การดูแลความรัก คู่รัก คู่รักนักวิ่ง

เหนื่อยขนาดไหน ยังหวานได้ขนาดนี้ คู่รักมาราธอน สัญญาจะวิ่งเคียงกันจนเข้าเส้นชัย 

Home / คู่รัก / เหนื่อยขนาดไหน ยังหวานได้ขนาดนี้ คู่รักมาราธอน สัญญาจะวิ่งเคียงกันจนเข้าเส้นชัย 

เชื่อมั้ยเหงื่อยังหวาน ท่ามกลางงานวิ่งระดับเวิล์ดเมเจอร์อย่าง BMW Berlin Marathon 2018 ที่นักวิ่งจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อหมายจะพิชิตขีดจำกัดของตัวเอง แต่คู่ของคุณแชมป์สิริวัฒน์ และคุณปุยจตุพร ด่านกุล สมาชิกทริป BMW Berlin Marathon 2018-#MissionBerlin ได้เปลี่ยนบรรยากาศสนามมาราธอนสุดหินแห่งนี้ให้หวานมากขึ้นอีกเท่าตัวเพราะภาพของคู่สามีภรรยาที่วิ่งเคียงกันไปตลอดทางคอยดูแลกันและกันพร้อมจูงมือเข้าเส้นชัยในเวลาที่เท่ากันเป๊ะๆ

ทั้งสองคนช่วยเล่าประสบการณ์ใน BMW Berlin Marathon 2018 กับทริป BMW Berlin Marathon 2018-#MissionBerlin ที่ผ่านมา

คุณแชมป์: ประทับใจมากครับ เป็นฟูลมาราธอนครั้งแรกของเราสองคน ระหว่างทางวิ่งก็คอยถามไถ่กันตลอด ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 5 กิโลเมตรที่ 10 นอกจากนี้เรายังประทับใจเพื่อนร่วมทริปทุกคน เป็นกันเองและน่ารักมากๆ เรารู้สึกโชคดีมากที่ได้มาเที่ยวและได้วิ่งมาราธอนระดับเวิล์ดเมเจอร์ในเวลาเดียวกัน

เป้าหมายการวิ่งมาราธอนครั้งนี้คืออะไร

คุณปุย: เราตั้งใจว่าเราต้องเข้าเส้นชัยพร้อมกัน เราอยากจบมาราธอนครั้งแรกภายในเวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง และเราก็ทำเวลาได้ดีกว่าที่คิด คือ เข้าเส้นชัยพร้อมกันที่เวลา 4 ชั่วโมง 49 นาที พอเข้าเส้นชัยมาแล้วดีใจมากๆ กอดกันร้องไห้เลย (หัวเราะ) โทรไปบอกลูกๆ ทั้งสองคนที่รอเชียร์อยู่ที่บ้าน เราอยากเอาเหรียญไปฝากเขาคนละอัน

ช่วงที่เหนื่อยหรือท้อในสนามให้กำลังใจกันอย่างไร

คุณแชมป์: พอดูท่าทางปุยไม่ค่อยดีหรือหายใจไม่ทัน ก็จะแวะกินน้ำหรือเดินบ้าง ดูแลกันตลอดทาง บางทีปุยเขาให้ผมวิ่งนำไปก่อน เพราะว่าเขาไม่ค่อยไหว เขาบอกว่าเผื่อผมจะทำเวลาได้ดีกว่าที่ตั้งเป้ากันไว้ แล้วเขาจะวิ่งตามไป แต่ผมก็เป็นห่วงอยู่ดี กลัวปุยวิ่งไม่ไหวระหว่างทาง ผมก็คงไม่มีใจวิ่งเท่าไรด้วย ถ้าไม่ไหวจริงๆ เราก็ไม่ต้องเข้าเส้นชัยทั้งคู่ เราก็เดินไปด้วยกันเรื่อยๆ แต่สุดท้ายเราก็ทำได้

คุณปุย: ประมาณกิโลเมตรที่ 37-38 ปุยเริ่มหายใจไม่ค่อยทัน พี่แชมป์บอกให้เดินก่อน เราก็พยุงกันไป พอเข้าเส้นชัยแล้วกลายเป็นพี่แชมป์เดินไม่ไหว (หัวเราะ) เราก็พยุงกันเดินไปต่อ

การวิ่งครั้งนี้รู้สึกประทับใจอะไรในกันและกัน

คุณปุย: เรารู้สึกว่าที่ซ้อมด้วยกันมาทั้งหมดมันคุ้มค่า ตัวปุยเองก็ตั้งใจซ้อมเพื่อให้พี่แชมป์เข้าเส้นชัยได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะถ้าเขาไปวิ่งคนเดียวเขาทำได้อยู่แล้ว พอเราอยากไปวิ่งด้วยก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะทำเวลาได้ตามเป้าไหม เพราะพี่แชมป์เขาไม่ทิ้งเราแน่นอน

