ผู้หญิงต้นแบบ รอยแผล รอยแผลเป็น แผลเป็น

ฉันรักในสิ่งที่ฉันเป็น! เบื้องหลังรอยแผลเป็น กับการสร้างคุณค่าในตัวเองที่ยิ่งใหญ่

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / ฉันรักในสิ่งที่ฉันเป็น! เบื้องหลังรอยแผลเป็น กับการสร้างคุณค่าในตัวเองที่ยิ่งใหญ่

แม่โบว์แวนด้า แวะมาบอกเคล็ดลับดูแลตัวเอง

เชื่อว่าไม่มีใครบนโลกนี้อยากให้มีรอยแผลเป็นเกิดขึ้นบนร่างกายของเราหรอก เพราะนอกจากจะทำให้ผิวพรรณไม่สวยงามแล้ว บางครั้งก็ถูกมองเหยียดจากสังคมราวกับตัวประหลาดน่ากลัว สร้างรอยแผลลึกยิ่งเข้าไปอีก ทำให้ Sophie Mayenne วัย 24 ปี ช่างภาพจากกรุงลอนดอน ทำโปรเจกต์เบื้องหลังบาดแผลขึ้น เพื่อให้คนที่มีรอยแผลเป็นได้มาบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของความเจ็บปวด ที่จะสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนทั่วไปที่มีต่อพวกเขา รวมถึงเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่รู้สึกสูญเสียความมั่นใจจากรอยแผล หรือมีประสบการณ์คล้ายๆ กับพวกเขา ได้กล้าเปิดเผยตัวตนและมีความสุขในการใช้ชีวิตยิ่งขึ้น

“เมื่อฉันเริ่มโครงการครั้งแรก ฉันตั้งหมายเป้าไว้เพียงว่า ถ้าฉันสามารถสร้างความแตกต่างให้กับบุคคลอย่างน้อยหนึ่งคนได้ฉันก็ประสบความสำเร็จแล้ว แต่เมื่อโครงการเติบโตขึ้น ฉันก็หวังต่อไปว่าโครงการนี้จะสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นและส่งต่อกำลังใจดีๆ ให้กับผู้อื่นต่อไป” กล่าว

ซึ่งบาดแผลในโปรเจกต์นี้มาจากหลายๆ เหตุการณ์ บางคนได้มาจากโรคภัยไข้เจ็บ กระบวนการทางการรักษา อย่างเช่น การผ่าตัดเต้านม การทำร้ายตัวเอง หรือ การที่บ้านไหม้ไฟ

1.Maya

“เมื่อช่วงหลายเดือนก่อนเป็นช่วงที่ท้าทายมากสำหรับฉัน ผิวของฉันโทรมลงอย่างหนัก ตั้งแต่ตอนอายุได้ 18 เดือนที่ฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคตุ่มน้ำพองใส หรือโรคเด็กผีเสื้อ ซึ่งเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ที่ไม่มีทางหายขาด การรักษาจึงทำได้เพียงพยายามป้องกันไม่ให้เกิดรอยโรคใหม่ รักษาแผลและตุ่มน้ำที่เกิดและป้องกันการติดเชื้อ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เราห้ามไม่ได้และอาการมันก็แย่ลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งลำพังตัวฉันก็ไม่มีเงินมากพอที่จะรักษา ฉันจึงหวังว่าเด็กที่เป็นโรคนี้ในอนาคตจะได้รับการรักษาที่ดีกว่านี้”

2.Mercy


“ฉันได้แผลนี้มาจากการถูกทารุณกรรมในครอบครัว ฉันถูกเผาเมื่อตอนอายุได้ 29 ปี และต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่ตอนนี้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันไปแล้ว เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันเป็นฉัน และถ้าการเปิดเผยมันจะช่วยใครสักคนได้ ฉันก็พร้อมจะทำ”

3.Agnes

“ในปี 1997 ตอนอายุ 7 ขวบ ฉันโดนแก๊สระเบิดใส่ ฉันเข้ารับการผ่าศัลยกรรม 27 ครั้ง ทุกวันนี้ฉันก็อยู่กับแผลเป็นนี้ได้สบายๆ มันสวยงามสำหรับฉัน และแม้ว่าใครจะว่าอย่างไร มันก็เป็นสิ่งสำคัญของฉัน”

