The Pass – the – Love Forwarder

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / The Pass – the – Love Forwarder





The  Pass the – Love Forwarder
 

  
       ฆษณา  ขอซื้อ ปาติหาน จากการส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเค้าได้ จากการส่งเมล์ต่อๆกันไปเป็นร้อยเป็นพันคน ทำให้เราอดนึกถึงเธอคนนี้ไม่ได้… ว่าเธออาจจะเคยเป็นผู้ช่วยส่งปาฏิหาริย์นี้ให้กับคนอื่นๆ มาบ้าง
       มิสเกรนเจอร์ หรือคุณลูกแก้ว เจ้าของลูกแก้วกรุ๊ป เจ้าของฟอร์เวิร์ดเมล์ที่เชื่อว่าใครหลายๆ คนก็ต้องเคยได้รับเมล์จากเธอกันมาบ้าง
คราวนี้เราจึงขอจับเข่าคุยกับเธอแบบตัวเป็นๆ ในฐานะ Amazing Woman of Cyber Space


ก่อนจะมาเป็นลูกแก้วกรุ๊ป

        เริ่มแรก เรียนจบบริหาร อินเตอร์มา และก็ทำงานด้านเลขา ตรงสายที่จบมาโดยตลอด ไม่เคยทำงานเกี่ยวกับไอทีนะ แต่ว่าก็ที่ทำงานบางที่เค้าก็จะให้ดูแล
เรื่องไอทีด้วยอะไรอย่างนี้ จากนั้นก็ออกมาขายของกิ๊ฟท์ชอป แบบมีหน้าร้านอยูพักนึงแต่ดูแลไม่ไหว ก็เลยมาขายทางเว็บแทนเพราะชอบของพวกนี้ กระจุ๊กกระจิ๊ก น่ารักดี

วีรกรรมลูกแก้ว
     ก้อตอนแรกใช้เมล์ของบริษัทส่ง ชื่อจริงนามสกุลจริงเลย แล้วตอนนั้นยังไม่ได้เปิดกรุ๊ป ส่งทีเป็น 50 เป็น 100 คน วันละ 20 – 30 ฉบับมันก็ไป
กิน Bandwidth ของเค้า มันทำให้คนอื่นส่งเมล์ออกช้า  เพราะว่าต้องมาเข้าคิวเรา ไอทีแมเนเจอร์ก็เริ่มมาเช็คล่ะ มีใครส่งเมล์บ้าง เค้าก็เรียกไปด่า อันดับหนึ่ง เค้าก็แซวๆ ก็ไม่อะไรมาก

ก็เลยกลายมาเป็นมิสเกรนเจอร์?
     ใช่ ก็ถ้าใช้ชื่อลูกแก้ว  เค้าก็รู้กันอยู่แล้ว ก็มาคิดหาชื่อ พอดีตอนนั้นกำลังคลั่งแฮร์รี่ พอตเตอร์ ดูแล้วรู้สึกว่า เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เค้าเหมือนเรา ตรงที่ก่อน
เค้าจะเข้าเรียน เค้าต้องมาอ่านหนังสือก่อน แล้วเค้าจะชอบตอบๆ เป็นพวกบ้าคะแนน เราก็เป็นเหมือนกัน ดูเค้าแล้วก็นึกถึงตัวเอง เออ เหมือนกันเลยนะ เอาชื่อนี้แล้วกัน ให้มันแหวกๆไปเลย  ไม่ใช่ลูกแก้ว





แล้วแบ่งเวลาให้กับลูกแก้วกรุ๊ปอย่างไรบ้างคะ ?
       ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก้อจะเป็นหลังเลิกงาน เอาเวลาส่วนตัวมาทำ ก็เปิดโหลดทิ้งไว้ แล้วก็ไปอาบน้ำ กินข้าว ดูทีวี ก็โหลดเสร็จพอดี แล้วโดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบ
ดูเมล์อยู่แล้ว  เมื่อก่อนดูแล้วก็ลบทิ้งๆ จนเพื่อนก็บอก ” เอ๊ะ ไม่ส่งให้บ้างเลย ” ก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฟอร์เวิร์ดเมล์ แล้วเราก็เป็นคนเพื่อนเยอะ ส่งให้เพื่อน 10 คนก็มีการส่งต่อๆกันไป แล้วมาสมัครเพิ่ม อยู่ๆก็ขึ้นมาเป็น พันๆ คน แล้วก็ไม่ได้ส่งให้กรุ๊ปเรากรุ๊ปเดียวไง แต่ส่งให้กรุ๊ปนั้นกรุ๊ปนี้อีกเป็นสิบ จนตอนหลังเจ้าของเค้ามาบอกเอากรุ๊ปผมไปเลย  เพราะเค้าไม่มีเวลาส่ง (555+)

