Supanaree story เฟิร์น ศุภนารี สุทธวิจิตรวงษ์

หน้าม้าเต่อ ผมสั้นติ่งหู และความรักของ Supanaree story

Home / Scoop คนดัง / หน้าม้าเต่อ ผมสั้นติ่งหู และความรักของ Supanaree story

supanaree story คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้มานั่งพูดคุย ทำความรู้จักกันในครั้งนี้ ตัวเอกของการสัมภาษณ์คือ เฟิร์น ศุภนารี สุทธวิจิตรวงษ์ ผู้หญิงที่คนภายนอกอาจมองว่าเธอเป็นผู้หญิงแรง แต่หลังจากที่ได้เจอ ความจริงแล้วเธอคือผู้หญิงตรงๆ คนหนึ่ง ที่น่ารัก และรักครอบครัวมาก

คลิปสัมภาษณ์ Supanaree story

แม่บี : สองคนนี้ก็เลี้ยงง่าย แต่โตมาช่วงวัยรุ่นก็มีช่วงติดเพื่อน ก็เป็นปกติค่ะ เป็นกันทุกคน พอผ่านเวลานั้นมาแล้วก็ไม่มีอะไร สบายแล้ว เราต้องเลี้ยงลูกแบบรับรู้ให้ได้ทุกเรื่อง ถ้าเรารับรู้ลูกไม่ได้ เค้าจะไปฟังเพื่อนแทน แล้วปัญหาจะตามมา แม่เลยต้องเปิดใจ แล้วก็สอนเค้า ไม่รู้จะปิดบังกันไปทำไม

เฟิร์น : แม่เลี้ยงแบบคนรุ่นใหม่ มีอะไรก็คุยกันได้ รับฟังปัญหาทุกเรื่อง ไม่ว่าจะทะเลาะกับใคร มีแฟนนั่นนี่นู่น คอยซัพพอร์ตกันตลอด

จุดเริ่มต้นของการทำเพจ

เฟิร์น : ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยค่ะ ที่เปิดเพจเพราะแค่อยากให้รู้ว่า เรามีแม่กับน้องที่ตัดผมสั้นเหมือนกัน แม่ก็มีความสุขด้วย ไปหลอกแม่ว่าตัดผมสั้นแล้วหน้าจะเด็ก

แม่บี : แม่ผมยาวมาตลอด ไม่เคยตัดผมสั้นเลยทั้งชีวิต เฟิร์นเค้าก็เรียกแม่มาที่ห้องน้ำ แล้วก็ตัดฉึบ! ตอนแรกไม่ออกจากบ้านไป 2 วัน หมาที่บ้านก็เห่า (หัวเราะ) แต่คิดไปคิดมาก็ไม่เป็นไร มันทำอะไรไม่ได้

ซาร่า เฟิร์น และแม่บี

เฟิร์น : ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าหน้าม้าถ้าตัดแล้วมันต้องเผื่อ ทีนี้พอมันแห้งก็เถิกขึ้นไปเยอะมาก กลายเป็นหน้าม้าเต่อ (หัวเราะ)

แม่บี : หลังจากนั้นก็ไปไถข้างหลังเพิ่ม เฟิร์นชวนไป บอกว่าไปไถหลังกัน มันเท่นะแม่ เราก็อะ ชีวิตนี้ไม่เคยเลย เอาก็เอา

ซาร่า : แต่ก่อนหนูผมยาวค่ะ ก็ตัดตามกัน

ซาร่า เฟิน และแม่บี

เฟิร์น : ด้วยความที่เราชอบถ่ายรูป พอไปเที่ยวก็เลยแต่งตัวเหมือนกัน แม่ก็แฮปปี้มาก มีแต่คนชมว่าสวย เค้าก็ชอบ

