ในวันนี้ที่เรามองเห็นชีวิตผู้คนรอบตัวที่อยู่ตรงหน้า ใครจะไปเชื่อว่า เด็กผู้หญิงเฮี้ยวๆ คนหนึ่ง ที่แทบจะสร้างวีรกรรมในรั้วโรงเรียนได้แบบสุดๆ เที่ยวผับ หนีเรียน ฯลฯ เรียนจบมาก็เริ่มต้นทำงานหาเลี้ยงตัวเองในเมืองกรุง ด้วยเงินเดือนเพียง 7,000 บาท แถมติดหนี้บัตรเครดิตเป็นแสน ในวันหนึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้บริหารบริษัทของตัวเอง ในวัยเพียง 34 ปี วันนี้ Women.MThai ขอชวนคุณมาพูดคุยกับ อุ้ม กวิสรา คะกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท แบรนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ดูแลด้านภาพลักษณ์ การประชาสัมพันธ์ และการสร้างแบรนด์ให้บริษัทต่างๆ มากมาย และ ยังขอท้าทายความสามารถตัวเองขึ้นไปอีก ด้วยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ เปิดอีก 1 ธุรกิจ ในฐานะผู้ออกแบบความบันเทิงหน้าใหม่ให้กับเมืองไทย ในชื่อ บริษัท มอร์ เอ็น มอร์ จำกัด…. อะไรกันหนอที่พลิกชีวิตของเธอได้ขนาดนี้ ….ลองมาคุยกับเธอกันค่ะ

วีรกรรมสุดโต่งในวัยเด็ก ของ อุ้ม กวิสรา คะกิจ
ชีวิตสุดโต่งในวัยเด็ก MThai เป็นคนแรกที่รู้เรื่องนี้ พ่อกับแม่ครอบครัวก็ไม่รู้เรื่องนี้ มันมีช่องว่างของคนที่เป็นลูกทหาร พอเราเป็นลูกทหาร ชีวิตอยู่ในกรอบระเบียบวินัยหมดเลย ตั้งแต่ตื่น 6 โมงเช้า ทานข้าว ทำกิจกรรมประจำวัน แต่มันก็มีช่องว่างตรงที่ เป็นเด็กเรียนดี เป็นเด็กกิจกรรม ที่เป็นคนเด่นคนดังในสมัยเรียน แต่เราก็ซ่อน ความเฟี้ยว ไว้ตรงที่ดื้อทุกประเภท อันนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจน้องๆ อย่า เอาไปเลียนแบบนะคะ
1. ยุคนั้นเป็นยุคที่ไม่ต้องตรวจบัตรประชาชน เข้าผับตั้งแต่อายุ 15
2. แอบดูดบุหรี่ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี น้องๆ อย่าเลียนแบบ
3. เป็นเด็กเรียนที่ดื้อ


เฟี้ยวขนาดนี้ กิจกรรมเริ่ด การเรียนดี รู้ม่ะได้เหรียญนะจ๊ะ
