ยกนิ้วให้ ผู้หญิงคนแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สอบผ่าน Certified BMW Instructor  

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / ยกนิ้วให้ ผู้หญิงคนแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สอบผ่าน Certified BMW Instructor  

เมื่อความชอบชักชวนให้ คุณปุ๊ก ชไมพร ปภัสพงษ์ เลือกเส้นทางอาชีพเป็น Instructor หรือผู้อบรมการขับขี่อย่างถูกวิธี แม้ว่าเส้นทางนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ชอบแล้วก็คงไม่ยากเกินจะคว้าความสำเร็จนั้นมาอยู่ในมือ จนได้เป็น Instructor หญิงคนแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สอบผ่าน Certified BMW Instructor 

เริ่มรู้จักอาชีพ Instructor

ส่วนตัวเป็นคนที่โตมากับรถ เพราะคุณพ่อเป็นผู้จัดงาน Motor Expo สมัยนั้นก็จะได้ไปงานรถเป็นประจำทุกปี ทั้งที่เมืองไทยและที่เมืองนอก ตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่าตัวเองชอบรถ แต่เหมือนเป็นความผูกพันมากกว่า พอช่วงอายุ 18 ปี ได้ใบขับขี่มาก็เริ่มขับรถออกถนน ทำให้มีโอกาสเข้าไปเรียนฝึกขับรถกับ BMW Driver Training ได้เข้าไปรู้จักกับพี่ๆ ที่เป็น Instructor การได้ขับมากว่าบนท้องถนน มีการหมุนรถ มีการหักหลบ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรารู้ว่าตัวเองชอบขับรถมาตั้งแต่ตอนนั้น

จุดประกายสู่อาชีพ Instructor

จากนั้นอีกประมาณ 10 ปี ทาง BMW ได้นำโปรแกรม BMW Driver Training กลับเข้ามาเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง พี่ๆ ที่เป็น Instructor ก็กลับมารวมตัวกัน ก็ชวนให้เรามาช่วยสอน เราก็อยากลองดู จำได้ว่าเมื่อสิบปีที่แล้วตอนเราเป็นนักเรียน เราเห็นพี่ๆ Instructor เป็นเหมือน Passion ของเรา คิดว่ามันเท่ดี อยากที่จะลองเป็นแบบนั้นดู ทำให้เราอยากจะไปยืนอยู่ที่ตรงนั้น ก็เริ่มจากเก็บกรวยยาง ลงไปจัดสนาม ทั้งที่เป็นผู้หญิงคนเดียวในสนาม แต่กลับรู้สึกสนุกมากๆ

เส้นทางแห่งบททดสอบ

หลังจากเก็บกรวยยางอยู่ประมาณ 1 ปี พี่ๆ ก็แนะนำว่าให้ลองไปสอบเป็น Instructor ที่เยอรมันดูสิ จะได้เข้าใจหลักสูตรได้ดีขึ้น ซึ่งโปรแกรมการเรียนจะแบ่งเป็นภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ คือ จะเรียนภาคทฤษฎีช่วงเช้า พักกินข้าว 1 ชั่วโมง ช่วงบ่ายก็จะเรียนภาคปฏิบัติ คือ จะเรียบแบบนี้ตลอด 2 อาทิตย์ และวันสุดท้ายก็จะเป็นการสอบ ตอนนั้นคิดว่าเราน่าจะได้เปรียบคนอื่นเพราะเราผูกพันกับโปรแกรมนี้ค่อนข้างมาก เราเคยขับแบบนี้ สนามแบบนี้ ก็คิดว่าน่าจะโอเค ก็เลยตัดสินใจบินไปสอบที่เยอรมัน

เมื่อของจริงไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

แต่พอไปถึงวันแรกก็เรียนฟิสิกส์ก่อนเลยค่ะ แล้วเนื้อหาที่เรียนเป็นเรื่องของเครื่องยนต์ทั้งหมด เรานี่อ้าปากค้างเลยว่ามันคืออะไร เราชอบขับรถแต่ความรู้เรื่องพวกนี้ไม่มีเลย พอถึงภาคปฏิบัติคิดว่าสบายมาก เพราะเราเคยผ่านวิธีเรียนทั้ง 5 สถานีมาแล้ว คือ หักหลบโดยไม่เบรก เบรกแล้วก็หักลบ ตัววาย จับเวลาสลาลม แต่อันสุดท้ายคือดริฟท์ 4 รอบติด ซึ่งสกิลเราทำได้แค่แก้ตอนเวลารถหมุนได้อย่างเดียว ดริฟท์รอบเดียวเรายังทำไม่ได้เลย สรุปเป็นเราที่อ่อนสุด เพราะทุกคนที่มาสอบผ่านประสบการณ์กันมาเยอะมาก ดริฟท์กันได้หมดทุกคนเลย ตอนนั้นทั้งเหงาและกดดัน

