ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความสวยเป็นของคู่กับผู้หญิงอย่างเราๆ หากเราต้องการที่จะมีผิวหน้าที่ดูสวยใส เราเองก็ต้องหมั่นดูแลและรักษาความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ วันนี้เรามี เคล็ด(ไม่)ลับ 9 วิธีมาฝากสาวๆ กันด้วยล่ะ มีวิธีอะไรบ้าง สาวๆ ตามมาเช็กกันได้เลย
สมัยนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนใครๆ ต่างก็เล่นโทรศัพท์มือถือกันทั้งนั้น แต่ใครจะสังเกตกันบ้างล่ะว่า มือที่เราใช้จับโทรศัพท์นั้นได้ไปสัมผัสกับสิ่งสกปรกอะไรมาบ้าง ดังนั้นเราควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดโทรศัพท์ของเรา เพื่อป้องกันการเกิดสิวหรือรอยแดงหลังจากที่เราคุยโทรศัพท์เสร็จ
แปรงแต่งหน้าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงอย่างเราๆ ต้องใช้ประจำทุกวัน เราจึงควรทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าด้วยสบู่อ่อนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าของเราเป็นสิวได้ง่ายๆ
ไม่ควรลดอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ซึ่งจะทำให้ผิวเราเหี่ยวย่น แห้ง ไม่ชุ่มชื่นได้ เราควรทานอาหารที่ให้ทั้งคุณประโยชน์และวิตามินอย่างสมดุลกัน
การสครับหรือขัดผิวหน้าบ่อยๆ จะทำให้ผิวหน้าของเรานั้นอักเสบ แห้ง และเป็นสิวได้ เราอาจจะหันมาบำรุงด้วยการทาครีมหรือออยแทน แล้วสครับหน้าเพียง 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
การทาครีมบำรุงก่อนลงสระว่ายน้ำ จะช่วยป้องกันสารคลอรีนในสระว่ายน้ำ ที่จะมาทำลายความชุ่มชื่นในผิวเรา และหลังขึ้นจากสระแล้ว ก็ควรล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวหน้าเพื่อเป็นการบำรุงและรักษาให้ผิวหน้าของเรายังสวยใสอยู่ตลอดเวลา
เมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้วควรอาบน้ำทันที เพื่อชำระล้างเหงื่อที่เกิดจากการออกกำลังกาย อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดสิวตามมาได้ในภายหลัง
เราควรดูแลและใส่ใจเป็นพิเศษ เมื่อหน้าของเรามีสิว รอยแดง หรือเกิดการระคายเคืองจากเครื่องสำอางที่เราใช้ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่กำลังบอกกับสาวๆ ว่าผิวหน้าของคุณกำลังเผชิญกับปัญหาซะแล้วล่ะ
การอาบน้ำในอุณหภูมิที่สูงเกินไป ความร้อนนั้นจะไปทำลายชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื่น แห้ง และเกิดรอยเหี่ยวย่นได้ในที่สุด
น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายของเรา ในวันๆ หนึ่งเราควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่ดื่มน้ำน้อยหรือลืมดื่มน้ำ มีวิธีแก้ง่ายๆ โดยการนำเอาขวดน้ำมาวางไว้บนมือถือ เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องการเช็กข้อความ ก็ให้หยิบน้ำขึ้นมาดื่มก่อน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราไม่ลืมดื่มน้ำอีกต่อไปแล้ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล www.bright.me.com