เผลอแว้บเดียว มาถึงเดือน กรกฎาคม แล้ว ภารกิจต่อไปก็ จัดแบล็กดรอปและโฟโต้แกลลอรี่!! วันหยุดต้องใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด และคุมงบให้ได้มากที่สุดเช่นกัน โชคดีของเราอีกอย่างก็คือ เจ้าบ่าว นางพอจะเขียนโปรแกรมออกแบบ Autocad ได้ นางก็วางแผนเลยจะวางรูปหรือพร้อพไว้ตรงไหนบ้าง ขนาดแบล็กดรอปที่เราใช้คือ กว้าง 3.50 x 2.20 เมตร ส่วนโฟโต้แกลลอรี่ ทำเล็กพอๆ เพราะสถานที่หน้างานไม่กว้างมาก 2.30 x 2.20 เมตร


ขั้นต่อไปก็เตรียมพร็อบแต่งงาน แนว rustic wedding ก็หาดูๆ รูปงานของฝรั่ง ตาม pinterest และของไทยที่เคยจัดและรีวิวกันมา ชอบรูปไหนก็เซฟไว้มาเป็นแนวทาง เอาของพวกลังไม้ กรอบรูปเก่าๆ ตุ๊กตา ที่มีอยู่บ้านและจิ๊กมาจากที่ทำงานมารวมๆ กันไว้ แล้วก็ไปช้อปปิ้งที่สวนจตุจักร พวกหญ้าเทียม ดอกไม้แห้ง ลังไม้ทรงเก๋ๆ ประหยัดไปได้เยอะเลย

และด้วยความเป็นเด็กช่างกลของเจ้าบ่าว นางก็เลยพอจะมีฝีมืองานไม้อยู่บ้าง ก็เกณฑ์มาช่วยทำ แถมนางก็ดี๊ดีพาไปซื้อพวกไม้พาเลท แถวปทุมธานี อีกด้วย รวมประมาณ 2,500 บาท แล้วก็มาช่วยกันอออกแบบประกอบเป็นรูปเป็นร่างให้อีก ทำกันทั้งวันจนเสร็จ (ซึ้งใจสุดๆ)

ส่วนเรื่องดอกไม้และต้นไม้สำหรับงานเย็น งานเราไม่เน้นไปที่ซุ้มดอกไม้เว่อร์ๆ เราแค่จัดพอมีสไตล์ตามแบบ Rustic โดยเน้นซื้อเป็นต้นไม้แทน ง่ายดียกมาทั้งต้น โดยซื้อใกล้ๆ วันงาน ต้นไม้ที่ซื้อก็มี ฟอร์เก็ตมีน็อต ต้นหลิว พุดศุภโชค ไทรเกาหลี ต้นแก้ว พวกไม้ใบกระถางเล็กๆ ต้นกระบองเพชร ซื้อแถวตลาดต้นไม้บางใหญ่ เสร็จงานก็เอามาวางที่บ้านได้อีก ส่วนพร็อพกระถางต้นไม้เล็กๆ ตุ๊กตาตกแต่ง ก็เอาจากที่บ้านนี่แหละค่ะ

ต่อจากนั้น ไนซ์กับต๊อบมาคัดรูปพรีเว็ดดิ้ง แล้วก็มาลองออกแบบจัดวางดูค่ะ ส่วนกรอบรูปบางส่วนที่ใช้ในโฟโต้แกลลอรี่ เราก็มาทำกรอบลอยเองค่ะ ก็ดูอาร์ทดี

*วิธีการก็ง่ายๆ แค่ไปซื้อกระดานวาดรูป แผ่นละประมาณ 20 บาท (เลือกตามขนาดรูปที่จะอัด) ห่วงแขวน (จากร้านทำกรอบรูป) ตัวละประมาณ 2 บาท แล๊กซีนสีน้ำตาล (แถบเล็ก) ประมาณ 20 บาท จากนั้นก็เอารูปที่อัดมาแล้ว พ่นสเปรย์กาวที่ด้านหลังรูป (ห้ามใช้กาวสองหน้าเด็ดขาด เพราะมันจะพอง) แล้วก็ค่อยรีดลงบนแผ่นไม้อัด แต่หากหาซื้อกระดานตามขนาดรูปไม่ได้ก็ต้องออกแรงเลื่อยกันหน่อยค่ะ

จากนั้น เราก็ตกแต่งหน้าแบล็กดรอปและโฟโต้แกลลอรี ที่เราได้ออกแบบกันไว้ พร้อมถ่ายรูปช็อตต่อช็อต เพื่อที่จะทำให้เราเห็นภาพวันจริงมากขึ้นค่ะ และง่ายการจัดสถานที่ในวันงานที่ต้องขอแรงเพื่อนและญาติๆ มาช่วยกันทำให้งานของเราออกมาเพอร์เฟกต์

*หลายคนคิดว่าทำไม่ไม่เช่า หรือจ้างคนจัดไปเลย จะทำให้เหนื่อยทำไม !!!
ตอบ… เราอยากจัดงานแต่งงานด้วยตัวเองค่ะ ใช้พอเงินเก็บที่มี และงานเรางานเล็กๆ ค่ะ ไม่อยากจ้างออแกไนซ์ เราจึงยึดคติว่า “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” และที่สำคัญ เสียเงินหลายหมื่น แต่ไม่ได้ของกลับบ้านสักชิ้นเดียว จบงานจบกันสูญเปล่า เรากะว่าของที่ซื้อมา หรือทำมานั้นเราชอบจึงซื้อมา พอเสร็จงานเราจะเอาไปแต่งบ้านต่อเลยคุ้มแน่นอนค่ะ ได้สวนสวยๆ จากฝีมือสามี มาเพิ่มด้วย ต้นแก้ว ที่ปลูกในงาน ก็กลับเอามาปลูกที่บ้าน เห็นมันออกดอกทีไรก็ชื่นใจ ภาพความสุขวันในนั้นมันก็ย้อนกลับมา จนอดอมยิ้มไม่ได้ ^^

ไม้ที่ทำแบล็กดรอป และต้นไม้ทุกต้นที่ตกแต่งในงาน เราก็แปลงมาเป็นสวนแนวตั้ง และก็รั้วไม้ตกแต่งสวนเก๋ๆ ค่ะ จากฝีมือสามี

พอมาถึงวันงาน ก็นัดช่างแต่งหน้ามาตั้งแต่ตี 2 แถมป่วยอีก เพราะก่อนหน้าลุยแดดลุยฝนมากไปหน่อย ก็ต้องอัดยาไปเลยค่ะ แต่เมื่อพิธีเริ่มขึ้นก็หายไข้เป็นปริดทิ้งเลยคร่าา พลังมาๆ (ฮ่าๆ) ในส่วนของงานเช้าก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก มีแต่อากาศที่ร้อนไปนิด แต่ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็จัดชุดไทยมาเต็ม หล่อสวยทุกคนค่ะ อิอิ





ส่วนงานเย็น สถานที่และอาหารเครื่องดื่ม ทางสโมสรก็ดูแลให้เรียบร้อยไม่มีปัญหา ทั้งแม่ น้า และเพื่อนเจ้าสาว ก็ทำหน้าที่เป็นออร์แกไนซ์ช่วยดูแลความเรียบร้อยในงานให้เป็นอย่างดี งานก็ราบรื่นบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทั้งเจ้าบ่าว เจ้าสาว ก็โชว์สเต็ปทั้งร้องทั้งเต้นกันมันส์เลยจ้า มีความสุขสุดๆ




แขกที่มางานก็ชมว่างานของเราน่ารักดี จัดได้ดีมาก อาหารอร่อย เราก็แบบยิ่งรู้สึกมีความสุขและภูมิใจในตัวเองและสามีฝุดๆ ที่สู้กันมา จัดเองคิดเอง ลุยทุกอย่าง ตั้งแต่คิดธีมงาน ออกแบบการ์ด ลิสต์รายชื่อแขก เขียนสคริปต์ ประสานงานกับเพื่อน ลิสต์รายชื่อเพลง ทำแบล็กดรอป เรียกได้ว่าทำสากกะเบือยันเรือรบ (ฮ่าๆ) จนมีวันที่สำคัญที่น่าจดจำขึ้นมาได้

แอบทำช่อบูเก้ให้เพื่อนเจ้าสาวถือเข้างาน

สุดท้ายนี้ ไนซ์และต๊อบ ก็หวังว่ารีวิวนี้ จะเป็นแนวทางสำหรับใครที่กำลังจะจัดงานแต่งงานด้วยตัวเองนะคะ ใครที่งบน้อยก็ไม่ต้องเครียดไปค่ะ ค่อยๆ คิดและคุยกับคู่ของคุณอย่างเข้าใจ อะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดๆ ออกไปบ้างก็ได้ อย่าไปยึดติดกับคำว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิต” เพราะชีวิตหลังจากนี้มันยิ่งใหญ่กว่านั้นค่ะ เรามีน้อย(งบ)ก็จัดงานอย่างพอเพียง ไม่ต้องเว่อร์วัง จนทำให้ตัวเองเป็นหนี้สิน แล้วแต่กำลังของแต่ละคู่ ส่วนคู่ของเราเท่านี้ก็ได้ประหยัดสุดๆ แล้วคร่าา..
และจงจำไว้ว่าไม่ว่างานจะใหญ่หรือเล็ก สิ่งที่จะทำให้แขกประทับใจก็คือ ความสุขของคุณทั้งคู่ที่ส่งผ่านออกมานั่นเองค่ะ ^^