4.Megan

“ตอนที่ฉันอายุ 14 ฉันช่วยม้าตัวหนึ่งชื่อว่า Fly แต่เช้าวันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังให้อาหารม้าในทุ่งนา มันพยายามจะเตะม้าตัวข้างหลังมัน แต่พลาดมาโดนที่หน้าด้านซ้ายของฉัน แผลที่ได้นั้นติดแน่นกับกระดูกแก้มของฉันมันเลยเห็นได้ชัดมาก และแม้ว่ารอยแผลเป็นจะไม่จางหายไป ฉันก็รู้สึกว่ามันสวยงามและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว”

5.Bintu

“ฉันโดนชาร้อนลวก ตั้งแต่ฉันอายุเพียง 11 เดือน เป็นผลทำให้เป็นแผลเป็นที่ไหล่ซ้ายลงไปจนถึงเต้านมซ้ายและกระเพาะอาหาร”

6.Isabella

“ฉันรู้สึกว่าตัวตนของฉันไม่สมบูรณ์ ฉันถูกเฉือนเนื้อออกไป เย็บ และปะเข้าใหม่ ทุกวันนี้ฉันก็ยังไม่รู้สึกเติมเต็ม ฉันโกรธที่ทั้งความทรงจำและความฝันเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นมันผสมปนเปไปกับปัจจุบัน เป็นเวลา 2 ปีกับอีก 2 วัน แล้ว และในวันนี้ฉันก็ยังไม่ดีขึ้น แต่ก็เชื่อว่าสักวันฉันจะเข้าใจและยอมรับมันได้”

7.Chloe

“ฉันเริ่มทำร้ายตัวเองเมื่ออายุ 13 ปี และได้ต่อสู้กับมันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัญหาเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเองเป็นเรื่องที่เลวร้ายยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แผลของฉันหนักมากจนศัลยแพทย์ทำอะไรไม่ได้ สิ่งเดียวที่คุณทำได้คือรักมัน รักให้มากที่สุดจนกว่าเรื่องแย่ๆ ซึ่งรอยแผลเป็นเหล่านี้ก็เล่าเรื่องราวชีวิตของฉันได้เป็นอย่างดี”

8.Sam

“ฉันถูกปืนพกลั่นใส่ตั้งแต่ฉันอายุได้ 14 ปี จนทำให้ฉันต้องนั่งรถเข็นมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งรอยแผลเป็นที่ติดตัวฉันมานั้นก็ทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น และจุดประกายความฝันที่อยากจะเป็นนักเทนนิส ฉันอยากเป็นนางแบบ ฉันก็ไปเป็นนางแบบ ทุกสิ่งทุกอย่างคือตัวฉัน แน่นอนว่ารอยแผลเป็นก็ด้วย”

9.Zuzanna

“ฉันเกิดมาโดยมีแขนติดกับลำตัว ตอนอายุหนึ่งขวบฉันได้รับการผ่าตัดแขนขวา หนึ่งปีต่อมาคุณหมอก็ผ่าที่แขนซ้าย  แต่โชคร้ายหน่อยที่ การผ่าตัดครั้งที่สองเกิดโรคแทรกซ้อนบางอย่างขึ้น และหมอก็ไม่รู้ว่ากระดูกแขนซ้ายของฉันไม่เหมือนกับข้างขวา พออายุได้ 15 ปี ฉันก็รู้สึกถึงความแตกต่างฉันจึงผ่าตัดอีกครั้ง โรคนี้ชื่อว่า Hemimelia และมีโอกาสเกิดแค่ 1 ใน 100,000 เท่านั้น แม้ว่าแผลนี้จะเคยเป็นปัญหาใหญ่กับฉัน แต่ทุกวันนี้ฉันคิดว่ามันก็คือส่วนหนึ่งของฉัน และไม่คิดจะซ่อนมันอีก เพราะรอยแผลนี้มันก็คือตัวจริงของฉัน”

10.Isabella


“ในฤดูร้อนฉันอยู่ในบ้าน แล้วไฟเกิดไหม้เสื้อผ้า ทำให้ผิวของฉันถูกไฟคลอกจนเป็นรอยแผลเป็น แต่ฉันก็ไม่เคยรู้สึกไม่ชอบมันนะ แต่มันสวยงามมาก”

ที่มา  www.boredpanda.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา