Appwar จิงจิง วริศรา จิงจิง วริศรา ยู นางแบบ ไทยซุปเปอร์โมเดล 2012

เรื่องราวของ จิงจิง วริศรา ผู้หญิงที่คว้าไทยซูเปอร์โมเดล ตั้งแต่อายุ 15

Home / Scoop คนดัง / เรื่องราวของ จิงจิง วริศรา ผู้หญิงที่คว้าไทยซูเปอร์โมเดล ตั้งแต่อายุ 15

อายุ 15 คุณกำลังทำอะไรอยู่?

ย้อนกลับไปปี 2012 เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งได้ทำบัตรประชาชนครั้งแรก พาตัวเองไปหาสิ่งที่เรียกว่า “ประสบการณ์” และประสบการณ์ในครั้งนั้น ทำให้เธอมีชื่อต่อท้ายว่า จิงจิง วริศรา ยู ไทยซุปเปอร์โมเดล 2012

ชีวิตหลังจากนั้นเธอยังคงเดินหน้าทำสิ่งที่ตัวเองรัก และพัฒนาการทำงานอยู่เสมอ จนทำให้เธอกลายเป็นนางแบบมืออาชีพ ที่มีคนชื่นชอบผลงานมากมาย และไม่เพียงแค่บทบาทนางแบบเท่านั้น มิวสิควิดีโอ หนังสั้น หรือแม้แต่ภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Appwar เธอก็ทำออกมาได้ดีมากๆ ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ Bioscope ทำให้เราได้รู้ว่าเธออยู่วงการนี้ได้ เพราะความสามารถและไม่หยุดพัฒนาตัวเองจริงๆ

ในฐานะที่จิงจิงเป็นนางแบบอาชีพและเคยชนะไทยซูเปอร์โมเดลมาแล้วด้วย มองว่าการแข่งขันของอุตสาหกรรมนางแบบมันสูงไหม

เราว่าวงการไอดอลแข่งขันสูงกว่านะ อย่างในวงการนางแบบที่ไทย นางแบบที่ไทยมันมีกันอยู่แค่นี้น่ะ ที่คนใช้งานกันเยอะๆ แต่ละคนก็มีคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกัน อย่างแบรนด์นี้ต้องการคนลุคแบบนี้ ก็ใช้งานคนนั้น มันปัจเจกประมาณหนึ่ง มันอยู่ที่ผลงานของเราด้วย และนิสัยของเราด้วย สมมตินิสัยไม่ดีก็อยู่ในวงการนี้ไม่ได้หรอก วงการนางแบบไทยนี่เคร่งมาก ถ้าไปทำนิสัยไม่ดีกับผู้ใหญ่นี่คือโดนแบนเลยนะ อยู่ที่ว่าคุณจะกลับมาได้ไหม หรืออาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลย บางคนเป็นนางแบบชาวต่างชาติแล้วมาทำงานที่ไทย นิสัยไม่ดีใส่ก็โดนส่งกลับบ้านไปเลยก็มี

การเป็นนางแบบ ทำงานทุกงานมันได้รับบทบาทอยู่แล้ว แบรนด์นี้บอกว่าเราเป็นผู้หญิงสวย เศร้าและแพงมาก อีกแบรนด์หนึ่งอาจจะบอกว่า เราเป็นผู้หญิงน่ารัก จินตนาการเราต้องสูง

เห็นผลงานถ่ายแบบจิงจิงเยอะมาก ซึ่งก็แปลว่าจิงจิงได้รับความนิยมพอสมควร กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้เราเรียกร้องอะไรจากตัวเองเยอะไหมในการทำงาน

ให้พูดตรงๆ คือเราเรียกร้องตัวเองไม่สูงหรอก เราเก็บทุกอย่างเป็นประสบการณ์ อย่างไปทำงานที่เกาหลีแล้วกลับมาไทย ทุกคนก็ชมว่าทำงานเก่งขึ้นมาเลย ทุกคนบอกว่าทำงานเก่งขึ้นนะ (ยิ้ม) ชมไม่ขาดปากเลย อย่างล่าสุดที่คำชมที่เราภูมิใจจริงๆ เลยนะ คือมาจากพี่ณัฐ ประกอบสันติสุข ถ่าย Vogue ตอนนั้นไปถ่ายที่เกาะเต่า หลังกลับจากเกาหลี เหมือนพี่ณัฐบอกเล่าว่าเราเป็นสาวอกหักนะ เราต้องเศร้ามาก แววตาต้องเศร้า เราก็ถ่ายแววตาเศร้ามาก แล้วพี่ก็บอกว่า ขอแววตาแข็งกร้าว เป็นคนแข็งกร้าวที่เศร้าอยู่ แล้วเราก็ทำเลย แล้วสรุปเขาก็เอาช็อตนั้นแหละ พี่เขาชมว่า แกเป็นคนสมาธิดีมากเลยนะ ฉันพูดอะไรแกสามารถทำได้หมดเลย แกเก่งขึ้นเยอะมากแล้วเรารู้สึกดีใจมากๆ เพราะเจอพี่ณัฐตั้งแต่ยังเด็ก ตอนนี้เลยรู้สึกดี ภูมิใจเพราะช่างภาพลำดับต้นๆ ของไทยชมเราแบบนี้

อ่านบทสัมภาษณ์เต็มได้ที่ Bioscope

ขอบคุณบทความจาก Bioscope

ขออนุญาตใช้เนื้อหา