กินลดความอ้วน ลดความอ้วน ลดความอ้วนผิดๆ ลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักสุดแปลก

อะไรว่าดีจัดมา! 12 วิธีลดน้ำหนักสุดแปลก ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนทำจริงๆ

Home / health / อะไรว่าดีจัดมา! 12 วิธีลดน้ำหนักสุดแปลก ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนทำจริงๆ

เรื่องรูปร่างที่สวยงามเป็นเรื่องที่สาวๆ ดูแลกันเป็นพิเศษอยู่แล้ว ซึ่งแต่ละคนก็มีทริคและสูตรที่เหมาะสมกับตัวเองแตกต่างกันไปถูกบ้างผิดบ้าง เช่น การอดอาหาร การควบคุมอาหาร การควบคุมแคลอรี การใช้ยาลดความอ้วน หรือแม้กระทั่งวิธีสุดแปลกอย่าง การไดเอทโดยบุหรี่ ไดเอทโดยพยาธิตัวตืด การดื่มน้ำส้มสายชู ก็มีคนบนโลกทำมาแล้วจริงๆ เพียงหวังผลในตอนจบเหมือนกันคือ รูปร่างที่เป๊ะและปัง!

คลิป > ลดความอ้วน ทั้งชีวิตก็ไม่ผอม ถ้าขาด 2 ข้อนี้

12 วิธีลดความอ้วนสุดแปลก!!

1. นอนหลับ

วิธีนี้เรียกว่า Sleeping beauty diet  โดยเชื่อว่า การนอนช่วยให้เราไม่กินอาหาร! และใช้ยาระงับประสาทเป็นเครื่องมือ เพื่อช่วยในการนอนหลับระหว่างวันเและเลี่ยงการกินอาหาร  หนึ่งในคนดังที่พยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ คือ Elvis Presley จนทำให้เขาป่วยขั้นโคม่าเข้าโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว ซึ่งอันตรายจากวิธีนี้ก็คือ ทำให้คุณเสี่ยงต่อการเสพติด และอาจก่อให้เกิดโรคหัวใจ และโรคเบาหวาน

2. ไดเอทโดยบุหรี่

วิธีนี้ได้แนวคิดมาจากแคมเปญโฆษณาบุหรี่ Lucky Strike ในปี 1920 จริงอยู่ที่นิโคตินในบุหรี่สามารถลดความอยากอาหารได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็งปอด

3. Hallelujah

วิธีนี้คือการกินอาหารดิบและผัก เพื่อทำความสะอาดร่างกายของคุณจากสารพิษ แม้จะฟังดูเหมือนเป็นการดีท็อกซ์ร่างกาย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นวิธีที่สุดโต่ง ไม่มีความสมดุล ทั้งยังห้ามกินผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และอาหารแปรรูปอีกด้วย

4. พยาธิตัวตืด

การกินอาหารที่น่าขยะแขยงนี้ เริ่มมาตั้งแต่สมัยวิคตอเรีย และในช่วงศตวรรษที่ 20 เมื่อผู้หญิงพยายามหาวิธีลดความอ้วนอย่างหนัก  ที่จำได้คือ Maria Callas นักร้องโอเปร่า ก็มีข่าวลือว่าเธอกินยาที่มีส่วนผสมของพยาธิตัวตืดเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งจะมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ และมีไข้

5. ก้อนสำลี

หากจำได้ช่วงปี 2013 มีเทรนด์คนหนุ่มสาวกินก้อนสำลีเผยแพร่ใน Youtube จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย โดยพวกเขาเชื่อว่า การกลืนกินก้อนสำลีเข้าไปจะทำให้รู้สึกอิ่ม ดังนั้น พวกเขาจึงกินมันแทนการอาหารในมื้อปกติ แต่ผู้ที่ไดเอทด้วยวิธีนี้คงลืมไปว่า สำลีนั้นไม่ได้ทำมาจากฝ้าย แต่ยังมีสารเคมีจำนวนมาก และเป็นอันตรายต่อลำไส้

6. น้ำส้มสายชู

วิธีนี้เป็นวิธีที่ กวีจอร์จ กอร์ดอน ไบรอน คนดังในศตวรรษที่ 19 เคยใช้ลดน้ำหนัก โดยรับประทานบิสกิต โซดา มันฝรั่ง และน้ำส้มสายชู  สำหรับมื้อเช้าและสลัดอาหารมื้อค่ำ ระหว่างวันเขาจะซดน้ำส้มสายชู เพื่อลดความกระหายก่อนมื้ออาหารแต่ละมื้อ ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าน้ำส้มสายชูได้เข้าไปกัดกร่อนสารเคลือบฟัน ลำคอ และส่งผลต่อปัญหาทางเดินอาหาร

7. การมองเห็น

แนวคิดนี้มาจากนักประดิษฐ์ชาวญี่ปุ่น โดยตามความคิดของเขาสีแดงและสีเหลืองเป็นที่น่ารับประทาน ในขณะที่สีฟ้าดูไม่น่ากิน ทฤษฎีของเขาคือการสวมแว่นตาสีฟ้า เพื่อทำให้อาหารน่ากินน้อยลงและจะทำให้คุณกินน้อยลงตามไปด้วย ทว่ายังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเคล็ดลับนี้ได้ผล

8. การเคี้ยวอาหาร

การเคี้ยวอาหารประมาณ 32-80 ครั้ง จนอาหารกลายเป็นของเหลว และบ้วนทิ้ง แม้ว่าวิธีนี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าได้ผลจริง แต่ก็มีคนดังนิยมใช้กันอย่าง John D. Rockefeller, Franz Kafka และ Theodore Roosevelt

9. Andy Warhol

ในหนังสือปรัชญาของ Andy Warhol ได้แบ่งปันเคล็ดลับการอดอาหารไว้ว่า ทุกครั้งที่เขาไปที่ร้านอาหาร เขามักจะสั่งอาหารที่เขาไม่ชอบ และเมื่อดินเนอร์เสร็จแล้ว เขาจะห่ออาหารเกือบทั้งจานไปทิ้งตามถนนเพื่อให้คนไร้บ้านได้กิน

10. คุกกี้

วิธีนี้เป็นวิธีของ ดร. Ford Siegal ในปี 1975 วิธีการคือ กินคุกกี้แบบพิเศษ 6 ชิ้นต่อวัน แทนอาหารเช้าและอาหารกลางวัน และรับประทานอาหารเย็นเพื่อสุขภาพ รวมไปถึงการควบคุมปริมาณแคลอรี่ ซึ่งคุกกี้ทำจากข้าวโอ๊ต ผลไม้ กรดอะมิโน และมีรสชาติแตกต่างกัน อย่างไรก็ดี นักโภชนาการยังไม่ฟันธงว่าวิธีนี้จะดีต่อร่างกายหรือไม่

11. Master Cleanse

วิธีนี้คือสูตรของบียอนเซ่ นักร้องชื่อดัง คือการแทนที่มื้ออาหารปกติด้วยการน้ำมะนาวดีท็อกซ์ จากส่วนผสมของน้ำมะนาว เมเปิลไซรัป และพริกคาเยน ปัญหาของวิธีนี้คือ น้ำหนักลดลงรวดเร็วก็จริง แต่ก็ตีกลับพุ่งพรวดเร็วเช่นกัน

12. เย็บลิ้น

การเย็บลิ้น หรือการปะลิ้นถูกคิดค้นโดยศัลยแพทย์ ดร. Chugay  ซึ่งจะทำให้คุณไม่สามารถกินอาหารแข็งๆ ได้ จึงต้องเปลี่ยนเป็นของเหลว โดยเย็บไว้เช่นนี้ประมาณ 1 เดือนก่อนจะคลายลิ้นออก (สยองมั้ยล่ะ)

อย่างไรก็ดีเราเชื่อว่าวิธีการลดน้ำหนักที่ได้ผลก็คือ การควบคุมปริมาณอาหารและแคลอรีในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงของมัน ของทอด ของหวาน และน้ำอัดลม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถกู้หุ่นพังให้กับมาปัง แถมได้สุขภาพที่ดีเป็นของขวัญอีกด้วย ^^

ที่มา  brightside.me

ขออนุญาตใช้เนื้อหา