แต้ว ณฐพร

“มันน่าทึ่งนะ…ที่เครื่องยนต์ตัวนึงมีส่วนประกอบเคลื่อนที่แค่เพียง 3 ชิ้น คือ โรเตอร์ 2 ตัว แล้วก็เพลาส่งกำลังอีกเส้นนึง เรียกแรงม้าได้ถึง 231 ตัวแน่ะ…ถือเป็นนวัตกรรมอันล้ำหน้าแห่งเทคโนโลยีโรตารี่ รหัส “RENESIS” ที่สถิตใน MAZDA RX-8″

ROTARY เครื่องยนต์เอกลักษณ์เฉพาะตัวของค่าย MAZDA โดยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ COSMO SPORT จนถึง RX-8 ปัจจุบัน และถือว่าประสบความสำเร็จมากในเครื่องยนต์ RENESIS ด้วยการกวาดรางวัลจากงาน “ENGINE EXPO 2003” จากเมืองเบียร์ถึง 3 รางวัล คือ 1. เครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2003 2. เครื่องยนต์รุ่นใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี 2003 3. เครื่องยนต์ยอดเยี่ยมประเภท 2,500-3,000 ซี.ซี.

      ทีนี้ก็ถึงคิวชำแหละ RX-8 สีแดง เวโลซิตี้ ไมก้า ทั้ง 2 คันนี้แล้วล่ะ มองผิวเผินเหมือน “แฝด” แต่ล้วงลึกเข้าจริง มันมีอะไรที่น่าสนใจหลายจุดเชียว ผมขอเริ่มจากคันที่ “ผูกโบ” ก่อนนะ


 

 

RENESIS ที่โรงงานตั้งใจให้เป็นเครื่องยนต์ไม่มีระบบอัดอากาศ (NA) ถูกปฏิวัติ..!! ล้มล้างระบบ NA จับผูกโบเหมือน ROTARY รุ่นก่อน ๆ ที่เคยมีมา โดยติดตั้งชุด “GReddy TURBO KIT” ประกอบด้วย กรองอากาศ (AIRINX), โบล์วออฟวาล์ว, ถังดักไอน้ำมันเครื่อง และอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดมหึมา

     เพิ่มความสวยงามให้กับห้องเครื่องด้วยสายแวคคั่มประสิทธิภาพสูง นอกจากสวยงามแล้ว ยังใช้งานได้จริงอีกด้วย ฝาหม้อน้ำถูกเปลี่ยนใหม่เป็นของ MAZDA SPEED 1.3 Bar ช่วยให้น้ำในหม้อเดือดช้าลง ซึ่งปกติน้ำจะเดือดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ที่แรงดันบรรยากาศ 1 Bar ถ้าแรงดันบรรยากาศสูงขึ้น อุณหภูมิน้ำที่เดือดก็จะสูงขึ้นตาม ทำให้น้ำเดือดช้าลง ซึ่งถ้าเราปล่อยให้น้ำเดือด สถานะที่เคยเป็นของเหลวจะเปลี่ยนเป็นไอทันที ซึ่งไอน้ำมันระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่าของเหลว อย่างนี้ฮีต..ชัวร์ ในส่วนควบคุมยังไม่นอกใจ เลือกใช้ “GReddy E-MANAGE ULTIMATE” เป็นตัวสั่งปฏิการทั้งหมด

 

แอโรพาร์ทรอบคันของคันนี้ลงตัวที่ “INGS+1” ชุด “N-SPEC” ซึ่งถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้หลงใหลสปอร์ตญี่ปุ่น แบรนด์นี้คงติด 1 ใน 3 แบรนด์ ในใจในการเลือกมาให้คู่ควรกับรถคุณ เจ้าชุด “N-SPEC” สำหรับ RX-8 คันนี้ ประกอบด้วยกันทั้งหมด 3 ชิ้น คือ กันชนหน้า (F-BUMPER), สเกิร์ตข้าง (SIDE STEP), ครีบกันชนหลัง (R-MUDGUARD) ซึ่งถ้าจัดตามแค็ตตาล็อกก็จะมี หางถาด (REAR TRUNK SPOILER) อีกชิ้น ซึ่งมันก็แล้วแต่ความชอบ แต่เจ้าของคันนี้ชอบของ MAZDA SPEED มากกว่า