แม่ลูก สายสุขภาพ

แม่บี : ลูก 2 คนบอกให้แม่ออกกำลังกายเยอะๆนะ เราก็ผอมลงไปเยอะ สุขภาพแข็งแรงขึ้น เฟินเค้าจะสวยวิ่งข้างนอก แต่แม่จะอยู่ในบ้าน ในสวน ออกกำลังกายในห้องนอนยังได้เลย บางทีลูกผ่านมาเห็นยังพูดเลยว่า รุ่นนี้ยังต้องซิกอัพอีกหรอ (หัวเราะ)

ซิกแพคแม่ไม่ธรรมดา

เฟิร์น : ส่วนมากแม่จะทำตามคลิปในยูทูปค่ะ ก็เต้นตามที่เค้าบอก เหมือนพอทำงานมาทั้งวันก็ไม่มีเวลาไปฟิตเนส ก็ต้องออกกำลังกายที่บ้าน

เฟิน : คือเราเป็นไฮเปอร์ แล้วออกกำลังกายมาเยอะมากหลายอย่าง แล้วรู้สึกว่าเบื่อ พอเปลี่ยนจะไปลองวิ่ง ตอนแรกคิดว่าเดี๋ยวก็คงเบื่ออีก แต่ไปๆมาๆ กลับชอบ มันเหมือนได้ฝึกความอดทนของตัวเอง ก็วิ่งไปเรื่อยๆ วันนึงก็วิ่ง 10-20 กม. แล้วนี่ก็ชวนแม่กับน้องไปลงวิ่งด้วยกัน เริ่มจาก 5 กม. ก่อน แล้วตอนนี้ก็เพิ่งลง 10 กม. ไปค่ะ

แม่บี : แม่ก็ไม่ได้วิ่งเร็วเหมือนเฟินเค้าหรอกนะ แต่เราก็วิ่งสลับเดินไปเรื่อยๆ เราออกกำลังกายมาอยู่แล้ว เราก็รู้ตัวว่าเราวิ่งไหว

คอมเม้นต์ด้านลบในเพจ

เฟิร์น : ก็มีบ้างค่ะ มีบ้าง เราก็จะตอบตลอด ใครด่าก็ด่าด้วย (หัวเราะ) เคยมีคนเข้ามาด่าเพราะเค้าไม่รู้ว่าเราโตแล้ว นึกว่าเรายังเด็กไม่ถึง 18 ก็ว่าแก่แดดจัง ใส่ชุดว่ายน้ำโป๊ๆ อะไรอย่างเนี้ย เราก็ว่าป้ารู้จักกันน้อยไปแล้วนะ

แม่บี : เฟิร์นเค้าหน้าเด็ก บางทีคนก็เข้าใจผิดว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะ พอใส่ชุดว่ายน้ำก็เลยเป็นประเด็น

เฟิร์น : คนชอบหาว่าเฟินแรง จริงๆ เราก็แรงแหละ (หัวเราะ) ก็ถูกของเค้า

แม่บี : ถามว่าลูกเป็นคนแรงไหม ก็นิสัยเหมือนแม่ คือเป็นคนเฉยๆ แต่อย่าล้ำเส้น ถ้าล้ำเส้นมาแล้วไม่ใช่เรื่องจริง เราก็ต้องสู้กลับ

เฟิร์น : จริงๆ อะไรที่ยอมได้ก็ยอมค่ะ แต่บางอย่างที่เรามองว่ามันไม่สมควรมากๆ ก็ไม่ได้ อย่างที่เคยเป็นข่าวอยู่ช่วงนึง อันนั้นคือก็ไปแจ้งความ ขึ้นโรงพักกันเลย ถ้าไม่ชอบเราก็ไม่เป็นไร เราอยู่กันคนละส่วนได้ แต่ถ้าไม่ชอบแล้วมาพูดเรื่องไม่จริง ก็ต้องเจอกันหน่อย คุณไม่สมควรพูดไปเรื่อย เผื่อว่าคนที่คุณด่าไปเค้าเป็นโรคซึมเศร้า แล้วเกิดฆ่าตัวตายขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง มันก็ต้องคิดนิดนึงก่อนที่จะพูด

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย : Women MThai Team