อุ๊บอิ๊บ ภคณีย์ นักวิ่งหัวใจมาราธอน จาก 10 กิโลเมตร สู่ 100 กิโลเมตร!!

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / อุ๊บอิ๊บ ภคณีย์ นักวิ่งหัวใจมาราธอน จาก 10 กิโลเมตร สู่ 100 กิโลเมตร!!

Run with Me

ถ้าหากตั้งใจว่าจะไม่ตื่นมาวิ่งตอนเช้า… ก็ต้องตัดสินใจตั้งแต่ก่อนนอน
แต่ถ้าหากตั้งใจว่าจะตื่นมาวิ่ง… ยังไงก็ต้องพยายามลุกจากเตียงมาวิ่งให้ได้

…..เมื่อ ‘อุ๊บอิ๊บ’ ค้นพบว่าสิ่งที่พิเศษและวิเศษที่สุดของเธอนั้นไม่ใช่การช็อปปิ้งเครื่องสำอาง ไม่ใช่การเลือกซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ตามแฟชั่นหรือการได้ทานอาหารหรูๆ ในร้านแพงๆ แต่เป็นการ วิ่ง วิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่งไปบนเส้นทางสายเล็กๆ จาก 10 กิโลเมตร สู่ 100 กิโลเมตร ในนามของนักวิ่งอัลตร้าเทรล

อุ๊บอิ๊บ

จุดเริ่มต้น ของการผูกเชือกวิ่ง

จุดเริ่มต้นในการวิ่งของอุ๊บอิ๊บเริ่มต้นสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาออกแบบภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากผู้หญิงธรรมดาที่ตื่นเช้าไปเรียนหนังสือ กลับมานั่งกินข้าวหน้าทีวี บางทีก็ทำโปรเจคยันเช้า แล้ววันหนึ่งเกิดตัดสินใจอยากออกกำลังกายขึ้นมาจากคำเชิญชวน(ในโทรทัศน์) ให้ออกกำลังกายของไอดอลที่เธอชื่นชอบนั่นคือ หมอโอ๊ค – สมิทธิ์ อารยะสกุล จึงทำให้เธอตัดสินใจเลือกการ “วิ่ง” เพราะดูง่ายที่สุดและลงทุนน้อยที่สุด

อุ๊บอิ๊บ

เหรียญแรกในชีวิตการวิ่ง

จากที่วิ่งได้ 800 เมตร กลายมาเป็น 2-4 กิโลเมตร ผ่านจุดที่เหนื่อยจนท้อ ผ่านความขี้เกียจจนชนะใจตัวเอง ในที่สุด เธอต้องก้าวเท้าออกมาวิ่งในรายการแข่งครั้งแรกในชีวิต เป็นการวิ่งมินิมาราธอนระยะทาง 10 กิโลเมตร  ในงานกรุงเทพฯมาราธอน 2554 เธอวิ่งสลับเดินไปพร้อมกับอาการเหนื่อยหอบแทบขาดใจ ความท้อผุดขึ้นมาตั้งคำถามว่า ‘จะไปต่อ หรือจะหยุด’ เป็นการวิ่ง 10 กิโลเมตร ที่ไปผ่านทีละกิโลฯ อย่างทรมาน แต่ด้วยแรงฮึดสุดท้ายเมื่อเห็นเส้นชัยอยู่ลิบๆ  เธอจึงสามารถฉุดตัวเองมาจนถึงเส้นชัยได้ และได้รับเหรียญรางวัลเหรียญแรกในชีวิตเช่นกัน  ถึงแม้จะเป็นเหรียญสำหรับนักวิ่งทุกคนที่ผ่านเส้นชัยแต่เมื่อเธอได้ถือเหรียญนั้น ความเหนื่อยก็หายไปในพริบตา

อุ๊บอิ๊บ

เจ็บได้ ก็หายได้!

ตอนนั้นอุ๊บอิ๊บเป็นแค่นักวิ่งสมัครเล่น ไม่เคยรู้ว่าการวิ่งที่ถูกต้องต้องวิ่งแบบไหน ได้แต่วิ่งไปตามความรู้สึกและให้ร่างกายพาไป หลังจากวิ่งในงานได้ไม่กี่งาน เธอก็เริ่มมีอาการเจ็บที่เท้าและข้อเท้า เป็นการเจ็บแปล๊บเมื่อลงน้ำหนัก จนต้องพักไป 2-3 อาทิตย์ จึงต้องเปลี่ยนไปออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานในยิมแทน อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่เคยวิ่งทุกวัน และเธอก็ได้พบกับ อาจารย์กิตติ บุษปวณิช หรือ ‘หมอใบไม้’ ’ เขามักจะมาออกกำลังกายที่สวนลุมเป็นประจำ และช่วยรักษาคนไข้ด้วยธรรมชาติบำบัดอยู่ที่นั่น เขาลองจับข้อเท้าของอุ๊บอิ๊บขึ้นมาพลิกดูเพื่อหาเส้นเจ้าปัญหา หลังจากนั้นไม่นานเธอก็อาการดีขึ้น แล้วกลับไปวิ่ง 10 กิโลฯ ได้อีกครั้ง