คุณแชมป์: ตอนแรกผมไม่คิดว่าปุยจะวิ่งไหว ไม่เคยคิดว่าเขาจะมาวิ่งไกลแบบมาราธอนได้ขนาดนี้ พอเข้าเส้นชัยรู้สึกดีใจมาก ประทับใจที่เขาตั้งใจมาวิ่งกับเรา เพราะผมเป็นคนอยากมาวิ่งที่สนามนี้

เริ่มต้นมาวิ่งมาราธอนด้วยกันได้ตอนไหน

คุณปุย: จริงๆ ปุยเริ่มวิ่งก่อน เพราะได้แรงบันดาลใจจากตอนไปเที่ยวอเมริกาเมื่อประมาณสองหรือสามปีที่แล้ว ปุยเห็นผู้หญิงหลายคนวิ่งจริงจังเยอะมาก พอกลับมาเราก็ตัดสินใจลองวิ่งดูบ้าง พี่แชมป์ก็คอยสนับสนุนเราตลอด ซื้ออุปกรณ์การวิ่งต่างๆ ให้ แล้วฝึกซ้อมจนจบฮาล์ฟ มาราธอน หลังจากนั้นก็ชวนพี่แชมป์มาวิ่งด้วยกัน แล้ววิ่งมาด้วยกันตลอดทุกรายการ

ปกติใช้เวลาร่วมกันมากแค่ไหน

คุณปุย: จริงๆ เราทำกิจกรรมร่วมกันตลอด เช่น ตีแบด ตีเทนนิสกับลูกๆ แต่พอมาวิ่งด้วยกันอย่างจริงจัง ทำให้เราได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น

คุณแชมป์: จริงครับ ปกติผมออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่ไปตีกอล์ฟ ปั่นจักรยานคนเดียวมากกว่า พอได้มาซ้อมวิ่งด้วยกันตามตารางของครูดิน สถาวร อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติที่มาเป็นโค้ชพิเศษให้ทริปนี้ เราได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นเยอะเลย ตื่นเช้าตั้งแต่ตีสี่ไปวิ่งด้วยกัน ช่วยกันลากตัวเองออกจากเตียง (หัวเราะ) ปกติปุยเป็นคนตรงต่อเวลามากกว่าผม ถ้าผมไปวิ่งคนเดียวคงไม่ได้ซ้อมจนวิ่งได้จบแบบนี้

มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง หลังจากมาวิ่งด้วยกัน

คุณปุย: ปุยรู้สึกว่าแข็งแรงขึ้น หุ่นดีมากขึ้น ต้นขาเล็กลง เพื่อนๆ ก็ชมว่าหุ่นดูมีทรวดทรงมากขึ้น (หัวเราะ)

คุณแชมป์: ผมแข็งแรงมากขึ้น ปีที่แล้วป่วยหนักมาก จนนอนโรงพยาบาลไปหลายวัน น้ำหนักลดลงไปเยอะ  พอหายดีแล้วก็ออกกำลังกายด้วยการวิ่งมาเรื่อยๆ จนฟื้นร่างกายได้แข็งแรงเหมือนเดิม

นอกจากเรื่องของสุขภาพ ความสุขของการได้วิ่งด้วยกันคืออะไร

คุณปุย: ความสุขคือเราได้ดูแลกัน ตอนแรกปุยไม่คิดว่าจะวิ่งระยะยาวขนาดนี้ แต่มาวิ่งด้วยเพราะกลัวว่าพี่แชมป์จะวิ่งไม่ไหว แล้วไม่มีคนดูแล จึงตัดสินใจมาวิ่งด้วยกัน เพราะถ้าเป็นอะไรไป เราก็จะได้ดูแลกัน ตั้งแต่ตอนซ้อมเราก็ช่วยดูแลกันมาตลอด พี่แชมป์คอยเตรียมน้ำ เตรียมเจล เตรียมอาหารไว้ให้ วางไว้ตามจุดต่างๆ ถ้าเราวิ่งคนเดียว คงไม่มีคนดูแลแบบนี้แน่ๆ

คุณแชมป์: เรายังคุยกันว่าถ้าไปวิ่งคนเดียวคงวิ่งไม่จบแน่ๆ ที่วิ่งมาราธอนจบได้ เพราะมีคนวิ่งเป็นเพื่อนและให้กำลังใจกันไปตลอดทาง

ทริป BMW Berlin Marathon 2018-#MissionBerlin คือประสบการณ์สุดพิเศษที่โปรแกรม The Ultimate JOY Experience มอบให้สมาชิกผู้ชื่นชอบการวิ่ง โดยนอกจากจะจัดตั๋วงานวิ่งระดับโลกที่หาตั๋วได้ยากมากมาให้แล้ว ยังมีจัดเทรนนิ่งพิเศษโดย อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติไทย ครูดิน–สถาวร จันทร์ผ่องศรี เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกทริปทุกคนอีกด้วย สิทธิพิเศษสำหรับ สมาชิก The Ultimate JOY Experience เท่านั้น หากไม่อยากพลาดประสบการณ์สุดพิเศษแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ Facebook/BMWUltimateJOY

 

       

 

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา