…………กระแสความนิยมเรื่อง ความขาว ยังคงมีอิทธิพลในหมู่วัยรุ่นทั้งหญิงและชาย ด้วยความต้องการเลียนแบบอย่างดาราญี่ปุ่น เกาหลี ที่ตอกย้ำความสวยงามในแบบฉบับขาวใสไร้ที่ติ ท่ามกลางกระแสความพยายามเปลี่ยนแปลงจากต้นทุนทางพันธุกรรมของตนแบบฉุดไม่อยู่
จากความเชื่อที่ว่า ขาวใส ดูดี มีชัยไปกว่าครึ่ง น่าจะเป็นคำพูดที่ฟังดูแล้วเข้ากับสถานการณ์ในขณะนี้มากที่สุด เพราะผู้หญิงหลายคนถึงขนาดยอมลงทุนลบรอยปมด้อยของตน เพื่อสร้างความปรารถนาใหม่ด้วยการเข้าคลินิกฉีดสาร กลูตาไธโอน (Glutathione) เพื่อเพิ่มความขาวให้ผิวดูเปล่งปลั่งสวยเด้งขึ้นจนผิดหูผิดตา จึงทำให้สถานเสริมความงามหลายแห่งนำสารนี้มาโฆษณาชวนเชื่อ ให้เกิดความ เข้าใจผิดว่า เมื่อสารนี้เข้าสู่ร่างกายแล้วผิวจะขาวขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่ทางแพทยสภายืนยันเมื่อปลายปี พ.ศ.2550 ว่า การใช้สาร กลูตาไธโอน (Glutathione) ไม่เคยได้รับอนุญาตจาก อย. จึงถือว่าเป็นการกระทำผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม นอกจากนี้การใช้ยาฉีดเข้าเส้นเลือดเพื่อให้ผิวขาวยังไม่ได้รับการรับรองเป็น มาตรฐานในการรักษาแต่อย่างใด และยังไม่เคยมีการศึกษาถึงผลกระทบในระยะยาว ขณะเดียวกันหากร่างกายได้รับสารชนิดนี้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
ผลข้างเคียงที่น่ากลัว คือการฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำ มีโอกาสที่จะแพ้ได้ ทั้งการแพ้สาร กลูต้าไธโอน เอง หรืออาจจะแพ้ สารฆ่าเชื้อ หรือ สารกันเสีย หรือ สารปนเปื้อน ขณะนี้มีรายงานในต่างประเทศว่าผู้ที่ได้รับการฉีด กลูต้าไธโอน ขนาดสูงที่ใช้กันอยู่มีอาการช็อค ความดันต่ำ หายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงขอเตือนผู้บริโภคที่รักความสวยความงาม และ กำลังคิดที่จะฉีด กลูตาไธโอน ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและที่สำคัญควรพิจารณาถึงผลข้างเคียงที่ตามมาเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง
ที่มาจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค