ความคิดบวก คิดบวก เทคนิคคิดบวก

3 วิธีเพิ่มพลังสมองสร้างความคิดบวก ลดความเครียด ทำง่าย…ได้ผลจริง!

Home / ผู้หญิงต้องรู้ / 3 วิธีเพิ่มพลังสมองสร้างความคิดบวก ลดความเครียด ทำง่าย…ได้ผลจริง!

สมองของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขตามที่เราปราถนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างมาเพื่อให้เราได้มีอาวุธไว้ใช้เพื่อเอาตัวรอดเป็นอันดับแรก ในสมองจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับความกลัว มากกว่าส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้รางวัลและสมองก็สนใจเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี จึงลดทอนการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข (Dopamine, Serotonin และ Oxytocin) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันทำงานที่เต็มไปด้วยความเครียด ซึ่งส่งผลให้เมื่อถึงวันหยุดเราจะรู้สึกมีความสุขมากๆ ที่ความเครียดจากทำงานจะจบลงเสียที ถ้าหากคุณยิ่งคิดแง่ลบกับตัวเองมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งที่ทำให้คิดหมกมุ่นอยู่อย่างนั้น จนยากที่จะเปลี่ยนไปคิดในแง่ที่ดีกว่า และจะยิ่งทำให้มีความวิตกกังวลมากขึ้น จนเกิดเป็นวงจรความคิดที่ซ้ำไปซ้ำมา เครียดอยู่อย่างนั้น

และเพื่อไม่ให้เรากลายเป็นคนคิดลบหรือมองโลกในแง่ร้ายเกินไป ศาสตราจารย์ Loretta Breuning ผู้ก่อตั้ง The Inner Mammal Institute และเป็นอาจารย์ด้านการจัดการที่มหาวิทยาลัย California State University ประจำมหาวิทยาลัย ได้แนะนำวิธีเพิ่มพลังสมอง ฝึกคิดบวก สร้างพลังให้ตัวเองดังนี้

คลิป > คิดบวกกับตัวเอง ด้วยจดหมายหนึ่งฉบับ | จีนา จีนาฟู | ใจบันดาลแรง

3 วิธีสร้างพลังสมอง ฝึกคิดบวก

1. สร้างวงจรมองโลกแง่บวก

การปฎิเสธสิ่งต่างๆ จะครอบงำความคิดบวกของคุณโดยอัตโนมัติ ดังนั้นพยายามสร้างจุดเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลกับความคิด เช่น ลองหาข้อดี 3 ข้อ ของสิ่งต่างๆ ที่คุณมองเห็นภายใน 1 นาที และทำเช่นนี้ติดกัน 45 วัน จะช่วยให้คุณฝึกฝนทัศนคติเชิงบวก ตลอดจนสามารถเก็บข้อมูลและดึงข้อมูลมาใช้ได้อย่างประสิทธิภาพ

2. เลี่ยงการปฎิเสธ

เมื่อคุณปรับและสร้างวงจรความคิดบวกได้แล้ว คุณจะเข้าใจในการเป็นไปในเรื่องต่างๆ มากขึ้น ยอมรับการถูกปฎิเสธมากกว่าความคาดหวังที่สมจริง เช่น เราคาดหวังว่าเจ้านายจะเลื่อนตำแหน่งงานให้ แต่สรุปว่าไม่ใช่ สมองเราก็จะพยายามหาสาเหตุว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เลื่อนตำแหน่ง และเมื่อรู้ผลว่าไม่ได้ เราก็จะไม่แปลกใจ และกิจกรรมที่เกิดขึ้นในสมองก็จะไม่เพิ่มขึ้น เราจะไม่คิดมาก

3. ฮอร์โมนแห่งความเครียดเพิ่มสูงขึ้น

คงไม่มีใครอยากมีฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) มาก ๆ แน่ เพราะนี่เป็นฮอร์โมนที่จะถูกปล่อยออกมาเมื่อเรามีความเครียดและเป็นภัยคุกคามต่อการมีชีวิต ดังนั้นเมื่อคุณรู้สึกว่าคุณเครียดมากเกินไปต้องมองหาวิธีผ่อนคลายความเครียด และทำจิตใจให้แจ่มใส ด้วยการทำกิจกรรมนันทนาการ ทำงานอดิเรกที่ชอบ ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงนั้น บอกตัวเองไว้ว่า “มันไม่เป็นไร…เริ่มใหม่สิ” พร้อมปรับความคาดหวังของคุณให้ลดลงและเดินก้าวต่อไป อย่ารอให้ใครมากระตุ้นคุณ แต่จงกระตุ้นความสุขด้วยตัวของคุณเอง

จำไว้ว่าเราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ของเราได้ตลอดเวลา หากแต่สามารถควบคุมความคิด ของตัวเองได้ การรักษาทัศนคติเชิงบวกเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น จงเชื่อมั่นในสิ่งที่เหมาะกับคุณมากที่สุดนะคะ

ที่มา  www.forbes.com