เรื่องหนีโรงเรียนนี่ไม่ต้องนับ เป็นเรื่องง่ายมาก เพราะว่าเรียนประถม กับ มัธยมที่ สกลนคร ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการ์เม้นท์ เสื้อผ้า เพื่อนก็จะมีรถกระบะ ก็จะมีผ้าใบปิดข้างหลัง เพื่อที่กันฝนกันแดดของข้างใน ก็อัดกันลงไปในนั้น ขับออกจากโรงเรียน ไปเที่ยว ไปเล่นน้ำคลอง ไปใช้ชีวิต แล้วก็ เฮี้ยวสุดคือเราเป็นเด็กสายวิทย์ แต่เราเป็นคนตัวเล็ก เราจะมีคดีกับเด็กสายศิลป์บ่อยมาก เพราะเด็กสายศิลป์ผู้ชายจะหน้าตาดี ส่วนเด็กสายวิทย์ก็จะหน้าตาน่ารัก จะหน้าตาคุณหนู กรุ้มกริ่มเหมือนถูกเทรนมาเพื่อไปเป็นหมอ ก็จะไปแย่งหนุ่มๆ กับสาวสายศิลป์ หนุ่มๆ ก็จะเป็นนักร้อง ในยุคนั้นใส่ชุดนักเรียน ในแบบที่เป็นผู้นำแฟชั่น ใส่กระโปรงเอวสูง เรียกว่า กระดุม 3 เม็ด ภาษายุคนั้น แล้วกระโปรงต้องห้ามเกินหัวเข่า เข้าห้องน้ำโรงเรียน ที่มีกำแพงกั้นแต่ว่ามันสามารถปีนได้ เจอขันสาดน้ำข้ามเข้ามาอีกห้องหนึ่ง แล้วนึกสภาพเด็กนักเรียนชุดขาว เปียกทั้งตัว ถ้าเป็นคนอื่นคงนั่งร้องไห้ แต่อุ้มและกลุ่ม วิ่งออกมาดักอีกข้างนึง เพื่อวิ่งไปดึงเพื่อนคนนั้น เข้าไปทำร้ายต่อในห้องน้ำ ไม่นับครั้งการขึ้นห้องปกครองเลย แต่มันหักลบกลบหนี้ได้ตรงเรียนดี เกรด 4 ตลอด เป็นประชาสัมพันธ์โรงเรียน เป็นคนนำสวดมนต์ เป็นคนเชิญธง เป็นนักกิจกรรมทุกอย่าง ในโลกใบนี้ที่โรงเรียนให้ทำ อุ้มทำหมดเลย มันก็เลย เป็นความบาลานซ์ที่จะทำโทษมัน สุดโต่งก็ไม่ได้ เพราะว่าสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน แต่ถ้าไม่ทำโทษเลยก็จะเป็นรุ่นพี่ ที่ไม่ดี นั่นล่ะค่ะ วีรกรรมสุดโต่งตอนเรียน

เป็นนางงามกีฬาสีนะ เอาสิ แถมนำสวดมนต์ตอนเช้าตลอด
จากความแก่น ของตัวเอง คิดอะไรได้บ้าง เราเห็นอะไรบ้าง
ณ ตรงนั้น ในวัยนั้น คิดอะไรไม่ได้เลยนะ ไม่ได้คิดไปต่อเลย ว่า ทำไปแล้วจะดี -ไม่ดียังไง จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ว่าคิดได้แค่ว่าจุดนั้นคือเท่สุดแล้ว ทำได้ตรงนั้นคือเก่งมาก เท่มาก ได้รับการยอมรับ จากเพื่อน จากรุ่นน้อง จากสังคมตรงนั้น ไม่ได้คิดต่อเลยว่า จากตรงนั้นมันมีข้อดี ข้อเสียยังไง
แต่ จุดที่ทำให้คิดได้ คือ โรงเรียนจะชอบ พาไปดูหนัง แต่จะไปกันทั้งกลุ่ม โรงเรียนพาไปดูเรื่องเสียดาย 2 นั่นน่ะคือ จุดเปลี่ยนชีวิตเลย พอเห็นแล้ว ดูแล้วหายใจไม่ออก ดูแล้วอึดอัด เป็นอย่างนั้นเลย มันจะมีฉากหนึ่งที่ น้องนักแสดงที่เล่นเป็น แป๋ม ใส่แว่นตา เขาฉีดยาเข้าเส้น แล้วเขาช็อกไปเลย โห เราเหงื่อออกทั้งมือ จับแขนเพื่อน เห้ย ไม่เอาอีกแล้ว กลัว เหมือนเห็นตัวเองว่าถ้ายังข้ามลิมิตตรงนั้นไปอีก ผลมันคือจะเป็นตรงนั้น เรื่องเสียดาย 2 เลยเป็นเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตว่า อย่าอยากรู้อยากเห็น เกินกว่าสิ่งที่มันถูกต้องเลยจะดีกว่า ก็เลยถอยตัวเองกลับมา

ซีนหนึ่งในภาพยนตร์ เสียดาย 2 ตัวละครแป๋ม ในชุดยุวกาชาด
ภาพจากภาพยนตร์ เสียดาย 2
ชีวิตแรกบิน…พ้นอกพ่อแม่ ทำมาหากิน เลี้ยงตัวเอง ในกรุงเทพฯ ด้วยเงินเดือนเพียง 7,000 บาท
เมื่อเรียนจบแล้ว ชีวิตมีอยู่ 3 ทางเลือก ทางเลือกแรก ไปอยู่ต่างประเทศกับยาย ทางเลือกที่ 2 คือ ทำงานที่บ้าน ไม่ต้องออกไปไหนจากอกพ่อกับแม่ เพราะพ่อไม่อยากให้ไปไหนเลย อยากให้อยู่ด้วยตลอดเวลา ทางเลือกที่ 3 คือ มาใช้ชีวิตที่อยากใช้ เหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไปคือหนีมาตายเอาดาบหน้า ที่กรุงเทพ เลือกทางเลือกที่ 3 จำเลยได้ว่า วันแรกที่จะมาอยู่กรุงเทพฯ ขอเงินพ่อกับแม่มา 3 หมื่นบาทที่จะมาเช่าหออยู่ ทำงานที่แรกเงินเดือน 7 พัน ร้องไห้ทุกวัน เพราะไม่เคยใช้เงิน 7 พันแล้วพอ เพราะตอนเรียนคือ ขอเท่าไหร่ได้เท่านั้น ขอวันนี้ได้วันนี้ ขอพรุ่งนี้ได้พรุ่งนี้ ไม่จุดหยุดของการใช้ตังค์ เพราะว่าเป็นเด็กใช้ชีวิตสุดโต่งมาก แต่พอมาทำงานได้ 7 พันบาท ถ้าบอกพ่อกับแม่ว่าได้เงินเดือน 7 พันบาท ซวยแน่ๆ ถูกเรียกกลับบ้านแน่ๆ พ่อแม่ไม่รู้ คิดดูว่าอยู่ยังไง 7 พันบาท เช่าหออยู่ใช้ชีวิตในเงินเดือน 7 พันบาท ทำงาน เดินทาง กิน รับผิดชอบชีวิตตัวเองทุกอย่าง ทำงาน 7 วัน เหนื่อยมั่กมากกกกกก (ลากเสียงยาว) ทำยังไง…ร้องไห้ อ๊ะ ถ้าร้องไห้ปุ๊บได้กลับบ้านแน่ๆ เพราะถ้าร้องไห้ คนแรกที่จะโทรไปร้องไห้คือ ร้องไห้กับแม่ ถ้าเป็นแบบนั้น เรื่องถึงพ่อแน่นอน ได้กลับบ้านแน่ๆ เลยเลือกวิธีที่ 2 หาอาชีพเสริม

คุณอุ้ม กับครอบครัว
อาชีพแรกที่ได้ทำงานคือเป็นพีอาร์ ตอนนั้นไม่เข้าใจคำว่า ประชาสัมพันธ์กับ สาวเชียร์เบียร์หรือว่า พริตตี้ ในร้านอาหารแถว RCA หรือแถว รัชดามันต่างกันยังไงไม่รู้ เพราะเพิ่งมาจากต่างจังหวัดใหม่ๆ รู้แค่ว่าหางานทำ อะไรก็ได้ที่ทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน จะได้มีเงินซัพพอร์ตตัวเอง พุ่งไปรัชดาเลย ไปสมัคร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาเลือกเพราะหน้าตาน่ารักหรือเพราะอะไร