อะไรที่ทำให้ลูกแก้วกรุ๊ปต่างจากกรุ๊ปอื่นๆ
     ต่างกัน เพราะเมล์ของแก้ว มันจะสงบๆ ไม่มีเมล์คุยกัน ไม่มีขยะ เมล์คุยกันเค้ามันจะไร้สาระ จะคุยเล่นกันตอบกันไป ตอบกันมา ตอบทีนึงทุกคนในกรุ๊ปก็จะ
ได้รับกันหมด  ซึ่งของแก้วจะไม่ใช่แนวนั้น แก้วมีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว คนอื่นห้าม แล้วก็จะมีสกรีนได้ด้วย ว่าเมล์มีไวรัสไหม  ก็เคยมีคนถามเหมือนกันนะว่าเหนื่อยไหม ไม่อยากให้คนอื่นมาช่วยหรอ แก้วก็ตอบตามตรงเลยว่าไม่ไว้ใจ 
 
ลูกแก้วกรุ๊ปในวันนี้

     ลูกแก้วกรุ๊ปก็ค่อนข้างโตเร็ว โตเร็วมากหลังจาก  3 ปี ใน Yahoo ตอนนี้ก็ประมาณ  50,000 กว่า และก้อจะมีที่ กูเกิ้ลกรุ๊ปอีกอันนี้ไม่ได้ดูยอด
ซึ่งก็งงเหมือนกันเพราะเปิดกูเกิ้ลไว้ไม่ได้บอกใคร พอเข้าไปดูยอด เห็นล่าสุด 300 พอเข้าไปดูอีกทีก็ 3,000 และล่าสุดก็ยังไม่ได้ดู

ทุกวันนี้ใช้เวลานานไหมคะในโลกอินเตอร์เน็ต
     ก็ทำงานประจำต้องนั่งหน้าคอมพ์นานอยู่แล้ว ต้องติดต่อต่างประเทศ ก็จะใช้เน็ตตลอด กลับมาบ้านก็นั่งหน้าคอมพ์ เหมือนกับว่า 24 ชั่วโมงตลอดเวลาที่ไม่
ได้นอน เฉพาะเวลานอน อาบน้ำ และกินข้าวเท่านั้นที่ไม่ได้นั่งหน้าคอมพ์





อย่างนี้แบ่งเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นๆยังไงบ้างคะ
    ถ้าเป็นช่วงเนี่ยก็จะไปเป็นดีเจทางแคมฟรอกซะมากกว่า  เพราะว่ามีปัญหาเรื่องฮาร์ดดิสเต็ม ด้วยเมล์ที่เข้ามาวันละประมาณ 200 MB (อุ๊ แม่เจ้า!
คนสัมภาษณ์แอบตกใจ !) เพราะว่าเมล์เข้ามาวันละประมาณ 1,000 ฉบับ แก้วส่งได้วันละประมาณ 30 ฉบับ ที่ไม่ได้เช็คก็ยังเก็บอยู่ เช็คไม่ทัน พยายามจะเคลียร์วันต่อวัน แต่ไม่ทันค่ะ

เรียกได้ว่าลูกแก้วกรุ๊ปเป็นงานหลัก
      ใช่ เหมือนกับว่าเป็นส่วนนึงไปแล้ว มีคนถามเยอะมากว่าเราได้อะไร แต่คือเราไม่มีรายได้อะไรจากตรงนี้เลย แต่ว่ามันสนุก ได้แบ่งปัน ได้แบ่งอะไรที่ดีมี
ประโยชน์  ก็อยากให้คนอื่นได้ดู ได้รู้อะไรบ้าง