บททดสอบชี้ชะตา

ก่อนสอบเราก็อ่านหนังสือกระจุยกระจายมาก ช่วงเช้าสอบข้อเขียนผ่านไปด้วยดี พอช่วงบ่ายสอบขับ คะแนนก็ไม่ถึง เพราะเราเอาแต่ซ้อมขับดริฟท์อย่างเดียว อย่างอื่นคิดว่าเราทำได้อยู่แล้ว ปรากฏว่ารถที่นั่นเป็นพวงมาลัยซ้ายวิธีกะระยะเลยเป็นคนละเรื่องกัน ขับชนแหลกเลย สุดท้ายก็สอบไม่ผ่าน ยังดีที่มีโอกาสสอบซ่อมได้ 1 ครั้ง ให้เลือกสอบที่เยอรมันหรือที่จีนก็ได้ เราคิดว่าจีนน่าจะดีกว่าเลยบินไปเมืองจีนเลย ทั้งๆ ที่ก็ยังไม่ได้ซ้อมอะไรมากมาย และก็เป็นการตัดสินใจที่ผิดมาก เรื่องแรกคือ ถนนที่จีนคนละเรื่องกับที่เยอรมัน เรื่องที่สองคือ รถที่ใช้สอบในเมืองจีนยาวกว่าที่เคยใช้ 7 ซม. และเรื่องที่สามคือเวลาซ้อมน้อยมาก ให้ลองจับรถ 15 นาทีแล้วสอบเลย สุดท้ายก็ไม่ผ่านอีก ก็ต้องกลับเริ่มใหม่หมด

อะไรที่ชอบแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ

ตัดสินใจจะกลับไปสอบที่เยอรมันอีก ที่สู้เพราะว่ามันเป็นความฝันของเรา คิดว่าถ้าเรายังไม่ดีพอเราก็ต้องฝึกให้ดีพอ มันต้องได้นะ เพราะเรารู้แล้วว่าอะไรที่เราพลาด ตอนนั้นเรารู้ตัวเองแล้วว่าเราชอบ ตอนที่ฝึกพรีเซนต์ทำให้ยิ่งรู้ว่าเราชอบอาชีพนี้ นี่คือแนวทางของเรา แล้วการกลับไปอีกปี คราวนี้เราแค่ต้องโฟกัสเรื่องการขับให้ดีขึ้น ก็เหมือนกับว่าเราได้เปรียบด้วยเพราะเราเคยผ่านมาแล้วปีหนึ่ง

ท้าทายกับสิ่งที่ชอบอีกครั้ง

ก่อนไปอีกปีเราก็ซ้อมขับอย่างเดียว ซ้อมหนักมาก ระหว่างนั้นก็ยังได้ฝึกสอนจริงๆ ด้วย ถึงเตรียมตัวมาอย่างดีแต่วันสอบก็ยังมีลุ้นเหมือนกัน ต้องสอบทั้ง 5 ด่านให้ได้ 37 คะแนนถึงจะผ่าน  คิดว่าสอบ 4 ด่านที่เราคุ้นอยู่แล้วเราต้องได้ 37 คะแนนแล้วแน่ๆ ด่านสุดท้ายจะได้ไม่ต้องกดดัน ปรากฏว่า 4 ด่านแรกดันได้ 36 คะแนน แล้วต้องมาสอบสลาลมเป็นด่านสุดท้าย มีโอกาส 4 รอบ รอบแรกเวลายังไม่ถึง รอบที่สองขับเลย รอบที่สามก็พลาดอีก พอรอบสุดท้ายก็ทำได้ แต่เรายังไม่รู้คะแนน เพราะครูจะเป็นคนบอก เราก็ลุ้นมากๆ แล้วครูก็เดินหน้าเครียดมาหาเราแล้วบอกว่า “คุณรู้ใช่ไหมว่าคุณต้องได้อีกกี่คะแนน” เราก็บอกว่า “คะแนนเดียว” ครูก็บอกว่า “คุณได้ 2 คะแนน” เราก็กรี๊ดแตกเลย

การเปลี่ยนแปลงหลังความสำเร็จ

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เรามีความมั่นใจต่อลูกค้ามากขึ้น เหมือนคำว่า The Ultimate JOY Experience* คือการได้เห็นลูกค้ามีความสุขจากการที่เขาได้ขับ จากการที่เค้าทำได้ เราดีใจทุกครั้งที่ลูกค้าเดินมาบอกว่า “ขอบคุณนะทำได้แล้ว” การทำให้ลูกค้าขับรถได้ปลอดภัยขึ้นมันก็คือความสุขของเราจริงๆ เพราะส่วนหนึ่งของการมีความสุข นั่นก็คือแกนหลักของโปรแกรม The Ultimate JOY Experience


The Ultimate JOY Experience คือโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับเจ้าของรถยนต์ BMW ซึ่งจัดกิจกรรมอบรมการขับขี่ BMW Driving Experience ที่คุณปุ๊กเป็นหนึ่งในผู้ฝึกสอนหลัก

คลิปเรื่องราวของคุณปุ๊ก ชไมพร ปภัสพงษ์ #BMWstories ที่ถ่ายทอดความผูกพันที่ผู้คนมีต่อ BMW

พบกับรถยนต์  BMW 503 ของคุณปุ๊กได้ในงาน #รวมพลคนมีเรื่อง #BMWstories ในวันเสาร์ที่ 8 ก.ย. นี้ พร้อมกิจกรรมสนุกสนานมากมาย อาทิ  อาหารเครื่องดื่มสไตล์ Food Truck และมินิคอนเสิร์ตจาก ป๊อด ธนชัย ได้ตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ลาน Square A, CentralWorld

ขออนุญาตใช้เนื้อหา