ภายในสปอร์ตที่ถูกออกแบบมาจากโรงงานอย่างลงตัว จึงไม่ปรับเปลี่ยนให้เสียดายของ เพียงแต่ว่าเพิ่มเติมส่วนที่ขาดบางอย่างให้สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะพวกมิเตอร์ต่าง ๆ เล่นกันแบบยกเซ็ต DEFI เนื่องจากประวิงอาการที่ไม่คาดหวังของเครื่องยนต์ที่ปรับแต่งชุดเทอร์โบคิตเข้าไป จึงต้องควบคุมกันอย่างเข้มงวด โดยเริ่มจาก Boost, Ex.t, Wa.t, Oil.t, Oil.p, Fuel.p และพ่วง Timer ของ GReddy สำหรับคูลดาวน์ก่อนดับเครื่อง

สำหรับ RX-8 แล้วนั้น ทุกชิ้นส่วนที่ประกอบขึ้นมาเป็นระบบช่วงล่างนั้น จะใช้วัสดุอะลูมิเนียมทั้งหมด เพื่อเป็นการลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด โดยระบบช่วงล่างหน้าเป็นแบบยึดห้าจุด ได้รับการออกแบบให้สามารถกดล้อให้ตั้งอยู่บนพื้นถนนได้ตลอดเวลา ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความง่ายในการบังคับควบคุมของรถ คอยล์สปริงได้รับการติดตั้งอยู่ต่ำกว่าพื้น และด้วย Damper rod ก็ช่วยให้ตัวรถโดยรวมสามารถที่จะรับแรงบิดได้มากขึ้น โช้คอัพของด้านหลังจะมีจุดยึดทั้งด้านบนและด้านล่าง ซึ่งเป็นการยึดติดกับโครงอะลูมิเนียมที่ขึ้นรูปด้วยความร้อน ซึ่งช่วยในการลดอาการโยนตัวของรถ และทำให้รถทรงตัวได้อย่างมั่นคงที่สุด

ที่ระบบช่วงล่างด้านหลังยังได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยในการควบคุมมุมแคมเบอร์ของล้อหลังด้วย ซึ่งจะมีประโยชน์ในเรื่องของการทรงตัวเวลาเข้าโค้ง เพราะว่าการที่ล้อหลังสามารถให้ตัวได้สักนิดเวลาเข้าโค้งนั้น จะช่วยในเรื่องของการทรงตัวในโค้งได้เป็นอย่างดี ส่วนโช้คอัพแก๊สแบบ 2 ห้องของเดิม ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นของ TEIN ทั้งหน้า-หลัง พร้อมทั้งติดตั้งระบบ EDFC ที่สามารถปรับโช้คจากในห้องโดยสารเพิ่มเติมมาอีกชุด เพื่อความสะดวกสบายในการปรับตั้ง

     แม็กเดิมติดรถขนาด 18 x 8 นิ้ว เปลี่ยนใหม่ใหญ่กว่าเดิม เป็นของ VOLK RACING รุ่น SHALL II ขนาด 19 x 8.5 นิ้ว ในด้านหน้า และด้านหลังขนาด 19 x 9.5 นิ้ว พร้อมยางดันลอปขนาด 235/35/19 และหลังเป็น 265/30/19 ในเรื่องของระบบความปลอดภัย มั่นใจใน ENDLESS ทั้งชุด โดยด้านหน้าเป็นคาลิเปอร์ขนาด 6 pot และหลัง 4 pot เพียงเท่านี้ก็ปราบพยศม้าศึกได้อยู่หมัดแล้วล่ะ

     ถัดมาอีกคันเป็นแฝดคันละฝาที่ตกแต่งในสไตล์เดียวกัน โดยเน้นความสวยงามมาเป็นอันดับแรก ส่วนตัวเครื่องไม่แตะต้องเหมือนคันแรก ซึ่งถ้ามองผิวเผินแทบจะแยกไม่ออก (ไม่นับแม็กนะ) แต่ลึกลงในรายละเอียดจะเห็นถึงความแตกต่างทันทีเลย …

ภายในการดีไซน์ออกจากโรงงานค่อนให้ลุคสปอร์ตเต็มอารมณ์ ด้วยโทนดำ-แดง อันที่จริงแล้ว ภายในโทนนี้ผลิตมาสำหรับรถ 4 สีคือ SUNLIGHT SILVER METALLIC, VELOCITY RED MC, TITANIUM GRAY II METALLIC และ BRILLIANT BLACK CLE และยังมีอีก 3 สีคือ WINNING BLUE METALLIC, NORDIC GREEN MC และ LIGHTNING YELLOW ที่ภายในจะเป็นสีดำ ส่วนอุปกรณ์เพิ่มเติมจะเน้นไปทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่ โดยมีชุด TIMER ของ PIVOT และ PIVOT SUPER TEMP CONTROLLER สำหรับควบคุม Wa.t, Oil.t และ Fan

เครื่องยนต์ยังไม่ปรับเปลี่ยนอะไร เนื่องจากว่าเครื่องรหัส RENESIS หรือที่ย่อมาจากคำว่า RE’S GENESIS (RE=ROTARY ENGINE) ซึ่งหมายถึง “เครื่องโรตารี่สำหรับสหัสวรรษใหม่” ที่ไม่ต้องการระบบอัดอากาศมาช่วย แต่สามารถให้กำลังสูงและมลพิษต่ำลง ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดกว่าเครื่อง RX-7 (13 B) เป็นเพราะว่าไม่มีระบบอัดอากาศ (TURBO CHARGER) จึงทำให้ความสูงของเครื่องยนต์ลดลงเหลือเพียง 338 มม. ทำให้มีขนาดเท่ากับชุดเกียร์ สามารถวางตำแหน่งเครื่องถอยหลังเข้าไปได้อีก 60 มม. และต่ำลงกว่าเดิมถึง 40 มม. เป็นผลให้ RX-8 มีการกระจายน้ำหนัก หน้า-หลังอย่างสมบูรณ์ ที่อัตราส่วน 50 : 50 พอดี ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า FRONT MIDSHIP ENGINE ทำให้มี “แรงเฉื่อยในการหันเหต่ำ” และช่วยลดแรงเฉื่อยลง 5% เมื่อเทียบกับ RX-7 ทำให้ RX-8 มีความคล่องแคล่ว และให้การบังคับควบคุมเยี่ยม แม้ขณะใช้ความเร็วสูง ส่วนของแต่งเพิ่มนั้นคงเปลี่ยนแต่กรองอากาศอย่างเดียว แต่เป็นของซิ่งแบรนด์ไหน ผมไม่สันทัดจริงๆ…บอกไปเดี๋ยวจะหาว่ามั่ว!! เซียน RX-8 น่าจะรู้…

คันนี้ถูกปรับแต่งช่วงล่างสูตรเดียวกับคันแรก โดยใช้ TEIN ทั้งหน้า-หลัง พร้อมทั้งติดตั้งระบบ EDFC เหมือนกันอีกต่างหาก แม็กคู่ใจต้องมีอะไรที่แตกต่างกันหน่อย โดยเลือกใช้แบรนด์เดียวกัน แตกต่างกันที่รุ่น ส่วนรุ่นนี้เป็น VOLK RACING GT-C ขนาด 19 นิ้ว ที่ควบคู่กับยาง DUNLOP SP SPORT 9000 ขนาด 235/35/19 และ 265/30/19

      ก็จบกับความสวยงามตามแบบฉบับ RX-8 พาหนะคู่ใจเหล่า SUPER HERO ในภาพยนตร์เรื่อง X-MEN 2 ที่ออกมาฉายเมื่อหลายปีก่อน

ที่มา grandprixgroup.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Copyright © 2016 MThai.com All rights reserved. หมายเลขทะเบียนการค้าอิเล็กทรอนิกส์ : 0127114707040