มีการเช็คข้อเท็จจริงของเมล์ยังไง อย่างเมล์ บริจาคเลือด หรือเมล์อื่นๆ
     บางทีแก้วไม่ได้เช็คเองแต่คนที่ได้รับเมล์ต่อจากแก้ว บางทีก็เป็นสมาชิกที่เป็นทีมงานทำรายการโทรทัศน์พวกช่วยเหลือสังคม จะไปเช็คต่อ  ก็จะเมล์มาตอบ
” ว่าคุณลูกแก้วไม่ต้องส่งต่อแล้วนะ เค้าตายไปแล้ว ” หรืออย่างล่าสุดบริษัทประกัน 6 บริษัทที่เค้าโดนปิดส่งต่อๆกันมา  ก็จะมีคนช่วยเช็คว่า ” คุณลูกแก้ว ผมเช็คข่าวแล้ว มันไม่ใช่ ช่วยส่งบอกต่อ แก้ข่าวด้วย ” ประมาณนี้  แต่ก็บอกแล้วว่า ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ


ข้อความสำคัญ “ระวังเมล์ของคุณจะระเบิด”
      มีคนก็อปปี้ข้อความนี้กลับมาถาม บอกว่า “ผมไม่เข้าใจ มันหมายความว่าอะไร” หรือ อย่างมีบางคนก็เมล์กลับมาบอกว่า “ผมเพิ่งเข้าใจวันนี้เองว่ามัน
หมายความว่าไง”  ถ้าสนิทๆกันก็จะทักว่าเช็คเมล์ยัง ? เค้าก็จะบอกว่ายังไม่เต็มหรอก  แต่พอไปเช็คกลับมาก็ โอ้โห !

ไปไงมาไงถึงเป็นดีเจแคมฟรอก ?
       ก็เข้าไปดูเล่นๆ ว่าเป็นไง ก็ปิดกล้องด้วยซ้ำ แล้วดีเจก็บอกให้เปิดกล้องหน่อย แล้วเชียร์ให้เต้น คือห้องนี้เค้ามีกฎอยู่แล้วว่าไม่โชว์ลามกอนาจาร  แต่แคม
ฟรอกจะโดนปิดไปช่วงนึงก็เพราะเรื่องโชว์ลามก แต่ว่าแคมฟรอก ไม่ใช่มีแต่ด้านไม่ดี ด้านดีๆก็มีอยู่ เด็กวัยรุ่นก็ไม่ต้องออกไปเที่ยวนอกบ้าน  ต่างประเทศเค้าเอาไว้ใช้ประชุมกัน เค้าไว้ใช้คุยกันเพราะมันสะดวกกว่า ไม่ต้องเสียค่าโทรทางไกล  แม่ลูกคุยกันได้  อย่างบางห้องแม่ลูกเค้าก็นั่งอยู่ด้วยกันเลยนะ เป็นแนวครอบครัว  แต่ถ้าน้องเริ่มจะออกทะเลไปแล้ว เราก็จะเบรกๆไว้ว่า เบาๆหน่อย อย่าให้มาก เค้าก็จะฟัง ถ้าเค้าไม่ฟังก็จะเตะออกไปเลยบอก ไปสงบสติอารมณ์ก่อน เราทำให้สิ่งที่สนุกและไม่มีพิษมีภัย

    โลกเสมือนจริงกับโลกแห่งชีวิตจริง
      

ที่บ้านว่าไงบ้าง
     ที่บ้านก็จะงงๆ ว่ามานอนตอนเช้า เวลากลับตาลปัตรไป  แรกๆแม่เค้าก็นึกว่าเรานอนแล้ว เพราะเราปิดไฟ แต่ใส่หูไง ก็จะเงียบๆ แต่หลังๆ  7 – 8 โมง
ก็ยังอยู่หน้าคอมพ์ แม่ก็จะ อะไรเนี่ย แต่ว่าเค้าก็เห็นเรานอนตอนกลางวัน ก็เลยเฉยๆไป และช่วงเนี่ยน้ำหนักก็ลดลง ผอมไปเยอะเพราะไม่ได้นอนกลางคืน

