สาวลอนดอนใจเด็ด งดช้อปฟุ่มเฟือย 1 ปี ‘ออมเงิน’ ได้เกือบล้าน!

Home / ผู้หญิงต้องรู้ / สาวลอนดอนใจเด็ด งดช้อปฟุ่มเฟือย 1 ปี ‘ออมเงิน’ ได้เกือบล้าน!

      สาวเอย…รู้หรือไม่? การออมเงินกำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรงในยุคนี้ ยุคที่โลกทุนนิยมเข้ามาครอบงำทุกความเคลื่อนไหวของเรา และเศรษฐกิจก็ผันผวนแปรปรวนตลอดเวลา

การออมเงินนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่แต่ละคนทำได้ไม่เหมือนกัน เพราะเป้าหมายชีวิต ภารกิจ หน้าที่ นิสัยใจคอ และความสัมพันธ์กับคนรอบตัวของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน นั่นหมายความว่า เธอคงไม่สามารถออมเงินได้มากเท่ากับที่นางสาวตระหนี่ ลูกป้าศรีคนข้างบ้านเขาทำได้ เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะก๊อปปี้ชีวิตใครอื่นมาได้ทุกกระเบียดนิ้ว แต่! สิ่งที่เราทำได้แน่นอนก็คือ “ถอดบทเรียน” ของเขามา “ปรับใช้” ให้เหมาะกับตัวเรา

และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการออมเงินด้วยวิธี “หักดิบ” ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตลอด 1 ปี เต็มของสาวลอนดอน Michelle McGagh ซึ่งฟังดูก็ไม่ได้แปลกพิเศษอะไรมากมาย ก็แค่งดใช้จ่าย เอาล่ะ เราลองมาถอดบทเรียนจากสาวคนนี้กันดีกว่า ว่าทำอย่างไรในเวลาหนึ่งปีเธอถึงเก็บเงินได้ถึงสองหมื่นสามพันดอลลาร์

ออมเงิน

1.จ่ายที่ต้องจ่าย มิเชลตั้งเป้าไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตลอดหนึ่งปีก็จริง โดยเริ่มต้นที่วัน Black Friday (วันเริ่มต้นช้อปปิ้งฤดูกาลคริสมาสต์ประจำปี) ในปี 2015 อย่างไรก็ตาม เธอตั้งงบให้กับค่าใช้จ่ายที่ “จำเป็นต้องจ่าย” เท่านั้น นั่นก็คือ “ค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าประกัน ค่าอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ เงินบริจาคการกุศล รวมถึงของใช้ภายในบ้าน เช่น ยาสีฟัน ยาสระผม สบู่ ผงซักฟอก อะไรแบบนี้เป็นต้น”

Michelle McGagh

2.ตัดสิ่งไม่จำเป็น ส่วนค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทุกอย่างเธอตัดออกทั้งหมด! ไม่ว่าจะเป็น ค่ากาแฟ ค่ากินอาหารนอกบ้าน ค่าเสื้อผ้าหน้าผม ค่าไปเที่ยวดูหนังฟังเพลง ไปเที่ยวผับ หรือไปทริปพักผ่อนประจำปีแบบขึ้นเครื่องไปนอนโรงแรม รวมถึงค่าสมาชิกฟิตเนส หรือแม้กระทั่งขนมขบเคี้ยวเล็กๆน้อยๆ อย่างช็อคโกแลต หมากฝรั่ง ลูกอม ก็ตัดทิ้งโดยเด็ดขาด!

ออมเงิน

3.ปรับวิถีชีวิต เนื่องจากงบในการท่องเที่ยวเอนเตอร์เทนอะไรถูกตัดไปหมด มิเชลจึงไม่ได้ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนสนิทมิตรสหายเหมือนเช่นเคย แต่ทว่า! เธอก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองอยู่กับที่ โดยหันมาใช้จักรยานเพื่อเดินทางไปทำงานและไปเที่ยวตามที่ต่างๆ และพกอาหารทำเองจากบ้านไปด้วย เธอหันมาหากิจกรรมนอกบ้านตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวริมชายหาด สวนสาธารณะ เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ชมงานศิลปะในอาร์ตแกลเลอรี่ ไปเดินป่า ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย(แบบไม่ต้องเสียเงิน)

Michelle McGagh

4.พลิกวิกฤติเป็นโอกาส แม้ว่าการไม่ใช้เงินเป็นศูนย์กลางในเรื่องต่างๆ อาจจะยากลำบากในช่วงแรก แต่มิเชลก็พบคุณค่าบางอย่างกลับมา ซึ่งทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น และมีความสุขมากขึ้น! การได้ออกท่องเที่ยวด้วยขี่จักรยานกับสามีแบบลุยๆ (นอนกางเต็นท์, อาบน้ำทะเล) ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนแนบแน่นขึ้น และรู้สึกสุขใจแบบยั่งยืนโดยไม่ต้องใช้เงินซื้อ หรือการไม่ซื้อเครื่องสำอางเลยสักชิ้นก็ทำให้เธอต้องค้นหาสูตรบำรุงผิวด้วยตัวเองจากวัตถุดิบตามธรรมชาติเท่าที่มี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามไปเมื่อเราตัดสินใจใช้เงินซื้อความสบายให้ทั้งหมด

        1 ปีผ่านไป มิเชลพบว่าตัวเองประหยัดเงินจากค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเหล่านี้ได้มากถึง 23,000 ดอลลาร์ ซึ่งเธอก็นำเงินส่วนนี้ไปโปะหนี้ผ่อนบ้าน ทำให้ความฝันที่จะเป็นอิสระทางการเงินใกล้ความจริงเข้ามาเร็วกว่าปกติ งานนี้คงต้องขอบคุณคนข้างกายอย่างคุณสามีที่ยอมร่วมหัวจมท้ายลำบากไปด้วยกัน คอยเป็นกำลังกายและกำลังใจให้แต่โดยดี มิเชลบอกว่า 1 ปีที่ผ่านมาทำให้เธอได้บทเรียนแล้วว่าอะไรที่สำคัญและไม่สำคัญบ้างในชีวิต ซึ่งคงจะมีผลอย่างมากกับความสุขในการใช้ชีวิตต่อไปในระยะยาว

Credit: www.goodhousekeeping.com