อุ๊บอิ๊บ

นักวิ่ง 100 กิโล

หลังจากผ่านงานวิ่งมาหลายงาน ก็มาถึงงานวิ่ง Fullmoon Relay Running Ocean to Ocean 2014 เป็นการวิ่งเอามือแตะน้ำทะเลจากฝั่งมหาสมุทรอินเดียคืออันดามัน ที่จังหวัดระนอง เพื่อไปแตะมหาสมุทรแปซิฟิกในฝั่งทะเลอ่าวไทย ที่จังหวัดชุมพร ทั้งหมดเป็นระยะทาง 112.5 กิโลเมตร  เธอวิ่งมาเรื่อยๆ ใกล้จะแตะกิโลเมตรที่ 100 เท้าของอุ๊บอิ๊บบวมเป่งจนเกินออกมาจากถุงเท้าที่สวมอยู่ แต่เธอยังกัดฟันวิ่งต่อ จนผ่าน 100 กิโลเมตรมาได้ด้วยเวลา 16 ชั่วโมง 20 นาที เหลืออีกแค่ 12.5 กิโลฯ เท่านั้น  แต่ใครจะไปรู้ว่ามันเป็น 12.5 กิโลฯ ที่แสนสาหัสและยาวนานมาก สุดท้ายเธอปลอบตัวเองให้ใจเย็นๆ บอกตัวเองว่าค่อยๆ ไป ยังไงก็ถึงแม้ตอนนั้นตัวเองจะอยู่ในสภาพถูกหิ้วปีกก็ตาม วินาทีที่เห็นซุ้ม Finisher ความเจ็บปวดที่ข้อเท้าก็หายไปไหนหมดสิ้น อุ๊บอิ๊บวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยหัวใจที่บอกไม่ได้เลยว่ามัน ‘ที่สุดแล้ว’

จากที่เธอเคยวิ่งได้วันละ 2-4 กิโลฯ ก็น้ำตาจะไหลแล้ว เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นแค่ระยะของการวอร์มอัพเท่านั้น วันนี้เธอสามารถวิ่งได้เป็น 100 กิโลฯ ไม่ว่าจะ 100 กิโลเมตรบนถนน หรือ 100 กิโลเมตรบนเส้นทางเทรลที่ยากลำบากขนาดไหนเธอก็ทำได้ จนตอนนี้เธอสามารถวิ่งระยะทาง 100 กิโลเมตรได้อย่างสบายๆ และกลายเป็นนักวิ่งสาวอัลตร้าเทรลในที่สุด

อุ๊บอิ๊บ

สร้างความสุขในการวิ่ง

อุ๊บอิ๊บขยับการวิ่งขึ้นไปสู่ระยะทางที่ไกลกว่า จาก 10 กิโลฯ สู่ 21 กิโลฯ จนถึง 100 กิโลฯ ในเวลาไม่นานนัก  แต่กว่าจะมาถึงวันที่สะสมไมล์ถึง 100 กิโลเมตร เธอต้องผ่านความมีวินัยขั้นสุด การเอาชนะใจตัวเอง การบังคับจิตใจของตัวเองไม่ให้หยุดที่จะวิ่ง รวมถึงสร้างวินัยในการซ้อมและเรียนรู้การวิ่งที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เป็นอันตราย และที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างความสุขให้ตัวเองโดยการวิ่งไปในสถานที่ต่างๆ ได้พบปะผู้คนที่เป็นคอเดียวกัน คุยเรื่องเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายในการวิ่งเหมือนกัน ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา จนกลายเป็นก๊วนวิ่งก๊วนเดียวกัน จากวันเป็นเดือน จากเดือนผ่านไปเป็นปี ผ่านไป 2 ปี ผ่านไป 4 ปี จนถึงปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าเธอได้กลายเป็นนักวิ่งมาราธอนสาวแห่ง O2Max ที่น่าจับตามองที่สุดในวงการและเธอก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะยังคงทำสิ่งที่วิเศษและพิเศษที่สุดในชีวิตของเธอต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความรัก

อย่าไปฟังใคร ไม่ว่าใครคนนั้นจะบอกกับเราว่า เราทำได้ หรือเราทำไม่ได้
เราซึ่งเป็นเจ้าของร่างกายเท่านั้น ที่จะเป็นคนทำให้เขาปลดปล่อยความมหัศจรรย์นั้นออกมา

……ติดตามเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของการเป็นนักวิ่งมาราธอนสาว ‘อุ๊บอิ๊บ-ภคณีย์ บุรุษภักดี’ ได้ในหนังสือ ‘Run With Me’ โดยสำนักพิมพ์ Her Publishing เร็วๆ นี้ ทุกร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา