“เส้นเลือดขอด” หมายถึง หลอดเลือดดำที่โป่งพองผิดปกติ มักเกิดบริเวณขา ตั้งแต่ตาตุ่มขึ้นไปถึงสะโพก และพบบ่อยตรงบริเวณน่อง ปกติหลอดเลือดดำที่ขามีหน้าที่นำเลือดดำจากขากลับสู่หัวใจโดยอาศัยแรงบีบของกล้ามเนื้อบริเวณขา บีบเลือดต้านทานแรงถ่วงของโลกให้ไหลกลับเข้าสู่หัวใจทั้งนี้โดยมีลิ้นเล็ก ๆ อยู่ภายในหลอดเลือดดำเป็นช่วง ๆ คอยช่วยกั้นมิให้เลือดดำไหลย้อนกลับลงไปที่เท้า
mthai.com/upload_images/1/healthweb-19.jpg” align=left vspace=20 border=0>
สาเหตุที่เกิดเส้นเลือดขอด เกิดจากความผิดปกติของลิ้นเล็ก ๆ ภายในหลอดเลือดดำ ไม่สามารถกั้นการไหลย้อนกลับของเลือดได้ จึงทำให้เลือดไหลย้อนลงมาคั่งอยู่ในหลอดเลือดส่วนปลายด้านล่างของขา ได้แก่ ส่วนที่อยู่ใกล้ผิวหนัง ทำให้เห็นเส้นเลือดโป่งพองเป็นสีคล้ำ ๆ เส้นเลือดขอดพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 3 เท่า และมักพบในคนอ้วน ผู้ที่มีอาชีพต้องยืนนาน ๆ หรือยกของหนัก รวมทั้งหญิงมีครรภ์มักมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าคนทั่วไป เส้นเลือดขอดเป็นโรคที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง
อาการ
แบ่งเป็น 3 ระยะ
1. ระยะแรก
– ปวดเมื่อยตามน่อง
– ปวดในเข่าโดยไม่ทราบสาเหตุ
2. ระยะปานกลาง
– มีเส้นเลือดพองบริเวณขาหนีบ
– ผิวหนังเปลี่ยนสีเป็นจุด ๆ และมีเส้นเลือดฝอยมากขึ้น
– อาจมีเลือดออกใต้ผิวหนัง ถ้าเส้นเลือดขอดแตก
3. ระยะเป็นมาก
– ผิวหนังแตกเป็นแผลถลอก
**โรคแทรกซ้อนที่พบ คือผิวหนังในบริเวณที่มีเส้นเลือดขอดแตกกลายเป็นแผลเรื้อรัง ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็งได้**
การรักษา
1. แนะนำ ให้ใส่ถุงเท้าที่ทำด้วยผ้ายืด เพื่อบีบหลอดเลือดให้แฟบ และยกขาสูงเป็นครั้งคราว
2. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดขอด เพื่อให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตัน แต่วิธีนี้เส้นเลือดอาจกลับมาขอดใหม่ได้
3. ในรายที่เป็นมากควรทำการผ่าตัดเพื่อให้หายขาด
การป้องกัน
1. ควรหลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งห้อยเท้านาน ๆ พยายามนั่งหรือนอนยกเท้าสูง เพื่อช่วยให้เลือดไหลเข้าสู่หัวใจดีขึ้น
2. คนอ้วนควรลดน้ำหนัก
3. ควรใส่ถุงเท้ายืด หรือถุงน่อง หรือใช้ผ้าพันแผลชนิดยืดพันรอบปลายเท้าขึ้นมาถึงใต้เข่า ระหว่างที่ต้องยืนนาน ๆ
รู้แล้วใช่ไหมว่ามันสำคัญจริงๆและไม่ใช่เรื่องเล็กด้วยรักษาและป้องกันกันดีละ จะได้มีขาเนียนสวยไว้อวดคนอื่นเค้า ยิ่งช่วงนี้
เทรนด์ขาสั้นกำลังมาแรงด้วย