พิมพ์ พิมพ์มาดา ยิ้มสู้มะเร็ง กายป่วยแต่ใจอย่าป่วย แล้วเราจะหายไปพร้อมๆกัน

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / พิมพ์ พิมพ์มาดา ยิ้มสู้มะเร็ง กายป่วยแต่ใจอย่าป่วย แล้วเราจะหายไปพร้อมๆกัน

หลังจากที่ สาวพิมพ์ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ได้เปิดเผยว่า ตนเองกำลังต่อสู้กับการรักษาตัว โดยการทำคีโม เพื่อกำจัดความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ จากการผ่าตัดเนื้องอกในรังไข่ ด้วยการทำคีโม 6 ครั้ง นำไปสู่ความตกใจทั้งแฟนๆและเพื่อนร่วมวงการมากมาย แต่ภาพที่ทุกคนเห็นนั้น ตรงกันข้ามกับความตกใจที่ได้รับรู้ว่า สาวน้อยผู้ร่าเริงคนนี้ กำลังเป็นมะเร็ง เพราะรอยยิ้มและแววตาแห่งความสุข เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจและความเข้มแข็ง จนทำให้วันนี้ เธอต่อสู้จนหายดี และพร้อมที่จะเล่าเรื่องของตนเอง เพื่อส่งต่อกำลังใจ ให้กับผู้ที่กำลังเผชิญโรคร้าย เหมือนที่เธอผ่านมันมาได้แล้ว

pimmada-8

พิมพ์ เล่าว่า เธอเริ่มมีอาการมาจากการ ปวดท้องประจำเดือน ที่ผู้หญิงหลายคนเป็น แต่มันนำพาเธอไปสู่ มะเร็งรังไข่

พิมพ์ : เริ่มต้นมาจาก พิมพ์เริ่มสังเกตเห็นว่า ท้องบวมกลมแล้วก็แข็งมาก และตามมาด้วยรู้สึกปวดท้องหน่วงๆ เหมือนเวลาปวดท้องประจำเดือน ทั้งๆที่ตอนนั้นประจำเดือนหมดไปแล้ว เลยรู้สึกว่าร่างกายเริ่มผิดปกติล่ะ ก็เลยตัดสินใจไปหาหมอเพื่อตรวจ ครั้งแรกที่ไปตรวจคุณหมอก็บอกเลยว่า ผิดปกติแน่นอน เพราะว่าแค่ให้นอนหงายราบลงดู ท้องก็ป่องขึ้นมาแล้วก็แข็งด้วย คุณหมอก็ถามว่า ทำไมไม่สังเกตตัวเอง ปล่อยให้มันใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง เพราะตอนนี้มันใหญ่ขนาดนี้แสดงว่า มันอยู่ในร่างกายเรามานานแล้ว สรุปว่า เป็นเนื้องอกที่อยู่่ในรังไข่ มีขนาดประมาณ 18 เซนติเมตร คือใหญ่มาก ก็ต้องรีบทำการรักษาทันทีด้วยการผ่าตัดออกเลย

…..ตอนแรกเราก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ ใครๆก็เป็นเนื้องอกกัน ก็น่าจะจบการรักษาด้วยการผ่าตัด เพราะเนื้องอกในมดลูกหรือในรังไข่ ก็เกิดขึ้นได้ตามปกติกับใครหลายๆคน แต่ด้วยความที่มันมีขนาดใหญ่มาก คุณหมอเลยไม่ไว้ใจ เลยนำเนื้องอกที่ผ่าออกมาไปตรวจอย่างละเอียด จนกระทั่งพบว่า มันมีเซลล์มะเร็งขั้นที่ 1 อยู่ แต่คุณหมอบอกอย่าเพิ่งตกใจมาก เพราะมะเร็งสมัยนี้ รักษาหายได้ หากรู้เร็ว อย่างพิมพ์ เพิ่งเริ่มต้นเป็นขั้นที่ 1 คือคุณหมอก็อธิบายให้ฟังว่า มะเร็งขั้นที่ 1 เนี่ย มันเสมือนกับว่า อยู่ในแคปซูลยังควบคุมได้ ยังกำจัดมันออกไปได้ เพราะมันยังไม่ได้แตกกระจายออกมาในร่างกาย เพราะฉะนั้นมีสิทธิ์รักษาให้หายได้ แต่ต้องรีบทำคีโม คือรีบฆ่าเซลล์ร้ายพวกนี้ให้ตายให้หมด เพราะเราไปผ่าตัดมันออกมาแล้ว มันก็อาจมีความเสี่ยงที่เชื้อจะกระจาย


…..แต่หลังจากที่คุณหมอบอกผลว่า เราเป็นมะเร็งก็ช็อค หูดับ ใจสั่น มือไม้อ่อนไปหมด คิดไปต่างๆนานา ว่าเราจะตาย แล้วก็คิดเรื่องการทำคีโม กลัวต่างๆนานา ก็เริ่มไปปรึกษาคุณหมอหลายๆที่ ว่ามีวิธีรักษายังไงได้บ้าง เพราะไม่อยากทำคีโม แต่พอไปหาหมอหลายๆที่ ก็ได้รับคำตอบเหมือนกันหมดคือ ต้องทำ คีโม

….
…..คุณหมอบอกว่า หากอายุเยอะกว่านี้ ไม่ทำก็ได้ เพราะว่าถ้าอายุมากแล้ว ร่างกายอาจจะรับคีโมไม่ไหว แต่ในเคสพิมพ์ยังถือว่าอายุน้อยอยู่ ตัดสินใจทำคีโมตอนนี้เพื่อให้มีชีวิตต่อไปได้อีกยาวๆ เพราะมีโอกาสหายถึง 90 % แต่ถ้าไม่ทำเนี่ย คุณหมอก็ไม่รับรองผล คุณหมอบอกว่า ใน 5 ปีนี้ อาจจะใช้ชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่มีอาการ แต่หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น คุณหมอก็ไม่สามารถการันตีได้

pimmada-1
***เริ่มทำคีโมครั้งแรก ตอนต้นเดือน พฤศจิกายน 58 ( คือหลังจากฟื้นตัวที่ผ่าตัดเอาเนื้องอกออกไป ) ต้องทำทั้งหมด 6 ครั้ง / ครั้งแรกที่ไปทำเนี่ย คุณหมอก็อธิบายว่าหลังจากนี้เราจะเจออะไรบ้าง คุณหมอบอกว่า ในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากให้คีโม ครั้งแรกไปแล้ว ผมจะเริ่มร่วง นั่นคือสิ่งที่กลัวที่สุด นอยด์ที่สุด ตอนนั้นผมยาว ก็ไปตัดผมให้สั้นไว้รอเพราะคิดว่า ผมยาวๆร่วงนี่มันคงรู้สึกแย่มาก หลังจากนั้นก็รอ เริ่มสังเกตตัวเอง ก็เห็นว่าผมเริ่มร่วงล่ะ ก็คือ นั่งอยู่ พอลมพัดมา ผมก็พัดปลิวออกไปเลย โดยที่เราไม่เอามือไปสางหรืออะไรเลย ปลิวไปเลยเฉยๆ รากผมมันไม่ทำงานแล้ว หลังจากนั้นก็พอจับผมก็หลุดออกมาเรื่อยๆ จับเท่าไหร่ หลุดเท่านั้น ช่วงนั้นเครียด กรี๊ดลั่นบ้าน รู้สึกเหมือนว่าจะไม่ไหวกับสิ่งที่กำลังเจอ คือสติแตก ร้องไห้เสียงดังมาก จนต้องโทรหาคุณแม่เพื่อให้มาอยู่เป็นเพื่อน คุณแม่ก็ปลอบใจว่า ลูกรู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ก็ให้กำลังใจพิมพ์มากๆ ส่วนอาการอื่นๆก็มี ผะอืดผะอม ตัวร้อนตลอดเวลา นอนซมตลอดเวลา

pimmada-6

…..ตอนนั้นคือเครียดมาก ไม่รู้จะบอกทุกคนว่ายังไง จะใช้ชีวิตยังไง กับสภาพที่ตัวเองเป็น เราไม่มีผม เราจะขังตัวเองอยู่ในบ้านแบบนี้หรอ คิดมากไปต่างๆนานา นอนร้องไห้จนหลับไปก็มี แต่พอตั้งสติได้ ก็เรียกให้พี่ช่างทำผมที่รู้จักกัน มาโกนผมออกไปเลย เราจะได้ไม่ต้องมาเผชิญกับสิ่งนี้อีกต่อไป ก่อนที่จะมาบอกทุกคนเรื่องของตัวเอง พิมพ์ก็คิดเหมือนกันว่า จะดีไหมนะที่จะมาเล่าเรื่องของตัวเองแบบนี้ แต่พอคิดอีกทีก็มองในมุมที่ว่า ถ้าเรื่องของพิมพ์ สามารถที่จะเป็นประโยชน์กับคนอื่น หรืออย่างน้อยถ้าช่วยเป็นกำลังใจให้ใครได้ พิมพ์ก็อยากจะทำ
กลายเป็นว่า ตอนนี้ก็สบายใจมาก รู้สึกดีมาก ที่ได้บอกออกไป พอทุกคนรู้ก็ส่งกำลังใจมาให้พิมพ์เยอะมากๆ มันมีแต่พลังด้านบวก มันเป็นพลังที่ดีมากสำหรับพิมพ์

pimmada-3
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้มาฝากนะคะ พิมพ์มีความสุขมากกับการมาเข้าคอร์ส เผชิญความตาย ด้วยใจสงบ ในครั้งนี้ การเตรียมตัวตายไม่ใช่เป็นการแช่งตัวเองแต่อย่างใด แต่เตรียมพร้อมและยอมรับกับสิ่งที่เราทุกคนไม่มีวันหนีพ้น นั่นคือ ความตาย แต่จะตายแบบไหนเราฝึกได้ กราบพระอาจารย์ ไพศาล วิสาโล cr: @pimmada

…..

…..สิ่งที่ดีมากๆอีกอย่างคือ ในช่วงที่รักษาตัว ได้มีโอกาสไปปฎิบัตธรรม คอร์สเผชิญความตายด้วยใจสงบ เพราะสัญญากับ พี่กิ๊ก มยุริญ ไว้นานแล้ว ยังไม่ได้ไปสักที เลยได้โอกาสเลยที่นี้ ไปด้วยความพร้อมมาก เพราะไม่ได้ทำงานอยู่แล้ว พอไปถึงก็ไปเจอ ชื่อคอร์สเผชิญความตายด้วยใจสงบ มันไม่ใช่การเตรียมตัวตาย แต่มันทำให้เราได้เข้าใจและได้เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่มากขึ้น พอเราป่วย ก็ยิ่งทำให้เรารู้ว่า เราเฉียดตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้เรารู้ว่าทุกลมหายใจของเรานั้นมีคุณค่าอยู่เพื่ออะไร บางทีเราลืมไปว่าเรามีชีวิตเพื่ออะไร เราขอบคุณที่เราได้ตื่นขึ้นมาแล้วยังมีลมหายใจ มีโอกาสได้ทำดี มีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อใคร

pimmada-7
ยาครั้งสุดท้ายหมดแล้วค่าาาทุกคนนน ดีใจเหลือเกิน ขอบคุณทุกๆกำลังใจที่ส่งมาล้นหลามจริงๆ มันมีความหมายกับพิมพ์มากๆเลยนะคะ คราวนี้เลยไม่ค่อยแพ้ยาเลย พิมพ์ได้อ่านทุกข้อความเลยนะคะ พิมพ์ขอส่งความปรารถนาดีกลับไปให้ทุกคนมีสุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพจิตที่มีความสุขในทุกๆวันนะคะ cr: @pimmada

บนความโชคร้ายมันมีความโชคดีอยู่ ก็ต้องมองให้เห็นด้วย

…..สำหรับพิมพ์ เราโชคดีที่เจอเร็ว แล้วก็รักษาได้ทัน มีโอกาสหายขาด ตอนนี้ก็ผ่านการทำคีโมครั้งสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว ใจสู้ค่ะ ผ่านมาได้ขนาดนี้แล้ว ไม่มีอะไรยากไปกว่านี้แล้ว

pimmada-2

..
…..พิมพ์ไม่เคยตรวจสุขภาพเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดมาก แย่มาก เราใช้ร่างกายเยอะ โดยเฉพาะผู้หญิง ร่างกายเราซับซ้อนมาก เราต้องหมั่นดูแลร่างกาย และควรจะตรวจสุขภาพสม่ำเสมอนะคะ

..
…..สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พิมพ์อยากหาย ยังมีอะไรที่เราอยากทำอีกเยอะ เลยทำให้พิมพ์คิดได้ว่า ก่อนอื่นเลยเราก็ต้องให้กำลังใจตัวเองก่อน พอจิตใจเราดี กำลังใจมา มันเลยทำให้รู้เลยว่า คนเป็นมะเร็ง กำลังใจสำคัญที่สุด “เราต้องยิ้มค่ะ ทุกคนบอกพิมพ์ว่า โรคนี้แพ้ความร่าเริง” 

 

pimmada-9

” คนที่กำลังเผชิญเรื่องนี้อยู่ เราจะเป็นกำลังใจให้กัน สู้ไปพร้อมๆกัน “

” พิมพ์ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร  “

pimmada-4

เรียบเรียงเรื่องโดย Women Mthai Team

ที่มาภาพจาก facebook.com/zazagang , IG pimmada

facebook

ขออนุญาตใช้เนื้อหา