ ความใกล้และมิตรภาพจะลดลง ในทางตรงกันข้าม “การแฮงค์เอ้าท์” ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การดูทีวี เล่นเกม หรือไปเที่ยวด้วยกัน มิตรภาพเหล่านี้จะทำให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตด้วยว่า เนื้อหาของบทสนทนาของคนอื่นๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน คนที่มีส่วนร่วมในการพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ จะใกล้ชิดกันน้อย ในขณะที่คนพูดคุยในเรื่องตลก เรื่องมีสาระ และเรื่องราวน่าประทับใจต่างๆ รวมถึงการเปิดเผยตัวตนในช่วงเริ่มต้นของมิตรภาพก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของเพื่อนให้สนิทสนมกันและแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย

ส่วนคนที่มีบุคลิกเป็นมิตร เข้าถึงง่าย เปิดใจ และรอบคอบ จะมีเคมีมิตรภาพ ที่พร้อมที่จะเป็นเพื่อนกับคนอื่นได้ดีกว่า หรือเรียกได้ว่าต่อติดกับคนอื่นๆ ได้ง่าย

ในท้ายที่สุดการวิจัยนี้ยังชี้ให้เห็นว่า การหาเพื่อนหมายถึงการลงทุนอย่างมากในเรื่องเวลาและพลังงาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเราส่วนใหญ่มีเพื่อนสนิทนับนิ้วได้

แต่อย่างไรก็ดีเราก็คิดว่า การลงทุนสร้างมิตรสหายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะจะทำให้คนเรามีความสุขมากที่สุด ไม่ต้องมีมากแต่ขอเน้นคุณภาพก็พอ ^^

ที่มา  www.businessinsider.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา