นักวิ่ง วิ่ง วิ่งลดน้ำหนัก อยากลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย เปลี่ยนตัวเอง

สาวออฟฟิศ เปลี่ยนตัวเองด้วยการวิ่งหลังเลิกงาน เพราะ อยากลดน้ำหนัก กลายมาเป็น นักวิ่งตัวจริง

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / สาวออฟฟิศ เปลี่ยนตัวเองด้วยการวิ่งหลังเลิกงาน เพราะ อยากลดน้ำหนัก กลายมาเป็น นักวิ่งตัวจริง

ปุ้ม บุศกร สาวออฟฟิศ ที่เริ่มต้นหันมาวิ่ง เพราะเธอรู้สึกว่าสุขภาพร่างกายเริ่มต้องการการดูแล ต้องหันมาเริ่มดูแลตัวเอง เธอเล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นเลยที่หันมาวิ่ง เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งเธอรู้สึกว่าตนเองรูปร่างใหญ่ขึ้นจนคนรอบข้างทัก บวกกับอายุที่มากขึ้น ก็เลยคิดว่าต้องหากีฬาอะไรที่เหมาะกับเรา ” ในที่สุดเราก็รู้ว่าการวิ่งมันดี คืออุปกรณ์แทบไม่ต้องมีอะไรเลย แค่เรามีใจอยากจะวิ่ง “

เริ่มแรกเลยก็มาจาก เราอยากเปลี่ยนตัวเอง อยากมีสุขภาพที่ดี อยากลดน้ำหนัก อยากมีหุ่นที่ดี แล้วก็สิ่งที่ได้มาหลังจากนั้นมันก็มีแต่เรื่องดีๆตามมา เราได้เจอสังคมนักวิ่ง ได้เจอเพื่อนๆ นักวิ่ง ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน แลกเปลี่ยนเทคนิคการวิ่งกัน แล้วก็การวิ่งมันเป็นกีฬาที่ง่ายมาก แค่เรามีเสื้อ กางเกง รองเท้าวิ่ง เราก็ออกไปวิ่งได้แล้ว

เริ่มต้นก็ฝึกวิ่งตามสวนสาธารณะหลังเลิกงาน อาทิตย์นึงก็วิ่ง 2-3 วัน บางวันไปช้าก็วิ่งถึง 3ทุ่ม จนสวนสาธารณะปิดเค้าก็มาไล่ก็มี ทำอยู่แบบนี้เรื่อยๆ จนเราเริ่มรู้สึกว่า เออเริ่มไม่เหนื่อยละ เริ่มอึด เริ่มวิ่งได้นานขึ้น ก็เลยลองไปหางานวิ่ง งานแรกที่ไปวิ่งเป็นงาน มิดไนท์รัน ลงวิ่งมินิมาราธอน คือ 10 กิโลเมตร ก็รู้สึกสนุกมาก หลังจากนั้นก็เลยไปวิ่งอีกหลายงานมาเรื่อยๆ

ตอนนี้เคยวิ่งได้มากสุดก็คือ ฮาล์ฟมาราธอน 21 โล มาราธอนก็ใฝ่ฝันนะคะ คิดว่าปีนี้อาจจะลองลงมาราธอนให้ได้สักหนึ่งรายการ แต่ตอนนี้ขอจบฮาล์ฟให้ได้แบบแข็งแรงก่อนค่ะ

จากแค่ วิ่งลดน้ำหนักหลังเลิกงาน …กลายมาเป็นนักวิ่งตัวจริง

สำหรับจุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมาสนใจการวิ่งอย่างจริงจังก็คือ ได้มีโอกาสไปร่วมงานวิ่งกับพี่ตูน งานก้าวคนละก้าวเพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน ตั้งแต่งานนั้นเราก็รู้สึกว่าได้ประสบการณ์ ได้คุณค่าทางจิตใจเยอะมาก เราดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานนั้น แต่ตอนนั้นที่ได้ไปวิ่ง เราไม่ได้ซ้อมอะไรเลย เรียกว่า วิ่งแบบงูๆปลาๆไป เซ็ตนั้นไปวิ่งประมาณ 20 กิโลสุดท้าย จำได้ว่าวิ่งไปสัก 8-10 โลนี่ล่ะ แล้วแรงตก เหนื่อยมากทรมานมาก เพราะว่าวิ่งเลียบทะเลช่วงเวลาประมาณเที่ยงๆ แล้วปรากฎว่ามันเหนื่อยมาก ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมเราไม่ฝึกตัวเองให้เราวิ่งได้มากกว่านี้ พอหลังจากนั้น ก็กลับมาฝึกวิ่งให้จริงจังมากขึ้น

“หลังจากจบงานก้าว ก็บอกกับตัวเองว่า จะต้องกลับมาวิ่งให้ดีขึ้นให้ได้ ให้ไม่เหนื่อย ไม่ทรมานเหมือนครั้งนี้” ตอนนี้ก็เริ่มมาวิ่งจริงจังมาประมาณ 2 ปีแล้ว

เปลี่ยนมาลองวิ่งเทรล

“ก็น่าจะวิ่งทางเรียบจนเบื่อแล้วมั้ง (หัวเราะ) เราเลยลองหาแพชชันอะไรใหม่ ที่ทำให้รู้สึกว่าเราอยากจะวิ่งอีก” สำหรับการวิ่งเทรลหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ แต่ที่จริงแล้วมันสนุกมากกว่าที่เราคิดไว้เลย งานแรกที่ปุ้มได้ไปร่วมคืองานวิ่งเทรลที่เขาใหญ่ ก็ประทับใจเลย คือวิ่งเข้าป่า เห็นภูเขา เห็นน้ำตก ทำให้เรารู้สึกสนุกกับการวิ่งมากกว่าวิ่งทางเรียบ หลายคนอาจจะคิดว่าการวิ่งเทรลต้องวิ่งปีนขึ้นเขาตลอดเวลาแต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น มันก็มีช่วงเดิน สลับกันไป คือพอถึงช่วงเนินเราก็เดินไต่ไปเรื่อยๆได้ มีความสุขค่ะ ปุ้มว่าการวิ่งเทรลนี่เป็นอะไรที่น่าลองมากค่ะ

ความรู้สึกที่มีต่อการวิ่ง จากวันนั้นถึงวันนี้

จากที่ตั้งแต่เริ่มต้น เรารู้สึกว่า มันเป็นเรื่องของจิตใจนะที่พาให้เรามาถึงทุกวันนี้ แต่มันทำให้เราเปลี่ยนไปทั้งในแง่จิตใจและร่างกาย อย่างแรกคือ พอเราได้มาวิ่ง เรามีคำถามกับตัวเองมากมาย ช่วงเวลาที่เราวิ่งนาทีที่เราท้อ เรามีคำถามกับตัวเอง เราไม่ไหวล่ะ ขาไม่ไปแต่ใจยังไปนะ มีการต่อสู้กับร่างกาย มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า จิตใจมันทำให้เราชนะทุกอย่างได้หมดจริงๆนะ และก็ทำให้เราก้าวผ่านจุดนั้นได้ พอเมื่อไหร่ที่เราก้าวถึงจุด finish เราก็จะรู้สึกว่าเราชนะตัวเองล่ะ เราไม่ต้องชนะใคร เราแค่ชนะใจตัวเองพอล่ะ เราไม่ต้องไปมองคนอื่นว่าเขาเก่งแค่ไหน เราเอาแค่เป้าหมายของเราแล้วทำให้ได้ แค่นั้นพอแล้ว

เรื่องโดย Women Mthai Team

ขออนุญาตใช้เนื้อหา