กระบวนการที่สำคัญหลายอย่างในร่างกายของเราถูกควบคุมโดยฮอร์โมนต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เทสโทสเตอโรน, โดพามีน, เอ็นดอร์ฟิน, เซโรโทนิน, เอสโตรเจน, โปรเจสเตอโรน, คอร์ติซอล และอีพีเนฟรีน (อะดรีนาลิน) ดังนั้นเมื่อการผลิตฮอร์โมนมีการผันแปร และเกิดการไม่สมดุลย่อมมีผลต่ออารมณ์ พฤติกรรม ความสุขและรูปร่างหน้าตาของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรามาดูกันดีกว่าว่า เมื่อเกิดความผิดปกติ หรือ ฮอร์โมนไม่สมดุล จะส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกายเราได้บ้าง…
หมอเจี๊ยบคนเก่ง ฝากเคล็ดลับการดูแลตัวเองสำหรับสาวๆ Working Women
สิวและสิวหัวดำอาจปรากฏขึ้นหากรูขุมขนของคุณถูกบล็อก แพทย์บางคน อ้างว่า การเกิดสิวฉับพลันมักจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างฉับพลันในร่างกาย ตัวอย่างเช่น ระดับแอนโดรเจนที่ต่ำมากทำให้เกิดสิวทั่วร่างกาย สิ่งเหล่านี้มักจะสังเกตเห็นได้ในช่วงวัยรุ่น
นักวิทยาต่อมไร้ท่อ อธิบายว่า การที่คุณมักมีอาการปวดหัว (ยกเว้นความเครียดและความเหนื่อยล้า) อาจมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่ผลิตในรังไข่และควบคุมกระบวนการเผาผลาญทั้งหมด ทั้งในสมองและไขสันหลัง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ถ้าคุณมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากหรือน้อยเกินไป ก็ทำให้ปวดไมเกรนหรืออารมณ์ไม่ดีได้
การนอนไม่หลับเป็นสัญญาณที่อันตรายมาก เพราะมันกำลังบอกว่าร่างกายของคุณมีระดับฮอร์โมนต่ำ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน มักทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ส่วนใหญ่พบมากในผู้หญิงที่เพิ่งคลอดลูก นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้หญิงบางคนอาจมีปัญหาในการนอนในช่วงเวลานี้
การที่คุณมีเหงื่อออกและมีไข้ฉับพลันเป็นสัญญาณที่พบได้บ่อยที่สุด เนื่องจากมีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนควบคุมอุณหภูมิในร่างกายของคุณมีความไม่สมดุล ส่วนใหญ่อาการนี้เป็นปกติหลังจากวัยหมดประจำเดือน เมื่อระดับฮอร์โมนไม่แน่นอนมาก
หากคุณรู้สึกเมื่อยล้าตลอดเวลาแสดงถึงสัญญาณของฮอร์โมนในร่างกายที่ไม่สมดุล แพทย์จากแมรีแลนด์ เผยว่า อาการอ่อนเพลียเรื้อรังเกิดจากปัญหาการผลิตของฮอร์โมนไทรอยด์
หากคุณมีความไม่สมดุลของฮอร์โมนร่างกายนั่น อาจทำให้คุณมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้ โดยที่ไม่เกี่ยวกับอาหารที่รับประทานเข้าไปเลย เพราะการขาดแคลนฮอร์โมน หรือผลิตมากไป จะทำให้ร่างกายสามารถเก็บไขมัน และทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลงได้
ปัญหาผมร่วงมักเกิดจากปัญหาของฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนอินซูลิน หรือฮอร์โมนเพศชาย และเมื่อผู้หญิงมีระดับฮอร์โมนเพศชายสูง ปัญหาที่ตามมาคือ ทำให้รูขุมขนถูกทำลายและทำให้เกิดผมร่วงตามมาได้
หลายคนมักตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารเพียงเพราะรู้สึกกังกลเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง โดยการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเทกซัส ระบุว่าระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับสูงมีผลต่อจุลชีพของลำไส้ และจากการศึกษาอื่นๆ พบว่าฮอร์โมนในรังไข่สูง อาจทำให้เกิดอาการชักและปวดเมื่อยในกระเพาะอาหาร
ร่างกายของเราสังเคราะห์ฮอร์โมนที่มีความรับผิดชอบต่อความกระหายและความหิวของเรา ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเหล่านี้นำไปสู่การควบคุมความหิวโหย ทั้งนี้ แพทย์พบว่ามีฮอร์โมน Leptin และ Ghrelin Leptin เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว ทำหน้าที่ลดความหิว เมื่อเรากินอะไรบางอย่าง ส่วน Ghrelin ทำสิ่งที่ตรงกัน
อาการหลงลืมและการโฟกัสที่ต่ำ เกิดจากปัจจัยที่ไม่สมดุลของฮอร์โมนคอร์ติซอล และเอสโตเจน การศึกษาแสดงให้เห็นว่าระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ อาจทำให้เกิดอาการหลงลืมและขาดการโฟกัสได้
การเปลี่ยนแปลงของขนาดหน้าอก เป็นสัญญาณที่ร้ายแรงที่สุดของปัญหาร่างกาย ซึ่งหากระดับฮอร์โมนเอสโตเจนลดลงอย่างฉับพลัน จะส่งผลต่อความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว จึงทำให้ขนาดหน้าอกมีความเปลี่ยนแปลง
ที่มา brightside.me