ไม่รู้ แต่เขารับเลย ค่าจ้างก็วันละ 350 พรุ่งนี้มาเริ่มงานเลย แล้วจะได้มากกว่านั้นเป็นร้อย เป็นพัน เป็นแสน ก็ขึ้นอยู่ที่ความสามารถ ก็งง เอ๊ะ! ทำไมเงินไม่เหมือนกันกะงานที่เราทำ ก็เลยไปเสิร์ช อินเตอร์เน็ต เห้ย …มันคนละความหมาย นี่หว่า ประชาสัมพันธ์กับ พีอาร์กลางคืน คนละความหมาย กันเลย ก็เลยถอยตัวเองกลับมา
มีเงินติดตัวอยู่ 3,500 บาท ทำอะไรดีกับก้อนนี้ เลือกไปเป็นสาวเชียร์เบียร์ เชื่อป่ะ ไปสมัครเป็นสาวเชียร์เบียร์ ได้ไปเชียร์เบียร์ที่สนามกอล์ฟ ออลสตาร์ ก็อาจจะขาว อาจจะตัวเล็ก อาจจะถูกสเป็ก ญี่ปุ่น เจอ ญี่ปุ่น ตบตูดไป 2 ที ฟาดเบียร์ไป 1 ที ไม่ได้เงินคืนเลย มัดจำ 3,000 (เล่าไปหัวเราะไป) กลับมาร้องไห้ที่บ้าน ทำยังไงล่ะ ไม่มีเงินเหลือแล้ว โทรไปยืมตังค์พี่ชาย พอยืมปุ๊บ ถึงหูแม่ปั๊บเลยค่ะ น้าขับรถมาเลยจากพุทธมณฑลสาย 2 ดิ่งมาหาอุ้ม นั่นเป็นครั้งแรกที่ รู้ว่าหลานอยู่ยังไง มีชีวิตเป็นอยู่ยังไง ก็เลยบอกเขาว่า ขอเวลา 3 ปี ถ้า 3 ปี ดูแลตัวเองไม่ได้จะกลับบ้าน ไม่มีเงื่อนไขแล้ว น้าเลยกลับ เห้ย แต่ชนะ! เราอยู่ได้ เพราะตั้งเป้ากับตัวเองเป็นเม็ดเงินไว้ว่า ถ้าอายุเท่านี้จะต้องมีเงินเท่านี้ ไปในแต่ละสเต็ปอายุ เลยกลายเป็นเด็กที่ทำงานหนักกว่าคนอื่น ทำงาน 24 ชั่วโมง ในสมองคิดงานตลอดเวลา เพราะมีเป้าเป็นเงิน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับบ้าน
ชีวิตที่ Channel [V]
เปลี่ยนงาน เปลี่ยนชีวิตที่ Channel [V] Thailand
Channel [V] Thailand เป็นงานที่ 2 ผู้ใหญ่เห็นความขยัน ความสามารถและเราเป็นคนชอบฟังเพลง มีแรงบันดาลใจคือพี่ตะแง๋ว บุษบา มหัตถพงศ์ สมัยก่อนบ้านไม่สามารถที่จะดูเคเบิลได้ ขอไปดูบ้านคนอื่น ที่บ้านรุ่นพี่ ดูเสร็จต้องปั่นจักรยานไปออฟฟิศพ่อที่ค่ายทหารเพื่อขอส่งแฟ็กซ์
มีวันหนึ่งที่รับงานฝิ่น ( คำแสลง แปลว่า ฟรีแลนซ์) แล้วไปเจอคนที่ Channel [V] Thailand ชื่อน้องนนท์ ไปงานนี้ด้วย แล้วเป็นจังหวะที่ Channel [V] Thailand หาพีอาร์ เค้าเห็นงานที่เราทำแล้วคงชอบในตอนนั้นเลยเรียกมาสัมภาษณ์งาน และตอนนี้คนคนนั้น ก็กลายมาเป็นลูกค้ากัน“น้องนนท์ – นนท์ อมาตย์ทัศน์”Brand Manager ที่คอนเนตโต