พูดถึงคนทางบ้านแล้ว กระแสคนทางเว็บล่ะ
     ก็มีแฟนคลับนะ ก็จะมีสมาชิกทั่วไป กับสมาชิกที่เป็นแฟนคลับ ก็คอยส่งของขวัญวันเกิด ของกิน ขนงขนมมาให้  แม่เค้าก็จะงง ว่าใครส่งอะไรมาให้  แฟน
คลับก็จะมีตั้งแต่วัยเรียนจนถึงวัยทำงานนะ 50 กว่ายังมีเลย ทั้งผู้หญิง ทั้งผู้ชาย

ดูเป็นสาวสังคมจัด  แล้วชีวิตเคยเงียบเหงาไหมคะ
      มีน๊า ไม่ใช่ไม่มี ตามประสาคนโสด เทศกาล คนอื่นเค้าก็ไปโน่นไปนี่กัน เพื่อนก็ชวน กลุ่มโน้น กลุ่มนี้ก็ชวน เราก็ปฏิเสธไป กลายเป็นว่าปีใหม่ เทศกาลอยู่
บ้านคนเดียวก็เหงา ก็อ่านหนังสือพวกสยองขวัญ สาระความรู้ทั่วไป  ดูทีวี นอน ร้องคาราโอเกะ แล้วก็ชอบไปเล่นเกมตอบคำถามปัญหาความรู้ เล่นจนเช้า ไม่ยอมแพ้อ่ะ จะมีสโลแกนประจำตัวเลยนะว่า ” ชั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อแพ้ “

แล้วประโยคที่ว่า “เมื่อใดก้อตามที่ฉันเจ็บจนหมดน้ำตา เมื่อนั้นฉันจะรู้ว่าฉันมีค่าที่สุด” ที่แนบอยู่ในทุกเมล์ มาจากไหน
      จำไม่ได้ว่ามาจากไหน น่าจะมาจากตัวเองเนี่ยแหละ คือเราผ่านเรื่องรักๆ มาก็เยอะ คือหลายๆคนเค้าก็เจ็บ เจ็บจนอยากจะตาย แต่ถ้าเราผ่านช่วงนั้นมาได้ ก็
จะรู้ว่าช่วงที่เราฟูมฟาย อยากจะตาย คือมันไม่ใช่  คือก็จะให้คำปรึกษาน้องๆเค้าไป ซึ่งเค้าก็จะมาปรึกษาบ่อย คือเข้าใจว่าคนอกหักมารู้สึกยังไง ยิ่งผูกพันกันมากเท่าไหร่ ก็เข้าใจเค้า

ปลายปากกาหวานซึ้ง อีกหนึ่งความสามารถ
     เขียนไดอารี่แนวหวานซึ้ง อ่านแล้วน้ำตาซึม  จนมีพี่ที่รู้จักทักว่าเออ แก้วไปเขียนแนวนี้เป็นเรื่องเป็นราว ทำพ็อกเก็ตบุ๊คเลยดีกว่า ซึ่งจริงๆ ตอนแรก เขียนแบบ
เอาขำ  แต่พี่เค้าบอกว่าแนวนั้นใครก็เขียนได้ เรามาแนวนี้ดีกว่า จนมีโรงพิมพ์จะเอามาทำเป็นรูปเล่มให้เลยนะ แต่ไม่เอา ไม่มีเวลา 

คิดว่าลูกแก้วกรุ๊ปให้อะไรกับสังคมบ้างคะ ?
    อย่างน้อยๆ ก็ได้ช่วยเหลือคนอื่นๆในสังคมที่เขากำลังขาดแคลน หรือต้องการความช่วยเหลือในตอนนั้น และก็ให้ความรู้ อัพเดทข่าวสาร

       มาจนถึงจบบทสัมภาษณ์นี้ เราก็รู้สึกว่า เธอเป็นสาวนักฟอร์เวิร์ดที่ไม่ได้แค่ส่งเมล์ ส่งจดหมายให้เราๆ ได้อ่าน แต่เธอส่งต่อทั้งหมดทั้งมวลนี้ด้วยความรัก และเพื่อความรัก คุณคิดเหมือนกันกับเรารึเปล่าคะ ?





ขออนุญาตใช้เนื้อหา