ผู้ชายไทยใครบ้าง MEN GO INTER ?

Home / Amazing Men / ผู้ชายไทยใครบ้าง MEN GO INTER ?


MEN GO INTER
What’s On
Story : Natty Photo: Kan&Pae


mthai.com/upload_images/go_inter/top5_01.jpg”>

 ใช่ว่าจะมีแต่ “ทาทา ยัง” เท่านั้นที่ได้โกอินเตอร์ถึงระดับเมืองนอกเมืองนา เพราะนอกจากสาวเซ็กซี่   ทาทา ยัง แล้ว ก็ยังมีดาราและศิลปินอีกหลายคนทีเดียวที่ได้มีโอกาสไปโชว์ผลงานในต่างประเทศ ขอเอาใจแฟน คลับ HBS ด้วยการกล่าวถึงหนุ่มๆ ล้วนๆ แล้วกันค่ะที่ไปสร้างปรากฏการณ์ “อึ้ง ทึ่ง เสียว” ให้กับวงการบันเทิงไทยได้จารึกพวกเข้าไว้ในแฟ้มประวัติว่าเขาคือศิลปินไทยระดับ TOP 5 ที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับบ้านเราจนมีแฟนคลับนับไม่ถ้วนตามติดมาเป็นสาวกจนนับไม่หวาดไม่ไหวเชียวล่ะค่ะ



 อั๊ต-อัษฎา พานิชกุล
 กับ 7 ปีที่สิงคโปร์

อั๊ต-อัษฎา พานิชกุล ต้นแบบของ MEN GO INTER เพราะเขาได้รับเลือกให้เป็นวีเจ MTV ของช่องเพลงฮิตที่สิงคโปร์ ออกอากาศทั่วทั้งทวีปเอเชีย ซึ่งหนุ่มอั๊ตก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง เพราะมีดาราหลายร้อยคนที่เข้าไปเทสต์แล้วไม่ได้ แต่หนุ่มอั๊ตยังอยู่ยงคงกระพันเพราะปัจจุบันเขาเป็นวีเจมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 ปี (แถมยังฮอตและฮิตมากกว่าเดิมอีกด้วย)
อั๊ตให้สัมภาษณ์กับเราว่า “มีคนถามผมอยู่เสมอกับการทำงานวีเจที่สิงคโปร์ว่าไม่เบื่อหรือ ผมตอบได้เลยว่าไม่เบื่อครับ เพราะที่นั่นทำให้


อั๊ตเรียนรู้อะไรมากมายกับการทำงานในรูปแบบสากล อีกทั้งยังให้ประสบการณ์ในการทำงานมากมายเพราะส่วนหนึ่งวีเจก็เหมือนกับพิธีกรที่เราต้องสัมภาษณ์ศิลปินจากหลากหลายเชื้อชาติ พวกเขาสอนให้ผมเซ็ตระบบการทำงานในชีวิตได้อย่างลงตัวและจากที่ผมมีนิสัยแบบเด็กๆ ที่เมืองไทย แต่พอผมใช้ชีวิตอยู่ที่โน่นแล้วจะไม่มีใครมาคอยเอาใจคุณอีก ที่โน่นถือว่าหน้าที่ของทุกคนชัดเจน ต้องเทคแคร์ตัวเอง และการที่จะได้งานมาในแต่ละชิ้นต้องผ่านการเทสต์และการทดสอบหน้ากล้องกับเจ้าของงานและเอเจนซี่ทุกครั้ง จะไม่มีการยื่นบทให้กับคุณโดยที่เจ้าของงานยังไม่ได้เห็นผลงานของคุณเลย เพราะ MTV เป็นระดับ Worldwide คุณต้องตรงต่อเวลา ถ้าคุณมาสายนั่นคือคุณบกพร่องต่อหน้าที่ ไม่มีคำกล่าวอ้างหรือข้อโต้แย้งใดๆ เพราะที่นั่นถือว่าคุณไม่มีความรับผิดชอบ แล้วก็อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณได้ร่วมงานกับทีมงานอินเตอร์ก็ได้ครับ”








 “ไต้หวัน” บ้านหลังที่สองของ
 เต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร

นักแสดงเลือดไทยแท้อีกคนที่โกอินเตอร์จนลืมไปเลยว่าเป็นนักแสดงไทย เพราะอยู่ไต้หวันมา 5-6 ปี เรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังที่สองของเขาไปแล้ว เทียบเท่าดารานักแสดงชื่อดังของไต้หวันก็มีหนุ่มหล่อ F4 ทั้ง 4 คนนำทีมโดย ไจ๋ไจ๋, เจอรี่, วิก และเคนเลยทีเดียว แถมมีข่าวซุบซิบวงในมาอีกว่ามีแฟนเป็นคนไต้หวันไปแล้ว (หรือเปล่าเนี่ย)   เขาคนนี้ชื่อ เต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร
“ถามว่าที่นั่นให้ประสบการณ์อะไรเต๊ะมากไหม ตอบได้เลยมากๆ ครับ เต๊ะอยู่ที่นั่นมาก็เกือบ 6 ปีแล้ว เต๊ะทำงานกับทีมงานไต้หวันมากกว่าทำงานที่เมืองไทยอีก คือที่นั่นจะไม่มีใครมาเทคแคร์เรามากมาย นี่คือข้อแตกต่างอีกข้อหนึ่งที่ทำให้เต๊ะรู้สึกว่าไต้หวันเป็นการทำงานที่แตกต่างและให้ประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ที่เต๊ะหาไม่ได้ในบ้านเรา คือทุกคนต้องขวนขวายด้วยตัวเอง แล้ววันหนึ่งเต๊ะจะนำกลับมาพัฒนาวงการหนังบ้านเราให้จงได้เลย ไม่ลืมบ้านเกิดอยู่แล้วครับ”

การแสดงของเต๊ะยังเป็นการฉีกภาพชายหนุ่มมาดแมนของเต๊ะให้แฟนคลับชาวไทยไขว้เขวอีกด้วย เมื่อภาพเรตเอ็กซ์ของเต๊ะและชายหนุ่มไต้หวันอีกคนแพร่หลายทางอินเตอร์เน็ตโดยเป็นตอนที่ทั้งคู่กำลังจูบปากกันนัวเนีย เมื่อไถ่ถามถึงเรื่องนี้หนุ่มเต๊ะให้คำตอบว่า “ไม่มีอะไรครับ บอกแล้วว่าเป็นเรื่องงานแสดงผมจะเต็มที่กับบทมากๆ ผมยังเป็นผู้ชายเต็มตัวครับ ที่โน่นค่อนข้างเปิดกว้างแล้วก็อีกอย่างหนึ่งผมค่อนข้างบุกตลาดที่ไต้หวันและจีนมาเยอะแล้ว ถ้าจะให้ผมทิ้งตรงนั้นแล้วกลับมาที่เมืองไทยก่อน ผมยังทำไม่ได้ ผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมได้เปรียบมากกว่าคนอื่นๆ เพราะฉะนั้นไม่ว่าบทบาทอะไรเราต้องทำให้ได้ เพียงแต่คนไทยยังไม่คุ้นเคยกับการแสดงแบบนี้ อาจจะรับไม่ได้ด้วยมังครับ (หัวเราะ) ผมว่าแฟนเพลงและแฟนละครของผมคงจะเข้าใจ (หัวเราะ) ผมยังรักผู้หญิงอยู่ครับ”



 ชาคริต แย้มนาม รุกตลาดภาพยนตร์ 
 ระดับ Hollywood  

ชาคริต แย้มนาม พระเอกหนุ่มฝีมือดีอีกคนที่ไปโกอินเตอร์ไกลถึงฮอลลีวู้ดกับการรับบทนักแสดงนำร่วมกันกับพระเอกนักบู๊ นิโคลัส เคจ ในภาพยนตร์เรื่อง Time to Kill หรือ Bangkok Dangerous ที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับคนทำหนังฝีมือเก่งๆ มากมาย นับเป็นประวัติศาสตร์ของวงการภาพยนตร์ไทยที่ฮอลลีวู้ดซื้อบทภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้มารีเมกใหม่แล้วยื่นบทนำให้กับนักแสดงชาวไทยเป็นผู้ดำเนินเรื่องราว นั่นก็คือหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม ร่วมด้วยดาราสาวเซ็กซี่ เป้ย-ปานวาด เหมณี นับเป็นอีกสาวหนึ่งที่ไปไกลกว่าที่ใครๆ คาดเดาเธอไว้เสียอีก