ตอนนั้นนั่งทำพอร์ท ทำทุกอย่าง เป็นครั้งแรกที่เตรียมความพร้อมไปสัมภาษณ์งานโดยการ พูดกับกระจก เพื่อที่จะไม่ให้หลุดทุกคำถามที่เขาถาม ไปถึงเขาไม่สัมภาษณ์อะไรเลยอ่ะ เขาพูดประโยคสั้นๆ ว่าสวย เหมาะกับคาแรคเตอร์ Channel [V] Thailand ขออย่างนี้แล้วกัน ไปส่งข่าวพอลล่าให้หน่อย ถ้าได้ลงปุ๊บรับเลย ไม่คิดอะไรเลย กลับไปทำปึ๊งๆ โทรหาเลย เล่มที่ลงให้คือหนังสือพิมพ์บ้านเมือง พี่บี สุทธีวรรณ ถิตย์ผาด ลงพอลล่าให้เกือบครึ่งหน้าขอกราบและจดจำเป็นพระคุณจนทุกวันนี้
![[V1]](https://women.mthai.com/app/uploads/2015/11/V1-600x399.jpg)
![[V]](https://women.mthai.com/app/uploads/2015/11/V-600x600.jpg)
Channel [V] Thailand ….ชีวิตไม่เหมือนฝัน
Channel [V] Thailand โทรกลับมาเลย รับเข้าทำงาน โคตรภูมิใจ โคตรดีใจ ได้เดินเข้าไปทำงานที่ Channel [V] Thailand แต่….เข้าไปทำในยุคเปลี่ยนน้ำ มียุคเจนเก่า กับยุคเจนใหม่ เข้าไปทำได้ 3 วันร้องไห้เลย อยากจะลาออก เคยได้ยินไหมว่า ที่ทำงานในฝัน แต่เข้าไปแล้วมันไม่เหมือนฝัน มันไม่เหมือนกันเลย ไม่เคยเจอสภาพแบบนี้ ตอนนั้น ได้กำลังใจจากครอบครัว บอกว่า ถ้ามีฝันแล้ว อย่าทิ้งฝัน มีฝันแล้วต้องสู้ ทำให้ถึงฝัน อุ้มก็สู้เลย ก็ทำทุกอย่างจนได้รับการยอมรับ
ถ้าพูดถึง Channel [V] Thailand มี 6 – 7 คนที่ต้องพูดถึงเลย คนแรก นนนี่-คุณนนท์ อามาตย์ทัศน์ คนที่ 2 คือ พี่ดาว-แสงดาว อินทร์อ่อน ซึ่งเป็น ผู้จัดการฝ่ายการตลาดในตอนนั้น คนที่รับอุ้มเข้าทำงานคนที่ 3 คือ ผู้จัดการทั่วไปพี่ตาม-หม่อมราชวงศ์ รุจยารักษ์ อาภากร
นายคนถัดมาคือ พี่เส-คุณปชญา ตอยยีบี คนต่อมาคือ พี่อ๊อด-คุณนิมิตร สุขุมาสวินซึ่งคนนี้เป็นครูในทุกๆอย่างของชีวิต ครูที่สอนความคิด สอนการใช้ชีวิต สอนในการทำงานแบบไม่พูด แต่ทำให้ดู และพาทำ และภรรยาพี่อ๊อด คนที่มาเป็นนายคนต่อไปคือ พี่อุ๋ย-ฉัตรชนก แรงเพ็ชร ซึ่งตอนนี้ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขาย ที่ GMM 25 ทั้งหมดคือนายที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราในทุกวันนี้และมีอีกหลายๆ ท่านในบริษัทอื่นที่เล่าถึงไม่หมด
![[V5]](https://women.mthai.com/app/uploads/2015/11/V51-600x400.jpg)
Channel [V] Thailand ไม่ใช่ออฟฟิศ เป็นสถาบัน เป็นโรงเรียน เป็นบ้าน เป็นทุกอย่าง ไม่มีเวลาหยุดทำงาน ตีสามยังประชุมอยู่เลย แต่มันโคตรสนุก ใช้คำว่าสนุกธรรมดาไม่ได้ เพราะมันเป็นที่รวมวัยรุ่น ที่สุดโต่งมาอยู่ด้วยกัน นั่นแหละ คือ Channel [V] Thailand
Work Hard and Pay Harder…เรียนรู้ทุกข์จากการเป็นหนี้
ตอนเราอยู่ Channel [V] Thailand เราอยู่กับความหรูหรา ใจกลางกรุงเทพ สยามเนอะ(หัวเราะ) มีบัตรเครดิต 7 ใบ แต่เต็มวงเงินทุกใบ หมุนเงินไม่ทัน ทางแก้มี 2 ทาง บอกแม่ แม่จ่ายให้ได้สบายมาก แต่ก็ซวยแน่ๆ ถ้าบอกปุ๊บกลับบ้านแน่นอน อ่ะ โอเค ไปกู้เงิน กู้จากอันนี้มาผ่อนอันนี้ จ่ายตรงนี้ โหย….เป็นทุกข์มาก เหมือนจะเป็นบ้าเลย ตัดสินใจบอกแม่ เพราะถ้าไปขอยืมคนอื่น ก็คงไม่มีใครให้ยืมหรอกแพงขนาดนั้น เลยยืมเงินแม่มาจ่าย
…จนเมื่อ Channel [V] Thailand ปิดตัวลง อุ้ม กวิสรา ก็ยังยึดสายงานด้าน PR ตลอด….จนหันมาสร้างธุรกิจของตัวเอง เปิด บริษัท แบรนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด
เริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง บริษัท แบรนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด
ถ่ายกับ บอย โกสิยพงษ์
เปรียบเทียบตัวเองตอนอายุเลข 2 กับเลข 3
เปรียบเทียบนะ อายุเลข 2 คือวัยที่ตื่นเต้นกับการที่ได้รับความสนใจ ก็เหมือนผู้หญิงที่ต้องออกไปเที่ยวกลางคืน แล้วต้องแต่งตัวสวยๆ ไปเช็คเรตติ้ง แต่พอเป็นอายุเลข 3 ตื่นเต้นกับการที่ได้ใช้วิธีคิด เพื่อที่จะดึงคนนี้เข้ามา พี่อุ้มชอบเทียบให้ลูกน้องฟังเสมอ อายุเลข 2 จะต้องไปหาผู้ชายโสดในผับ แต่อายุเลข 3 ต้องไปเที่ยวบาร์โฮสท์ แล้วซื้อได้ นั่นคือวิธีคิด




ณ วันนี้รู้สึกว่าตัวเองพอใจแล้วหรือยัง
ยังเป็นคนมีฝัน มีสเต็ปทุกปี เป็นคนมีฝันเรื่องตัวเลข แล้วก็จะเอาตัวเลขมาเป็นตัวคิดว่า ถ้าตัวเลขเท่านี้่ จะต้องทำอะไรเพื่อให้ซัพพอร์ตตัวเลขเท่านี้ได้
ยังมีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำอีกบ้าง
อย่าขำนะ อยากทำฟาร์มกวาง อยากทำกับครอบครัว…

คือมันต้องมี Work Balance และ Life Balance ด้าน Entertain ที่อยากทำคืออยากทำคอนเทนต์ ที่ Entertain แบบไม่มีข้อจำกัดในการทำธุรกิจบันเทิง อย่าง ลูกค้าต้องการแบบนี้ รูปแบบคนดูชอบแบบนี้ แต่ในความเป็นส่วนตัวคือ อยากทำฝันใหม่ คือ สร้าง Platform ใหม่ขึ้นมา ที่มันตอบโจทย์ทุกคนหมดเลย ตอบโจทย์ลูกค้า ตอบโจทย์คนดู และตอบโจทย์เราด้วย ในขณะเดียวกัน มันคือความท้าทาย
แต่อีกด้านที่มัน Slow Life มันต้องมีสีเขียวในชีวิต มันก็เลยเป็นอีกด้านหนึ่งที่ การทำงานด้านบันเทิงมันไม่ได้แปลว่าเรามี แรงบันดาลใจ จากคนที่ทำธุรกิจบันเทิงเสมอไป มันจะต้อง มี แรงบันดาลใจจากการหยุดนิ่ง ได้พัก สมองคิดตลอด มันไม่บันเทิงหรอก มันต้องได้พัก จุดพักของเราคือจุดที่ได้อยู่กับสัตว์ อยู่กับทุ่งสีเขียว จุดนั้นแหละที่ทำให้อุ้มได้ แรงบันดาลใจ มาคิดเรื่องบันเทิง ได้ในมุมแตกต่างจากคนอื่น


แรงบันดาลใจในชีวิต
แม่เป็น Officially กำลังใจ แม่เป็นทุกอย่างในชีวิต แม่จบป.4 เพราะว่าต้องให้น้องๆ เรียน วันที่แม่ได้มาแต่งงานกับพ่อ ไม่ใช่เพราะว่าพ่อมาชอบแม่นะคะ แม่ไม่เคยมีแฟน แล้วแม่มาชอบนายทหารคนนี้มาก จึงตกลงปลงใจโดยไม่คิด แม่ก็เป็นสาวเฟี้ยว อุ้มเลยมี DNA ความเฟี้ยวมาจากแม่ แม่ทำทุกอย่างและสอนลูกทุกอย่าง เพื่อให้ลูกไปอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเขา นั่นคือแม่ของอุ้ม
อุ้ม กวิสรา กับ คุณแม่
ชีวิตของ อุ้ม กวิสราเกิดมาเพื่อสิ่งไหน
เกิดมาเพื่อทำงาน เราชอบทำงานมาก เราทำอะไรไม่เก่งเลยในชีวิต ซักผ้าไม่เก่ง รีดผ้าไม่เก่ง แต่งหน้าไม่เก่ง ทำผมไม่เก่ง ไม่เก่งอะไรเลยเป็นเป็ดทุกอย่างแต่เราชอบและเรามั่นใจว่า เราเก่งในการทำงาน
ถึงแม้ตอนวัยรุ่นเธอจะแก่น จะเฟี้ยวขนาดไหน แต่เธอยังรู้จักหยุดตัวเอง ยังดีที่วันนั้นเธอได้ดูหนังเรื่องนั้น ยังดีที่เธอเห็นทัน และดึงตัวเองกลับมาได้ทัน ไม่ใช่ทุกคนที่จะกลับมามีอนาคตได้แบบเธอ ยังดีที่เธอรู้จักหยุดตัวเองเมื่อเป็นหนี้ และมีความรักจากครอบครัวที่อบอุ่น นอกจากนี้ เธอยังมีแรงผลักดันตัวเอง สู่อนาคต ไม่หยุดนิ่ง …ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นตัวเอง จับตัวเองได้ทันแบบเธอ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จนมีธุรกิจของตัวเองถึง 2 ธุรกิจด้วยกัน กับผลงานล่าสุด ของ โปรโมเตอร์ ผู้ออกแบบความบันเทิงหน้าใหม่ของไทย ในชื่อบริษัท มอร์ เอ็น มอร์ จำกัด กับคอนเสิร์ตครั้งแรก ” 5 วงเพื่อนรัก คึกคักเวลาลงเล่น circle of friends”

บทสัมภาษณ์และเนื้อหาโดย WOMEN MThai Team









