ขาพิการ ดำน้ำ น้องเมย์ ภัทรา ผู้พิการ ผู้หญิงต้นแบบ วิ่งมาราธอน เมย์ ภัทรา

อย่าดูถูกตัวเอง “น้องเมย์ ภัทรา” เด็กสาวผู้สูญเสียขา แต่ไม่เคยสูญเสียกำลังใจ

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / อย่าดูถูกตัวเอง “น้องเมย์ ภัทรา” เด็กสาวผู้สูญเสียขา แต่ไม่เคยสูญเสียกำลังใจ

น้องเมย์ ภัทรา กรังพานิชย์ เด็กสาววัย 19 ปี ที่มีความมุ่งมั่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจจากตัวเอง เธอไม่ใช่แค่เป็นผู้พิการและนั่งรถเข็นรอความช่วยเหลือ แต่เธอกล้าที่จะลุกขึ้นมาเดินหน้าทำในสิ่งที่ท้าทาย ที่แม้แต่คนปกติยังไม่กล้าทำด้วยซ้ำ นั่นก็คือการลงแข่งวิ่งมาราธอน และ ดำน้ำ!! เรื่องราวสุดโต่งจากความเชื่อมั่นของเธอ ทำให้หลังจากทีมงาน Women MThai สัมภาษณ์เสร็จ ต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า…ที่ผ่านมาเรามัวทำอะไรอยู่

น้องเมย์ ภัทรา

น้องเมย์เล่าให้ฟังว่าสูญเสียขาทั้งสองข้างจากอุบัติเหตุ แต่นั่นไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต เพราะหลังจากที่เธอได้กลายเป็นคนพิการเต็มตัว กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอกลายมาเป็นเจ้าของแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคน ด้วยความที่เป็นเด็กชอบทำกิจกรรม ทำให้เธอไม่เคยปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ

โดยจุดเริ่มต้นของการลงแข่งวิ่งมาราธอนนั้น เริ่มมาจากเพื่อนที่ชักชวนให้มาวิ่งรายการ “วิ่งด้วยกัน” เป็นงานวิ่งที่จัดขึ้นมาสำหรับคนพิการโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีไกด์ที่เป็นคนปกติ คอยวิ่งเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ ตลอดจนจบการแข่งขัน หลังจากนั้นน้องเมย์ก็ลงแข่งรายการวิ่งอื่นๆ อีกมากมายกว่า 10 รายการ ทั้งแบบมินิมาราธอนและฮาฟมาราธอน ถึงแม้ว่าบางงานจะมีอุปสรรคเรื่องเส้นทางที่สูงชันหรือความเหนื่อยล้าของร่างกาย แต่เธอไม่เคยยอมแพ้ และสามารถผ่านมาได้ตลอด จนล่าสุดกับการลงแข่งวิ่งมาราธอน 42 กม. เธอใช้เวลา 4.23 ชั่วโมง เข้าเส้นชัยได้อย่างที่ตั้งใจ แม้ระหว่างทางจะต้องเจอกับอุปสรรคมากมายก็ตาม เรามาอ่านบันทึกจากเธอที่เขียนลงเฟซบุ๊คกันค่ะ ….

pattra-krangphanit_09

” ขออนุญาตแชร์ประสบการณ์วิ่งมาราธอนครั้งแรกในชีวิต ณ เมืองไทยมาราธอน
เริ่มด้วยใจ จบด้วยพลังแขนและกำลังใจของคนรอบข้าง

แม้ว่าจะมีอุปสรรค ในระยะ 12 โลแรก (ล้อรถเข็นฝืด ขอบคุณพี่ๆอาสาใจดีช่วยหาอุปกรณ์มาซ่อมให้ ทำให้รถคู่ใจกลับมาแล่นปกติอีกครั้ง) หลังจากนั้นก็ปั่นไปเรื่อยๆ สนุกกับการเก็บลูกโปร่งสีๆ จนรู้สึกเหนื่อยในระยะที่25 ก็ได้เจอพี่คนหนึ่งพูดคุยกันมาตลอดทาง เลยลืมความรู้สึกเหนื่อยไปเลย

จนถึงที่กลับตัวเลยขอเข้าห้องน้ำสักหน่อย ระหว่างนั้นลูกโปร่ง 4.30 ก็ได้แซงไปแล้ว พอออกมาก็รีบตามหาลูกโปร่งอีกครั้ง จนเจอและจากกัน เราก็ไปเรื่อยๆ วิ่งด้วยเพซ6 จน 5 กิโลสุดท้าย เริ่มช้าลงเพราะหมดแรง แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ปั่นไปเรื่อยๆเท่าที่ไหว 2 กิโลสุดท้ายเป็นอะไรที่ท้าทายสุดๆ เพราะเหนื่อยมาก แรงหมด ปัสสวะก็ปวด ท่องไว้แต่ว่า “อีกนิดเดียว ก็ถึงแล้ว สู้ๆเธอทำได้” เป็นเช่นนี้จนเห็นเส้นชัย ความรู้สึกเหนื่อยก็หายไป ความภูมิใจเข้ามาแทนที่ อยากขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ และทุกคนที่เป็นเพื่อนร่วมทางกันมา

สุดท้ายนี้น้องได้พิสูจน์แล้วว่าอุปสรรคทางกายไม่สามารถเป็นข้ออ้างของความสำเร็จได้ หากแต่เรามีใจ รักที่จะทำและฝึกฝนกับสิ่งนั้น ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน เราก็ต้องสำเร็จสักวัน แต่ก่อนความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้นจะมาถึง เราก็ชนะสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งแล้วคือ”ใจ”ของเราเอง”

pattra-krangphanit_04

ความสนุกในชีวิตยังไม่จบแค่การลงแข่งวิ่งมาราธอนเท่านั้น เธอยังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ด้วยการเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ไปแข่งขันกีฬาว่ายน้ำอาเซียนพาราเกมส์ และยังสานต่อกีฬาใต้น้ำ ด้วยการสอบผ่านจนได้บัตร โอเพ่นวอเตอร์ บัตรสากลในการดำน้ำลึก ที่ต้องจบหลักสูตรทฤษฎีและปฏิบัติเท่านั้นถึงจะได้มา และการดำน้ำก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่น้องเมย์ชื่นชอบ เธอบอกกับเราว่าทะเลทุกที่ ก็มีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป และเธอยังอยากที่จะไปดูความสวยงามนั้นด้วยตัวเอง

ก่อนจะจบบทสนทนาลง เธอได้ให้ข้อคิดดีๆ กับทีมงานไว้มากมาย เธอเปรียบชีวิตคือหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เราจะเขียนอะไรลงไปในนั้นก็ได้ แต่ไม่ว่ามันจะดีหรือร้าย มันคือประสบการณ์ ถึงแม้ว่าจะมีท้อบ้าง แต่เดี๋ยวเรื่องดีๆ ก็จะรอเราอยู่ สำคัญคืออย่าดูถูกตัวเอง ทุกคนมีคุณค่า มองหาข้อดีของตัวเองให้เจอ และพัฒนาไปให้สุด !!

pattra-krangphanit_05

น้องเมย์ กับโลกใต้น้ำของเธอ

ยืนได้ด้วยความเข้มแข็งของตัวเอง

ปีนหน้าผาจำลองก็ทำมาแล้ว

ลงแข่งไตรกีฬาครั้งแรก ใจสู้มาก

รูปภาพจาก : Pattra Krangphanit

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย : Women MThai Team