 “ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับทีมงานของฮอลลีวู้ด ซึ่งอย่างน้อยการทำงานกับนิโคลัส เคจ ค่อนข้างเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและแปลกใหม่สำหรับตัวผมเองด้วย วัฒนธรรมของเขาจะไม่ค่อยฝรั่งจ๋ามาก จะมีหลายวัฒนธรรมในตัวเอง เขาเป็นคนที่เก่งและให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ยิ่งเป็นเพื่อนนักแสดงด้วยกันจะยิ่งให้เกียรติด้วยกันมากๆ จะคอยให้คำแนะนำเรื่องการแสดง สิ่งที่ผมได้จากการทำงานตรงนี้คือ ทั้งนิโคลัส เคจ และชาลี หยาง จะมีวินัยกับการตรงต่อเวลามากๆ ไม่ถือว่าตัวเองเป็นดาราใหญ่แล้วต้องมาสายกว่าคนอื่น เขาจะมาท่องบท ซักซ้อมคิวการแสดงก่อนเสมอ ภูมิใจมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับทีมงานฮอลลีวู้ด ยังมีทีมงานฮ่องกงรวมทั้งคนไทยด้วย เพราะเป็นการร่วมทุนของนานาชาติ ดีใจมากๆ ที่เป็นตัวแทนของคนไทย น่าชื่นชมที่บทภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากต้นแบบของบ้านเรา ผมว่าทุกคนตั้งใจหมดตั้งแต่นักแสดง ไปจนถึงทีมงานเบื้องหลังเพราะไม่มีใครอยากให้คนไทยรู้สึกเสียชื่อเพราะเรื่องนี้มีถ่ายทำที่บ้านเราเยอะเหมือนกัน คือตอนนี้เหลือในส่วนของการตัดต่อและมิกซ์เสียงอยู่ ปลายปีนี้คงได้ดูกันครับ”




 Golf & Mike
บุกตลาด J POP

นักร้องหนุ่มสองพี่น้อง กอล์ฟ-พิชญะและไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล แค่ทำเพลงในเมืองไทยก็ดังระเบิดจนต้องปั๊มซีดีขายแข่งกับเทปผีแทบไม่ทัน แต่สองหนุ่มพี่น้องสุดหล่อคู่นี้ก็ยังไม่หยุดอยู่กับที่ ยังเดินหน้ารุกตลาดเพลงญี่ปุ่นต้นแบบที่สองหนุ่มชื่นชอบจังหวะการเต้นและเมโลดี้ของ J POP เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อโอกาสมาถึง เขาทั้งสองคนจึงขอทุ่มเทและไขว่คว้าโอกาสจากแฟนเพลงชาวญี่ปุ่นดูบ้างว่ากระแสเพลงของเขาทั้งคู่จะสู้กับเพลงต้นฉบับของศิลปินที่โน่นได้หรือเปล่า เรื่องหน้าตา Golf&Mike ของเราไม่แพ้แน่นอนจริงไหมคะ และเร็วๆ นี้สองหนุ่ม Golf&Mike จะประกาศศักดาให้แฟนเพลงขาโจ๋ที่ญี่ปุ่นรู้กันไปเลยว่า “หนุ่มไทยเจ๋งจริง หล่อจัง”

 “ตอนนี้หนักใจเรื่องภาษามากๆ  เพราะที่โน่นไม่มีคนพูดภาษาอังกฤษ ช่วงนี้จึงตกหนักไปที่การเรียนภาษาญี่ปุ่นให้แตกฉานเร็วๆ เพราะอีกไม่นานพวกเราต้องทำการโปรโมตอัลบั้มใหม่ที่เป็นเนื้องร้องภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ซึ่งคนที่นั่นจะค่อนข้างรักในภาษาของเขามาก ถ้าคุณจะไปประเทศเขา คุณต้องพูดภาษาเดียวกันกับเขาครับ ขนาดเรื่องที่ผมคิดว่าน่าจะขำถ้าเกิดที่เมืองไทย แต่ที่ญี่ปุ่นไม่ใช่ครับ เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งผมไปเรียนภาษาญี่ปุ่นกับไมค์ แต่เราทั้งสองคนหลับคาโต๊ะ (หัวเราะ) เพราะซ้อมเต้นเหนื่อยด้วย แล้วก็ระดมความคิดกับทีมงานเพลงที่โน่นเยอะไปหน่อยจนไม่มีเวลาพักผ่อน จนคุณครูคนญี่ปุ่นเดินมาเขกหัวผม เพราะดันหลับทั้งสองคนเลยไม่มีใครมาเป็นหูเป็นตาให้ เพราะไมค์ก็หลับเหมือนกัน (หัวเราะ) จนครูโกรธมาก เพราะนึกว่าพวกเราไม่ให้ความสนใจและเคารพสิ่งที่เขาสอน วันต่อมาพวกผมต้องไปขอขมาต่อหน้าครู ตอนแรกๆ เขาจะไม่ยอมยกโทษให้เหมือนเราไม่ให้เกียรติเขา เขาจะถือมากเหมือนไม่ให้ความเคารพในวิชาความรู้ที่เขาเพียรพยายามสอน ถ้าเป็นเมืองไทยอาจจะไม่โกรธมากขนาดนี้ แต่วัฒนธรรมประเพณีแตกต่างกันด้วย จนวันต่อๆ มาผมกับน้องเลยตั้งใจเรียนสุดๆ ไม่กล้าหลับแล้ว ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนก็ตาม ที่โน่นจึงเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายมากๆ ของการทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา เพราะที่โน่นไม่มีใครมารอคุณ แพลนงานจะไม่มีการเปลี่ยนตามใจแค่เราสองคนเท่านั้น แรกๆ เราคิดถึงบ้าน คิดถึงแฟนเพลงที่นี่มากๆ แต่พอผ่านไปสักระยะเราต้องทำให้ได้ จะมีแต่ประโยคนี้เท่านั้นในสมอง เพราะเหมือนของขวัญให้กับแฟนเพลงคนไทยด้วย เป็นกำลังใจให้พวกผมด้วยนะครับ แผนโปรโมตอัลบั้มประมาณปลายปีนี้ครับ ตอนนี้ก็มีงานถ่ายแบบลงในนิตยสารที่ญี่ปุ่นอยู่บ้างครับ ยังไงแฟนคลับที่นี่ก็อย่าลืมอุดหนุนผลงานของเราทั้งสองคนก่อนนะครับ”





 Tony Jaa  
 พระเอกคนใหม่ของฮอลลีวู้ด
 

จา พนม ยีรัม หรือ Tony Jaa เป็นพระเอกชาวไทยเพียงคนเดียวที่โด่งดังไปทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเป็นนักแสดงชาวไทยที่ได้นำศิลปะแม่ไม้มวยไทยไปเผยแพร่บนแผ่นฟิล์มทั่วโลกและอีกไม่นาน “มวยไทย” และศิลปะการต่อสู้แบบไทยๆ จะได้เป็นที่ประจักษ์จากผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาคนนี้อีกครั้ง (ขออุบไว้ก่อน) ผลงานของเขายังเป็นที่คลั่งไคล้ในโลกไซเบอร์อีกด้วย เมื่อโปรแกรมเมอร์สร้างสรรค์ผลงานเกมจากภาพยนตร์เรื่อง “ต้มยำกุ้ง” มาเป็นในรูปแบบ “เกมออนไลน์” ที่ระบาดหนักไปยังผู้คลั่งไคล้การต่อสู้และเกมอย่างหนัก “Tony jaa Tom-yum-Goong : The Game” ซึ่งทำลายสถิติมีผู้คนหลั่งไหลเข้าไปร่วมเล่นเกมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ (ในช่วงนั้น) อีกด้วย

นอกจากนั้นเขายังเป็นนายแบบกิติมศักดิ์เพียงคนเดียวที่มาจากประเทศไทยที่ร่วมถ่ายแบบให้กับนิตยสารเฉพาะกิจของเกาะฮ่องกงที่รวบรวมซูเปอร์สตาร์มากมายทั่วทั้งเอเชีย Super Star by Leslie Kee รายได้ทั้งหมดบริจาคให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากทั่วโลก ซึ่งเขาให้คำจำกัดความจากประสบการณ์ในการทำงานของเขาว่า “การทำงานที่หลากหลายเหมือนเป็นกำไรชีวิตของผม ซึ่งผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นนักแสดงที่เก่งกาจ หรือเป็นซูเปอร์สตาร์ เพราะแต่ละอย่างที่ผมทำผมจะนึกถึงผู้ให้โอกาสผมเสมอ เพราะถ้าไม่ได้โอกาสตรงนั้นผมคงจะไม่มีวันนี้เช่นเดียวกันครับ” นอกจากจะเป็นพระเอกดังและมีน้ำใจให้กับเพื่อนมนุษย์แล้ว โทนี่ จายังเป็นนักแสดงที่รักชาติ และคงความเป็นไทยได้อย่างไม่อายว่าเขามาจากอีสานบ้านนา แต่กลับภูมิใจด้วยซ้ำที่เกิดมาบนแผ่นดินไทยที่มีพ่อหลวงเป็นพระมหากษัติย์อย่าง “ในหลวง” ของเราด้วยการใส่กำไรเรารักในหลวงไปทุกที่ที่เขาเดินทางไปทั่วโลกตลอด “อุ่นใจเหมือนได้อยู่บ้านครับ”


และอีกไม่นานนี้เราจะได้พบกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่มีนักแสดงนำเป็น “โทนี่ จา” และกำกับการแสดงโดย “โทนี่ จา” เช่นเดียวกัน ทิ้งท้ายด้วยข้อคิดดีๆ จากโทนี่ จา “ภูมิใจในถิ่นกำเนิดและรักบ้านเกิดเมืองนอน นี่คือคติประจำใจของผมตลอดมา” ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพระเอกหน้าไทยแท้อย่างเขาถึงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากฝีมือเก่งฉกาจแล้ว ความคิดของเขายังสูงส่งเกินกว่านักแสดงบางคนอีกด้วย จริงไหมคะ

และนี่คือ TOP 5 MENS GO INTER ดาวเด่นจรัสแสงทั้ง 5 ดวงในแวดวงบันเทิงไทยและระดับโลกค่ะ

ขอบคุณบทความดีๆ จาก

Hair&Beauty STUDIO : Men Issue with Stafan

 Extra Special : นิตยสาร Hair&Beauty STUDIO ฉบับที่ 51 จะนำคุณผู้อ่านไปพบกับพระเอกคิวทองฝังเพชร สเตฟาน-สันติ วีระบุญชัย กับแฟชั่นหลากรสของผู้ชายหน้าหวานที่ไม่ได้มีแค่รสหวานอย่างเดียว (ต้องลองชิมค่ะ) พร้อมทิปง่ายๆ ในการเซ็ตทรงผมทั้ง 4 ลุค จากฝีมือแฮร์สไตลิสต์รุ่นใหม่ คุณมีโอจาก Essensuals TONI & GUY MBK ในคอนเซ็ปต์ Men Style พร้อมสกู๊ปพิเศษเด็ดสะระตี่จากวิถีชีวิตจริงของผู้ชายที่ก้าวเดินทางผิดพวกเขาทั้ง 3 จะมาเปิดใจทุกเรื่องราวใน Open Mind จากนั้นข้ามฟากไปดูแฟชั่นรสเจ็บจากแดนกิมจิกับทริปพิเศษ Fall Winter Seoul Collection 07/08 From Korea รับรองว่าครบรสยิ่งกว่า กิมจิ เสียอีกค่ะ ส่วนปัญหาผมร่วง หนังศีรษะล้านและอีกสารพันปัญหาของผู้ชายที่ผู้หญิงต้องอ่าน เรารวบรวมทุกคำตอบให้กับคุณ ในเล่ม Extra Special : Men Issue  อย่างจุใจ พบกับนิตยสาร Hair&Beauty STUDIO ได้ทุกๆ ต้นเดือนตามแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ…